• อาทิตย์ 4 ตุลาคม 2569 เวลา 12:36 น.

เบิกจ่ายทะลุเป้า! ลงทุนต้องถึงมือ?

BREAKING NEWS ECONOMY

(บัญชีกลางปิดงบฯ 69 เบิกจ่าย 3.62 ล้านล้าน จับตา! งบลงทุนเหลื่อมปี 1.94 แสนล้าน)

กรมบัญชีกลางเผยงบฯ ปี 2569 เบิกจ่ายสูงกว่าเป้าหมาย รายจ่ายลงทุนแตะ 5.87 แสนล้านบาท เดินหน้าเร่งก่อหนี้ผูกพันปี 2570 ขณะที่โจทย์สำคัญคือ…เปลี่ยนวงเงินในสัญญาให้เป็นเงินถึงมือของผู้ประกอบการ และผลงานที่คนไทยใช้ประโยชน์ได้จริง

ปิดปีเหนือเป้า : เบิกจ่าย 95.83%

นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผย ผลการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568–30 กันยายน 2569 ว่า จากวงเงินงบประมาณ 3.78 ล้านล้านบาท มีการเบิกจ่าย 3.62 ล้านล้านบาท หรือ 95.83% สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ 93% และมีอัตราเบิกจ่ายสูงกว่าปีก่อน 4.58 จุดเปอร์เซ็นต์

เมื่อรวมเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีจากปีงบประมาณ 2568 อีก 320,665.49 ล้านบาท ทำให้วงเงินรวมอยู่ที่ 4.10 ล้านล้านบาท และเบิกจ่ายรวม 3.92 ล้านล้านบาท หรือ 95.63%

ส่วน ยอดการใช้จ่ายตามรายงาน ซึ่งต้องแยกจากยอดเบิกจ่ายจริง อยู่ที่ 3.87 ล้านล้านบาทสำหรับงบฯ ปี 2569 และ 4.18 ล้านล้านบาทเมื่อรวมเงินเหลื่อมปี ทั้งนี้ การก่อหนี้ผูกพันเป็นการสร้างภาระตามสัญญาของหน่วยงานรัฐ ยังไม่ใช่การจ่ายเงินทั้งหมดให้แก่คู่สัญญา

ลงทุนผ่านเป้า : ยังรอจ่ายอีกก้อน

รายจ่ายลงทุนปี 2569 มีวงเงิน 781,874.80 ล้านบาท ใช้จ่ายแล้ว 779,619.88 ล้านบาท หรือ 99.71% ขณะที่เบิกจ่ายจริง 586,944.42 ล้านบาท หรือ 75.07% สูงกว่าเป้าหมาย 75% เล็กน้อย และมีอัตราเบิกจ่ายสูงกว่าปีก่อน 8.63 จุดเปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตาม ยังมีเงินลงทุนกันไว้เบิกเหลื่อมปีไปปีงบประมาณ 2570 จำนวน 193,509.25 ล้านบาท หรือ 24.75% ของวงเงินลงทุน สะท้อนว่า ยังมีเงินอีกเกือบหนึ่งในสี่ที่ต้องติดตามให้เบิกจ่ายต่อเนื่อง

สำหรับ รายจ่ายประจำ วงเงิน 2.999 ล้านล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว 3.036 ล้านล้านบาท โดยรายงานระบุอัตราเบิกจ่าย 101.25% และมีเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี 51,534.19 ล้านบาท เมื่อนับรวมทั้ง รายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน เงินที่กันไปเบิกในปี 2570 จึงมีทั้งหมด 245,043.44 ล้านบาท

สะสางงบเก่า : พับไป 2.16 หมื่นล้าน

เงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีจากปีงบประมาณ 2568 วงเงิน 320,665.49 ล้านบาท มีการก่อหนี้แล้ว 309,639.70 ล้านบาท หรือ 96.56% และเบิกจ่าย 299,070.73 ล้านบาท หรือ 93.27%

ส่วนที่เหลือ 21,594.76 ล้านบาท หรือ 6.73% ถูกพับไป หมายถึง ไม่สามารถนำวงเงินส่วนนี้มาเบิกจ่ายต่อได้ตามกรอบเดิม จึงเป็นอีกประเด็นที่ต้องติดตามว่าเกิดจากโครงการใด? และติดขัดในขั้นตอนใด?

เอกนิติเร่งเครื่อง : ส่งต่องบปี 70

นางแพตริเซียระบุว่า นโยบายเร่งรัดการก่อหนี้และเบิกจ่ายเชิงรุกของ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกอบกับการติดตามอย่างใกล้ชิดของกรมบัญชีกลาง ช่วยให้หน่วยงานดำเนินการได้ดีกว่าเป้าหมาย

สำหรับ ปีงบประมาณ 2570 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐแล้ว โดยขอให้หน่วยงานเจ้าของงบประมาณกำกับและติดตามอย่างเคร่งครัด เพื่อส่งเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

กรมบัญชีกลางยังให้เร่งก่อหนี้ผูกพันทั้งเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีและงบลงทุนประจำปีให้แล้วเสร็จ ภายในไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ 2570 พร้อมระบุผลกรณีดำเนินการไม่ทันว่า เงินเหลื่อมปีจะไม่สามารถขยายเวลาเบิกจ่ายต่อ ส่วนงบลงทุนประจำปีจะถูกนำไปจัดทำร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายต่อไป

“ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เชื่อว่า ผลเบิกจ่ายปี 2569 เป็นสัญญาณบวกด้านการขับเคลื่อนงบประมาณ โดยเฉพาะอัตราเบิกจ่ายลงทุนที่ดีขึ้นจากปีก่อน แต่การผ่านเป้าหมาย 75% ยังไม่เพียงพอที่จะตอบว่าโครงการรัฐเดินหน้าได้เต็มประสิทธิภาพ เพราะเป้าหมายทางบัญชีกับผลสำเร็จของงานเป็นคนละเรื่อง เงินที่จ่ายแล้วต้องสะท้อนเป็นงานที่มีคุณภาพ ส่งมอบตรงเวลา และประชาชนใช้ประโยชน์ได้

สัญญาถึงเงิน : ต้องแก้ให้ตรงจุด

ตัวเลขใช้จ่ายลงทุนเกือบ 100% เทียบกับเบิกจ่ายจริงประมาณ 75% ชี้ว่า…การติดตามไม่ควรหยุดเพียงขั้นทำสัญญา แต่ต้องเดินต่อถึงการทำงาน การตรวจรับ และการจ่ายเงินให้ผู้รับจ้าง กรมบัญชีกลางกับหน่วยงานเจ้าของโครงการจึงควรแยกให้ชัดว่า งานใดดำเนินการตามแผน งานใดล่าช้า และงานใดติดขั้นตอนเอกสาร เพราะแต่ละปัญหาต้องใช้วิธีแก้ต่างกัน

งบเหลื่อมปี : เงินรอหรือโครงการติด?

เงินลงทุนเหลื่อมปี 1.94 แสนล้านบาทเป็นโจทย์ใหญ่ของปี 2570 แต่ไม่ควรเหมารวมว่าเป็นความล่าช้าทั้งหมด เนื่องจากบางโครงการอาจมีระยะเวลาดำเนินงานข้ามปีตามแผน สิ่งที่ควรเปิดเผยคือ รายการโครงการ กำหนดส่งมอบ และสาเหตุที่ยังเบิกจ่ายไม่ได้ ขณะเดียวกัน งบเก่าที่พับไป 2.16 หมื่นล้านบาทควรได้รับการทบทวน เพื่อป้องกันปัญหาเดิมเกิดซ้ำและไม่ให้ประชาชนต้องรอบริการหรือโครงสร้างพื้นฐานโดยไม่รู้กำหนด

เร่งอย่างมีคุณภาพ : วัดผลถึงประชาชน

ภารกิจต่อไปของ ดร.เอกนิติและนางแพตริเซีย จึงควรเชื่อมการเร่งเบิกจ่ายกับการวัดผลโครงการ เปิดเผยความคืบหน้า และรักษามาตรฐานจัดซื้อจัดจ้าง หากเร่งทำสัญญาได้ แต่ตรวจรับล่าช้าหรือผลงานใช้ประโยชน์ไม่ได้ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจก็ย่อมไม่เต็มที่ ความสำเร็จของงบประมาณควรวัดให้ถึงว่า ผู้ประกอบการได้รับเงินตรงเวลา งานเสร็จตามแผน และประชาชนได้ประโยชน์คุ้มกับเงินที่รัฐจ่ายไปเพียงใด???.