• ศุกร์ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 10:45 น.

สรรพสามิตจับ 3.9 หมื่นคดี ปี’69 ปรับกว่า 1,069 ล้าน

BREAKING NEWS JUSTICE & CRIME

กรมสรรพสามิตเผยผลปราบปรามปีงบประมาณ 2569 จับกุม 39,305 คดี เพิ่มขึ้น 7.81% ค่าปรับกว่า 1,069 ล้านบาท พบยาสูบผิดกฎหมายมากที่สุด พร้อมเดินหน้าใช้ข้อมูลวิเคราะห์ความเสี่ยง สกัดสินค้าตั้งแต่ชายแดนถึงช่องทางออนไลน์

ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผย ผลการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต รอบ 12 เดือน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ว่า กรมสรรพสามิตสามารถจับกุมดำเนินคดีได้รวม 39,305 คดี มีค่าปรับรวมกว่า 1,069 ล้านบาท และประมาณการค่าปรับรวมกว่า 5,420 ล้านบาท โดยจำนวนคดีเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2568 จำนวน 2,848 คดี หรือร้อยละ 7.81

สินค้าที่พบการกระทำผิดสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ยาสูบ 24,321 คดี ค่าปรับกว่า 733 ล้านบาท ประมาณการค่าปรับกว่า 5,273 ล้านบาท ตรวจยึดยาสูบในประเทศและต่างประเทศรวม 6,213,590 ซอง โดยกรมสรรพสามิตยังให้ความสำคัญกับการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าและการกระจายยาสูบผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

รองลงมาคือ สุรา 11,699 คดี ค่าปรับกว่า 133 ล้านบาท ประมาณการค่าปรับกว่า 37 ล้านบาท ตรวจยึดสุราในประเทศ 149,603.258 ลิตร และสุราต่างประเทศ 24,922.977 ลิตร ส่วนอันดับ 3 น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน 875 คดี ค่าปรับกว่า 83 ล้านบาท ประมาณการค่าปรับกว่า 4.7 ล้านบาท ตรวจยึดของกลางรวม 2,604,881 ลิตร

ดร.พรชัย กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2569 กรมสรรพสามิตได้ยกระดับการบังคับใช้กฎหมายจากการจับกุมภายหลังเกิดเหตุ สู่การปราบปรามเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล หรือ Data Driven Enforcement โดยนำข้อมูลการจับกุม พื้นที่ เส้นทางลำเลียงสินค้า ข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงเบาะแสจากประชาชน มาวิเคราะห์ร่วมกัน เพื่อประเมินความเสี่ยงและกำหนดมาตรการให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่

โดย การดำเนินงานครอบคลุมทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ตั้งแต่…สกัดกั้นสินค้าบริเวณชายแดนและแหล่งที่มา ติดตามเส้นทางลำเลียง จุดพักและจุดกระจายสินค้า ไปจนถึง ตรวจสอบร้านค้า ตลาด ช่องทางออนไลน์ และการขนส่งพัสดุ เพื่อป้องกันสินค้าผิดกฎหมายเข้าสู่ตลาดและถึงมือผู้บริโภค

สำหรับพื้นที่ชายแดน กรมสรรพสามิตบูรณาการกับหน่วยงานด้านความมั่นคง กรมศุลกากร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เพื่อสกัดการลักลอบนำเข้าทั้งทางบกและทางทะเล พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลและขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ขณะที่พื้นที่เศรษฐกิจและอุตสาหกรรม เพิ่มการติดตามการกระจายสินค้า การขายออนไลน์ และการขนส่งพัสดุ

อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวเพิ่มเติมว่า ปีงบประมาณ 2570 จะเดินหน้าใช้ข้อมูล วิเคราะห์ความเสี่ยง และประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเท่าทันรูปแบบการกระทำผิดที่เปลี่ยนแปลงไป

“กรมสรรพสามิตมุ่งเปลี่ยนจากแนวคิด ‘มาตรการเดียวใช้ทั่วประเทศ’ สู่ ‘พื้นที่ต่างกัน ความเสี่ยงต่างกัน มาตรการก็ต้องต่างกัน’ เพื่อสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นทาง ลดการเข้าสู่ตลาด สร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย รักษารายได้ของรัฐ และสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบภาษีและเศรษฐกิจของประเทศ” ดร.พรชัย กล่าว.