• เสาร์ 10 ตุลาคม 2569 เวลา 15:30 น.

DBD ชูดิจิทัลสกัดนอมินี ตัดวงจรทุนเทา

BREAKING NEWS JUSTICE & CRIME

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โชว์ 3 ระบบดิจิทัล ยกระดับบริการธุรกิจให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมใช้ระบบ IBAS วิเคราะห์ข้อมูลนิติบุคคลเฝ้าระวังนอมินี ร่วมเครือข่ายรัฐ–ประชาชนสกัดอาชญากรรมทางการเงิน ลดช่องโหว่การใช้คนไทยถือหุ้นอำพราง สร้างธุรกิจสุจริตตั้งแต่จดทะเบียนถึงดำเนินกิจการ

นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในวันนี้ (10 ตุลาคม 2569) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ร่วมจัดนิทรรศการในงาน ‘รวมพลังพลเมืองร่วมรัฐ ตัดเส้นทางเงิน สกัดอาชญากรรม (AML/CFT Thailand Civic Network 2026)’  Zone 6 การค้าสุจริต – ธุรกิจโปร่งใส – เงินถูกกฎหมาย ณ หอประชุมชั้น 3 อาคารนานาชาติ โรงเรียนโพธิสารพิทยากร ซึ่งจัดงานโดยสภาองค์กรชุมชน ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชน ปปง. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยกรมฯ ได้นำเสนอระบบบริการออนไลน์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ภาคธุรกิจและประชาชน ได้แก่ ระบบจดทะเบียนนิติบุคคล (DBD Biz Regist) ระบบบริการข้อมูลธุรกิจ (DBD e-Service) และคลังข้อมูลธุรกิจ (DBD Datawarehouse+)

อธิบดีกิตติวัฒน์ฯ กล่าวต่อว่า “การนำระบบออนไลน์มาใช้ให้บริการภาคธุรกิจและประชาชน เป็นกลไกสำคัญในการปรับปรุงบริการภาครัฐ ช่วยลดข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ ลดภาระการเดินทางและการใช้เอกสาร ตลอดจนช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงบริการได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น มากไปกว่านั้นการดำเนินการผ่านระบบดิจิทัลยังช่วยลดความจำเป็นในการติดต่อเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้รับบริการได้ และสนับสนุนให้กระบวนการทำงานเป็นไปตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนที่กำหนด ลดโอกาสการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่โดยไม่จำเป็น อันเป็นการส่งเสริมความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และลดความเสี่ยงต่อการทุจริตในการให้บริการภาครัฐ ทั้งนี้ การป้องกันและปราบปรามการประกอบธุรกิจโดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือธุรกิจนอมินี ยังถือเป็นภารกิจที่ท้าทายด้านหนึ่งของกรมฯ ซึ่งนอมินีเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อการแข่งขันทางธุรกิจที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะในบริบทที่อาชญากรรมทางการเงินมีรูปแบบซับซ้อนมากขึ้น ขณะเดียวกันกรมฯ ได้มีระบบวิเคราะห์พฤติกรรมนิติบุคคล IBAS (Intelligence Business Analytics System) ซึ่งเป็นระบบงานหลังบ้านสำหรับเจ้าหน้าที่เพื่อใช้ติดตามวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และข้อมูลนิติบุคคลที่เข้าข่ายการกระทำในลักษณะนอมินี โดยการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการตรวจสอบจะทำให้กรมฯ และหน่วยงานพันธมิตรสามารถดำเนินงานรวดเร็วขึ้น เพิ่มความสามารถในการเฝ้าระวังความผิดปกติทางธุรกิจ และแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด”

 “การเข้าร่วมงานฯ ในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่กรมฯ จะได้สร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนในการเริ่มต้นธุรกิจที่ถูกต้อง ถูกกฎหมาย ไม่เปิดช่องให้คนต่างด้าวเข้ามาใช้คนไทยเป็นนอมินี ซึ่งจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่โปร่งใสและเศรษฐกิจของไทยมีความมั่นคง ประกอบกับจะได้ขยายความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหาธุรกิจนอมินีอย่างเข้มข้นและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น” อธิบดีกิตติวัฒน์ฯ กล่าวทิ้งท้าย.