• อังคาร 6 ตุลาคม 2569 เวลา 12:02 น.

ว่างงานพุ่ง 4 แสนคน ‘คนรุ่นใหม่’ เสี่ยงสุด!

BREAKING NEWS ECONOMY HEADLINE NEWS

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย! ผู้ว่างงานไตรมาส 2/2569 เพิ่มขึ้น 10% สูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส กลุ่มอายุ 20–24 ปีมีสัดส่วนราว 44% ชี้ทักษะแรงงานไม่ตรงความต้องการตลาด ขณะที่เศรษฐกิจฟื้นตัวไม่ทั่วถึงและเทคโนโลยีเพิ่มแรงกดดันการจ้างงาน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเปิดเผยสถานการณ์ตลาดแรงงานไทยในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 ว่า ประเทศไทยมีผู้ว่างงานประมาณ 4.01 แสนคน เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นระดับสูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส โดยครั้งล่าสุดที่จำนวนผู้ว่างงานเกิน 4 แสนคนอยู่ในไตรมาส 3 ปี 2567

เมื่อจำแนกตามช่วงอายุ พบว่า ผู้ว่างงานประมาณ 1.74 แสนคน หรือราว 44% ของผู้ว่างงานทั้งหมด อยู่ในกลุ่มอายุ 20–24 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยของเด็กจบใหม่และผู้เริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงาน สะท้อนความยากลำบากในการหางานของคนรุ่นใหม่

เมื่อจำแนกตามช่วงอายุ พบว่า ผู้ว่างงานประมาณ 1.74 แสนคน หรือราว 44% ของผู้ว่างงานทั้งหมด อยู่ในกลุ่มอายุ 20–24 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยของเด็กจบใหม่และผู้เริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงาน สะท้อนความยากลำบากในการหางานของคนรุ่นใหม่

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ ความไม่สอดคล้องระหว่างทักษะแรงงานกับความต้องการของตลาด หรือ Skills Mismatch โดยในช่วงปี 2568–2572 คาดว่า ไทยจะมีความต้องการแรงงานทักษะสูงเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายอีกราว 1.1 ล้านตำแหน่ง ซึ่งเป็นความต้องการตลอดช่วงเวลาดังกล่าว

ความต้องการส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม รวมถึงดิจิทัล โดยมีสัดส่วนรวมกันกว่า 69% ของความต้องการแรงงานทักษะสูงที่ประเมินไว้

อย่างไรก็ตาม ด้านการผลิตบุคลากร พบว่า ผู้จบการศึกษามากกว่า 60% อยู่ในสายมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ขณะที่สัดส่วนผู้จบด้าน STEM ได้แก่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ เทียบกับผู้จบการศึกษาทั้งหมด มีแนวโน้มลดลงจาก 23.2% ในปี 2563 เหลือ 22.3% ในปี 2568 ทำให้การผลิตและพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดเป็นโจทย์ที่ไทยต้องเร่งดำเนินการ

สำหรับ แนวโน้มตลาดแรงงานในระยะข้างหน้า ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้ว่า มี 3 ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม ประเด็นแรก คือ ปัญหาทักษะแรงงานไม่ตรงกับความต้องการ ซึ่งยังมีอยู่ต่อเนื่อง แรงงานจึงต้องเร่งพัฒนาทักษะใหม่ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีและสุขภาพ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายและสังคมสูงวัยขั้นสุดยอด

ประเด็นที่สอง คือ การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ไม่เท่ากัน หรือ K-shaped โดยธุรกิจแต่ละกลุ่มยังเผชิญแรงกดดันแตกต่างกัน ทั้งกำลังซื้อของผู้บริโภคที่เปราะบาง การแข่งขันรุนแรง และต้นทุนดำเนินงานที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลต่อความสามารถในการสร้างรายได้และจำกัดการจ้างงาน

ประเด็นที่สาม คือ ความเสี่ยงจาก AI และระบบอัตโนมัติ ที่เข้ามามีบทบาทในกระบวนการดำเนินธุรกิจมากขึ้น ทำให้เด็กจบใหม่และแรงงานทักษะต่ำเสี่ยงถูกเทคโนโลยีทดแทน ขณะที่ภาคธุรกิจต้องสร้างสมดุลระหว่างการใช้แรงงานกับเทคโนโลยีให้เหมาะสม

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การพัฒนาทักษะแรงงานควบคู่กับการผลิตบุคลากรให้ตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจ จะเป็นประเด็นสำคัญในการรับมือความเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานไทยในระยะต่อไป.