(คปภ. จี้! ประกันรายงานความเสียหายให้ตรงความจริง เร่ง ‘สินไหม – ติดตามรถซ่อมเสร็จ’ มุ่งลดคอขวดหลังน้ำลด)
คปภ. เรียกบริษัทประกันภัยติดตามผลช่วยผู้ประสบอุทกภัย ย้ำข้อมูลต้องสะท้อนความเสียหายและสถานะเคลมจริง ทบทวนแนวทางชดใช้ภายใน 7 วันสำหรับกรณีพิสูจน์ความเสียหายได้ชัดเจน พร้อมประสานรถยก–ภาคธนาคาร แก้อุปสรรคให้ผู้เอาประกันภัยกลับมาตั้งหลัก
เร่งเคลมหลังน้ำลด :
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มอบหมายให้ นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการด้านกฎหมายและตรวจสอบ และ นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการด้านกำกับธุรกิจประกันภัย เป็น ประธานร่วมประชุมติดตามและเตรียมความพร้อมของภาคธุรกิจประกันภัยเพื่อรองรับสถานการณ์อุทกภัย ครั้งที่ 2/2569 ณ สำนักงาน คปภ. ถนนรัชดาภิเษก
การประชุมมุ่งติดตามความเสียหาย ความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้เอาประกันภัย และรับฟังอุปสรรคจากบริษัทประกันภัย ต่อเนื่องจากการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งหลายพื้นที่ยังมีน้ำท่วมและการแจ้งเคลมยังไม่ครบถ้วน ขณะที่สถานการณ์ในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย ทำให้สามารถสำรวจและรวบรวมข้อมูลได้มากขึ้น
ข้อมูลจริง ช่วยตรงจุด :
สำนักงาน คปภ. ได้เน้นย้ำต่อที่ประชุมฯ โดยให้ บริษัทประกันภัยรายงานข้อมูลอย่างครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นปัจจุบัน ตั้งแต่…จำนวนการเรียกร้องค่าสินไหม ประเภททรัพย์สินเสียหาย ความคืบหน้าการสำรวจและประเมิน
ไปจนถึง การพิจารณาและชดใช้ค่าสินไหม เพื่อใช้ประเมินภาพรวมและกำหนดแนวทางช่วยเหลือได้เหมาะสม
พร้อมขอให้ประเมิน ประมาณการค่าสินไหมทดแทนที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Claim Reserve) ให้ใกล้เคียงความเสียหายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจริง เพื่อให้ข้อมูลสะท้อนขนาดความเสียหายได้แม่นยำยิ่งขึ้น

จ่ายบางส่วน รถยังไม่จบ :
ประเด็นสำคัญที่ คปภ. ให้ความสนใจมากที่สุด ก็คือ…สถานะเคลมรถยนต์น้ำท่วม เพราะบางกรณีมีการชำระค่าใช้จ่ายบางส่วนและบันทึกว่าดำเนินการแล้ว แต่รถยังซ่อมไม่เสร็จ จึงขอให้ “แยกข้อมูล”ชัดเจน ว่า…
รถที่ต้องเข้าซ่อมมีจำนวนเท่าใด?
ซ่อมเสร็จแล้วเท่าใด?
และ ยังอยู่ระหว่างซ่อมเท่าใด?
การติดตามดังกล่าว…จะช่วยให้มองเห็นปัญหาในกระบวนการซ่อมได้ตรงจุด! โดย คปภ. ต้องการติดตามการช่วยเหลือ ตั้งแต่…รับแจ้งเหตุ สำรวจความเสียหาย พิจารณาสินไหม จนถึง รถซ่อมแล้วเสร็จ เพื่อให้สถานะในรายงานสอดคล้องกับสิ่งที่ผู้เอาประกันภัยได้รับจริง
เร่งคนสำรวจ ลดคิวค้าง :
สำนักงาน คปภ. แนะนำให้บริษัทประกันภัยกระจายผู้สำรวจภัยและผู้ประเมินความเสียหายให้เหมาะสมกับจำนวนผู้ได้รับผลกระทบในแต่ละพื้นที่ พร้อม บริหารขั้นตอนให้คล่องตัว เพื่อให้การพิจารณาและชดใช้ค่าสินไหมดำเนินต่อเนื่อง
ที่ประชุมฯยังทบทวนแนวทางจากการประชุมครั้งแรก ทั้งการพิจารณาชดใช้ค่าสินไหม ภายใน 7 วันสำหรับกรณีที่สามารถพิสูจน์ความเสียหายได้อย่างชัดเจน และ การสำรวจรถยนต์ตามระดับความเสียหายจากน้ำท่วม โดยแนวทางดังกล่าวมี เงื่อนไขตามลักษณะของแต่ละกรณี
เชื่อมรถยก – ธนาคาร :
สำหรับ ปัญหาที่บริษัทประกันภัยไม่สามารถแก้ไขได้โดยลำพัง คปภ. พร้อมเป็น ศูนย์กลางรวบรวมและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง…การเคลื่อนย้ายรถยนต์ การจัดหารถยก และกรณีรถติดภาระทางการเงินที่อาจต้องประสานภาคธนาคาร เพื่อลดข้อจำกัดของบริษัทและผู้เอาประกันภัย
นอกจากนี้ จะติดตามข้อมูลและประชุมประเมินความคืบหน้าเป็นระยะ พร้อมจัดช่องทางประสานงานโดยตรงกับภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อแก้ปัญหาในแต่ละขั้นตอนอย่างทันท่วงที
แจ้งเหตุไว ยึดปลอดภัย :
ทั้งนี้ คปภ. ขอให้ประชาชนคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก และแจ้งบริษัทประกันภัยที่ทำประกันไว้โดยเร็วเมื่อได้รับความเสียหาย
หากมีข้อสงสัยเรื่องสิทธิความคุ้มครองหรือปัญหาการเรียกร้องสินไหม ติดต่อ สายด่วน คปภ. 1186 ซึ่งเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมงถึงวันที่ 5 ตุลาคม 2569 หรือ LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ.รอบรู้”

วัดผลที่ชีวิตฟื้น :
สำหรับ การประชุมติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ครั้งที่ 2/2569 ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (2 ต.ค.) “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เชื่อว่า…“จุดสำคัญ” อยู่ที่การ “ติดตามผล” จนผู้เอาประกันภัยได้รับความช่วยเหลือครบทุกกระบวนการ โดยเฉพาะการแยกสถานะรถซ่อมเสร็จออกจากกรณีจ่ายค่าใช้จ่ายบางส่วน
นั่นเพราะ…สำหรับประชาชนคนไทยแล้ว รถที่ยังใช้ไม่ได้ อาจหมายถึงการเดินทางไปทำงานที่ยากขึ้น! หรือมีต้นทุนประกอบอาชีพที่ยังเพิ่มต่อเนื่อง ดังนั้น “ตัวชี้วัดความสำเร็จ” จึงควรครอบคลุมทั้ง…การจ่ายสินไหมและการกลับมาใช้ทรัพย์สินได้จริง
เงินถึงไว ฟื้นตัวเร็ว :
ในเชิงเศรษฐกิจ “สินไหม” ที่ถึงมือผู้เอาประกันภัยอย่างรวดเร็ว ตามความคุ้มครอง ย่อมช่วยให้ครัวเรือนและกิจการนำเงินไปซ่อมแซมทรัพย์สิน และกลับมาดำเนินชีวิตได้เร็วขึ้น ดังนั้น แนวทางพิจารณาชดใช้ภายใน 7 วันสำหรับกรณีที่พิสูจน์ความเสียหายได้ชัดเจนจึงมีความหมาย
อย่างไรก็ดี ผลจะเกิดได้เต็มที่! ก็ต่อเมื่อ…การรับแจ้งเหตุ การตรวจหลักฐาน และการประเมินเดินหน้าไปพร้อมกัน
จำเป็นอย่างยิ่งที่ คปภ. ควรจะติดตามระยะเวลาของแต่ละขั้นตอน เพื่อให้รู้ว่า…ความล่าช้าสะสมอยู่ตรงไหน? และใครต้องเร่งแก้ไข?
แก้ปมคอขวดทั้งระบบ :
สำหรับ “ข้อจำกัด” หลังน้ำลด! เชื่อว่า…จะเชื่อมโยงหลายฝ่าย? ตั้งแต่…ผู้สำรวจภัย รถยก อู่ซ่อม ไปจนถึง สถาบันการเงินในกรณีรถติดภาระ
ดังนั้น การที่ คปภ. รับบทประสานกลางจึงเป็นทิศทางสำคัญ! และ ขั้นต่อไป…ก็ควรทำให้แต่ละปัญหามีผู้รับผิดชอบและกรอบเวลาติดตามชัดเจน พร้อมแจ้งความคืบหน้าให้ผู้เอาประกันภัยทราบ เพราะการต้องติดต่อหลายหน่วยงานซ้ำ ๆ ย่อมเพิ่มภาระให้คนที่กำลังรับมือความเสียหายอยู่แล้ว
ข้อมูลวันนี้ รับมือครั้งหน้า :
ข้อมูลเคลมที่ครบถ้วน ยังสามารถต่อยอดเป็น “ฐานวางแผน” รับภัยครั้งต่อไป ทั้ง…พื้นที่ที่มีความเสียหายสูง ประเภททรัพย์สินที่เปราะบาง และขั้นตอนช่วยเหลือที่มักติดขัด
หากนำข้อมูลเหล่านี้ มาวิเคราะห์อย่างต่อเนื่อง “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เชื่อว่า…จะช่วยให้ภาคประกันภัยเตรียมบุคลากรและเครือข่ายบริการได้เหมาะสมขึ้น
ความเชื่อมั่นต่อระบบประกันภัย! จึงจะเติบโต จาก…ประสบการณ์จริงของประชาชนคนไทยที่เป็น “ผู้ประสบภัย” เมื่อแจ้งเหตุแล้วมีคนรับเรื่อง ติดขัดแล้วมีคนแก้ กระทั่ง ได้รับความช่วยเหลือ จนกลับมาตั้งหลักได้อีกครั้ง!!! นั่นเอง.

