• อาทิตย์ 4 ตุลาคม 2569 เวลา 12:39 น.

จับ ‘อัจฉริยะ’ โยงพนันมวย เจ้าตัวโต้ทุกข้อหา

BREAKING NEWS JUSTICE & CRIME

ตำรวจไซเบอร์ขยายผลเครือข่ายพนันมวย พบเส้นเงินเชื่อมโยง 40 ล้านบาท ก่อนจับ “อัจฉริยะ” ดำเนินคดี 4 ข้อหา เจ้าตัวปฏิเสธ ยืนยันชี้แจงได้ เตรียมนำตัวฝากขังศาล 5 ต.ค.นี้

ความคืบหน้า คดีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ถึงช่วงสายวันที่ 4 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์นำตัวไปควบคุมที่ สน.ทุ่งสองห้อง หลังสอบปากคำที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 โดยเตรียมยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลอาญาวันที่ 5 ตุลาคม ขณะที่ผู้ต้องหายืนยันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา  

คดีนี้มีต้นทางจากการปราบปรามเครือข่ายพนันมวยออนไลน์เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ในพื้นที่ สน.บึงกุ่ม ซึ่งตำรวจระบุว่าพบเงินหมุนเวียนประมาณ 1,000 ล้านบาท ก่อนขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินและพบธุรกรรมที่กล่าวหาว่าเชื่อมโยงนายอัจฉริยะกับเครือข่ายพนันมวยประมาณ 40 ล้านบาท รวม 212 ครั้ง  

ต่อมา วันที่ 3 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ บก.สอท.1 จับกุมนายอัจฉริยะบริเวณใกล้สนามมวยอ้อมน้อย จ.สมุทรสาคร ตามหมายจับศาลอาญาที่ 5726/2569 ลงวันที่ 2 ตุลาคม ในข้อกล่าวหาฉ้อโกงประชาชน ความผิดเกี่ยวกับการนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ฟอกเงิน และลักลอบเล่นการพนันชกมวยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวไปสอบสวน  

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า การตรวจสอบพบบัญชีชมรมฯ มีเงินหมุนเวียนประมาณ 168 ล้านบาท และบัญชีส่วนตัวที่เกี่ยวข้องมีเงินหมุนเวียนประมาณ 190 ล้านบาท โดยนายอัจฉริยะมีอำนาจสั่งจ่ายบัญชีชมรมฯ เพียงผู้เดียว เจ้าหน้าที่ยังต้องตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมยืนยันว่าดำเนินคดีตามพยานหลักฐานและให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย  

ด้าน นายอัจฉริยะ ยืนยันว่า บัญชีชมรมฯ เปิดมาประมาณ 12 ปี แยกจากบัญชีส่วนตัว และสามารถชี้แจงรายละเอียดได้ทั้งหมด พร้อมปฏิเสธว่าเงินชมรมฯ เกี่ยวข้องกับเว็บพนันมวย  

ภายหลังการสอบสวน นายอัจฉริยะ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า เงินที่ถูกกล่าวอ้างว่าเกี่ยวข้องกับ ผู้เสียหายมีประมาณ 414,000 บาท ประกอบด้วยเงินทอดกฐิน 14,000 บาท และเงินมัดจำงานเกี่ยวกับคดีนอมินีใน จ.ภูเก็ต 400,000 บาท โดยยืนยันว่า ไม่ได้มาจากการหลอกลวงประชาชน และมีหลักฐานพิสูจน์ข้อโต้แย้งของตน  

ทั้งนี้ ตัวเลขเงินหมุนเวียนในบัญชีและยอดธุรกรรมที่ตำรวจ ระบุว่า เชื่อมโยงการพนัน ยังไม่ใช่ข้อยืนยันว่าเงินทั้งหมดเป็นเงินจากการกระทำผิด ขณะที่คำชี้แจงของนายอัจฉริยะยังต้องตรวจสอบกับพยานหลักฐานในสำนวน คดีจึงอยู่ระหว่างการสอบสวนและยังไม่มีคำพิพากษาถึงความผิดของผู้ต้องหา

ประเด็นที่ต้องติดตามต่อจากนี้ ก็คือ การยื่นฝากขังและการพิจารณาปล่อยชั่วคราว ผลตรวจสอบที่มาและปลายทางของธุรกรรม 212 ครั้ง ตลอดจนจำนวนผู้เสียหายและยอดความเสียหายที่ชัดเจน รวมถึงหลักฐานที่นายอัจฉริยะจะนำมาชี้แจงเพื่อหักล้างข้อกล่าวหา.