เชื่อมข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตรวจสอบนิติบุคคลเจ้าของเครื่องหมายการค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ฟรี ช่วยเช็กสถานะ “เลิกกิจการ-ร้าง” ก่อนทำธุรกรรม ลดความเสี่ยงถูกแอบอ้างหรือนำเครื่องหมายการค้าไปใช้โดยมิชอบ

กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ยกระดับการให้บริการข้อมูลเครื่องหมายการค้าเชิงรุก ตามแนวนโยบายของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีและระบบดิจิทัลมาใช้ลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยกรมฯ ได้เชื่อมโยงช่องทางตรวจสอบสถานะนิติบุคคลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบสถานะของนิติบุคคลที่เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าได้ทันทีผ่าน “ระบบค้นหาเครื่องหมายการค้า” หรือ “IP Search” เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาก่อนทำธุรกรรมหรือดำเนินการเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าได้รอบคอบยิ่งขึ้น
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา(DIP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันเครื่องหมายการค้าจำนวนมากได้รับการจดทะเบียนในนามนิติบุคคล ซึ่งสถานะของนิติบุคคลอาจเปลี่ยนแปลงไปตามระยะเวลาโดยนิติบุคคลที่ “เลิกกิจการ” อาจอยู่ระหว่างการชำระบัญชีหรือชำระบัญชีเสร็จสิ้นแล้ว ขณะที่กรณี “นิติบุคคลร้าง” ซึ่งถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า อาจมีการกลับคืนสู่ทะเบียนได้ในภายหลัง ดังนั้น สถานะของนิติบุคคลจึงเป็นข้อมูลสำคัญที่ประชาชนและผู้ประกอบการควรตรวจสอบควบคู่กับข้อมูลเครื่องหมายการค้าจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะก่อนทำธุรกรรมกับบุคคลที่นำเครื่องหมายการค้ามาใช้ หรืออ้างว่าเป็นเจ้าของหรือผู้มีสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้น

นางอรมน กล่าวว่า เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลได้อย่างสะดวกและเป็นปัจจุบันกรมฯ จึงได้เพิ่มช่องทางการตรวจสอบสถานะนิติบุคคลในระบบ IP Search บนเว็บไซต์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา (https://search.ipthailand.go.th) โดยเมื่อประชาชนค้นหาข้อมูลเครื่องหมายการค้าและพบว่าเจ้าของเครื่องหมายเป็นนิติบุคคล ระบบจะแสดงช่องทาง “ตรวจสอบสถานะนิติบุคคล” ที่เชื่อมโยงไปยังระบบ DBD DataWarehouse+ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อให้สามารถตรวจสอบสถานะจากฐานข้อมูลของหน่วยงานที่รับผิดชอบข้อมูลนิติบุคคลโดยตรง
ทั้งนี้ หากตรวจสอบแล้วพบว่า นิติบุคคลเจ้าของเครื่องหมายการค้ามีสถานะ “เลิก (ไม่เสร็จการชำระบัญชี)” “เลิก (เสร็จการชำระบัญชี)” หรือ “ร้าง” กรมฯ ขอเน้นย้ำให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการติดต่อ ทำธุรกรรม หรือการพิจารณาความน่าเชื่อถือในการใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าว เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสถานะของนิติบุคคลอาจมีผลต่อการจัดการทรัพย์สินและสิทธิในเครื่องหมายการค้า ซึ่งอาจเกิดกรณีที่มีบุคคลอื่นนำเครื่องหมายการค้าไปใช้หรือแอบอ้างว่าเป็นเจ้าของหรือผู้มีสิทธิ หรืออาจมีการนำเครื่องหมายการค้าดังกล่าวไปใช้โดยไม่มีสิทธิหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย
อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า ช่องทางดังกล่าวจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะนิติบุคคลได้สะดวกรวดเร็ว ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และได้รับข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน ลดขั้นตอนและความซ้ำซ้อนในการค้นหา และสามารถนำข้อมูลจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงมาใช้ประกอบการพิจารณาก่อนทำธุรกรรมได้อย่างรอบคอบ ทั้งนี้ หากประชาชนหรือผู้ประกอบการมีข้อสงสัยหรือประสบปัญหาเกี่ยวกับการใช้ การคุ้มครอง หรือการจัดการสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ ศูนย์ให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IPAC) กรมทรัพย์สินทางปัญญา สายด่วน 1368 เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมก่อนดำเนินการต่อไป.

