พาณิชย์ชี้น้ำมันแพง–อาหารสำเร็จรูปต้นทุนสูง ดันราคาสินค้า 301 รายการขยับขึ้น เงินเฟ้อ 9 เดือนเฉลี่ย 1.54% จับตาไตรมาส 4 ยังเป็นบวกต่อเนื่อง พร้อมปรับกรอบเงินเฟ้อทั้งปี 1.8–2.2% ค่ากลาง 2%

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผอ.สนค. กระทรวงพาณิชย์ รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย ในเดือนกันยายน 2569 เท่ากับ 102.93 สูงขึ้น 2.82% ปัจจัยสำคัญยังคงมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ ที่ยังคงทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อนหน้า จากผลกระทบของวิกฤตพลังงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังจากพื้นที่ทางตอนใต้ของซาอุดีอาระเบียถูกโจมตี กระทบความเสี่ยงต่อเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบฝั่งเอเชียที่อาจถูกจำกัด รวมทั้งสถานการณ์ความขัดแย้งยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลาย นอกจากนี้ ราคาอาหารสำเร็จรูป ปรับตัวสูงขึ้นจากต้นทุน โดยเฉพาะวัตถุดิบอาหารสด ทั้งไข่ไก่ ไก่สด ผักสด และผลไม้สด
โดยสินค้าหมวดสินค้าอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้น 2.67% / ส่วนราคาสินค้าในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ยังสูงขึ้นถึง 3.07% มาจากราคาสินค้าและบริการ ที่นำมาคำนวณเป็นอัตราเงินเฟ้อ 464 รายการ เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว มีสินค้าที่ปรับราคาสูงขึ้นถึง 301 รายการ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง / ค่าเช่าบ้าน / ค่าโดยสารสาธารณะ / โทรศัพท์มือถือ / ก๋วยเตี๋ยว / กับข้าวสำเร็จรูป / ไข่ไก่ / เนื้อหมู / มะนาว / ต้นหอม / และผักกาดขาว // ส่วนราคาไม่เปลี่ยนแปลง 31 รายการ // และสินค้าที่ราคาลดลง 132 รายการ เช่น ค่าไฟฟ้า / ค่าห้องพักโรงแรม / ข้าวสารเหนียว / และค่าธรรมเนียมผ่านทางพิเศษ แต่ภาพรวมอัตราเงินเฟ้อ เฉลี่ยในช่วง 9 เดือนของปี 2569 สูงขึ้นเพียง 1.54%

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อ ในไตรมาสสุดท้ายของปี คาดว่า จะเป็นบวกต่อเนื่อง จากราคาขายปลีกน้ำมันที่ยังทรงตัวสูง / ราคาอาหารสำเร็จรูปทยอยปรับตัวสูงกว่าปีก่อนหน้า / ค่าใช้จ่ายในการเดินทางปรับตัวสูงขึ้น / และราคาอาหารสดมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากสภาพอากาศ
กระทรวงพาณิชย์ จึงได้ปรับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2569 อยู่ในกรอบ 1.8-2.2% ค่ากลางที่ 2% จากเดิมอยู่ระหว่าง 1.5-2.5%
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วม ส่งผลกระทบต่อราคาอาหารสดเป็นหลัก โดยเฉพาะผักใบอ่อน ราคาเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 3.49% แต่ในภาพรวมกระทบส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อเพียงเล็กน้อย 0.1% เท่านั้น

ด้าน นายวัฒนศักดิ์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน ย้ำว่าภัยน้ำท่วม ส่งผลกระทบหนักพื้นที่เพาะปลูกผักสำคัญ ดังนั้น มาตรการหลักจะใช้ กลไก ของตลาดสด-ตลาดกลาง ช่วยบริหารจัดการผักจากพื้นที่เพาะปลูกที่ไม่ได้รับผลกระทบ มาเติมให้เพียงพอ หรือ หาผักทดแทนเข้ามาเสริม โดยเฉพาะใกล้เข้าสู่ช่วงเทศกาลกินเจ เพื่อเร่งเติมสินค้าขณะที่ราคาผักหลายชนิด เช่น กะหล่ำปลี และผักบุ้งจีน ในตลาดกลาง เริ่มปรับลดลงแล้ว ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องไปยัง ตลาดสด ให้ราคาลดลงตาม // อย่างไรก็ตามต้องติดตามสถานการณ์ ภายใต้วอร์รูม เพราะฝนยังตกต่อเนื่อง เพื่อปรับแผนวันต่อวัน
ขณะที่การดูแลค่าครองชีพประชาชน ได้เตรียมจัดหาสินค้าราคาประหยัดไปช่วยพี่น้องประชาชนหลังน้ำลด เริ่มจากพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลก่อนดำเนินการต่อเนื่องให้ครบทุกจังหวัด เบื้องต้น ขอ งบประมาณ ไว้ 1,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันการดูแลราคา สินค้าอุปโภคบริโภค ได้รับคำยืนจาก ผู้ประกอบการ จะตรึงราคาสินค้าให้นานที่สุด.




