ศาลคดีทุจริตฯพิพากษาจำคุก “อดีตพระอลงกต” 742 ปี ส่วน “หมอบี” ลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิด ศาลสั่งจำคุก 386 ปี ผิดฐานเบียดบังทรัพย์วัดพระบาทน้ำพุและร่วมกันฟอกเงิน แต่บทลงโทษตามกฎหมาย จำคุกสูงสุด 50 ปีพร้อมสั่งทั้งสองร่วมกันคืนเงินกว่า 306 ล้านบาทแก่วัดพระบาทน้ำพุ
7 ต.ค. 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและ ประพฤติมิชอบกลาง อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อท. 203/2568 ที่พนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 3 ยื่นฟ้องพระราชวิสุทธิประชานารถ (อลงกต ติกขปญโญ) หรือนายอลงกต พูลมุข ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
โดยนัดฟังคำพิพากษาวันนี้ ผู้รับมอบฉันทะโจทก์ จำเลยทั้งสอง ทนายจำเลยที่ 1 และทนายจำเลยที่ 2 มาศาล และศาลอ่านคำพิพากษาให้คู่ความที่มาศาลฟังแล้ว
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 192 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 5(1) (2) (3), 60 การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม เป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91
โดยความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 กับความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการใยการกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานเป็นจ้าพนักงาน มีหน้าที่ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย จำคุกรวม 185 กระทงๆ ละ 6 ปี และฐานร่วมกันฟอกเงินจำคุก 3 ปี ทางพิจารณาและคำให้การของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย คงจำคุกกระทงละ 4 ปี ปี รวม 185 กระทงเป็นจำคุก 740 ปี และฐานร่วมกันฟอกเงินคงจำทุก 2 ปี เมื่อรวมโทษทั้งสองฐานความผิดเป็นจำคุก 742 ปี
สำหรับจำเลยที่ 2 นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือ หมอบี มีความผิดตามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 5 (1)(2)(3), 60 การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 โดยความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 กับความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย จำคุกรวม 185 กระทงๆ ละ 4 ปี, ฐานฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินจำคุก 8 กระทงๆ ละ 3 ปี ทางพิจารณาและคำให้การของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย คงจำคุกกระทงละ 2 ปี 8 เดือน รวม 185 กระทงเป็นจำคุก 370 ปี 1,480 เดือน, ฐานฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน คงจำคุกกระทงละ 2 ปี รวม 8 กระทงเป็นจำคุก 16 ปี เมื่อรวมโทษทั้งสองฐานความผิดเป็นจำคุก 386 ปี 1,480 เดือน แต่ให้คงจำคุกจำเลยทั้งสองมีกำหนดคนละ 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงิน 306,026,143.57 บาท แก่วัดพระบาทน้ำพุผู้สียหาย โดยยกฟ้องจำเลยที่ 1 ตามคำฟ้องข้อ 3.1 ถึง ข้อ 3.7 ทั้งนี้ ข้อกฎหมายในมาตรา 91(3) ที่รวมกระทงลงโทษ สูงสุด 50 ปี.

