• เสาร์ 26 กันยายน 2569 เวลา 15:38 น.

“ท็อปกัน-สมอ.” บุกยึดหลอดไฟยี่ห้อดังกว่า 10 ล้านบาท ย่านบางกรวย

BREAKING NEWS JUSTICE & CRIME

“ท็อปกัน-สมอ.” เข้าตรวจค้นโกดังหลอดไฟยี่ห้อดัง ย่านบางกรวย นนทบุรี พบมีใบอนุญาตนำเข้า แต่ขายสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ยึดคาโกดัง 61,891 หน่วย มูลค่ากว่า 10.1 ล้านบาท เตือนผู้ประกอบการย้อมแมวขายสินค้าห่วย ต้องโทษหนัก


พลเอก นักรบ บุญบัวทอง หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ “ท็อปกัน” เปิดเผยว่า “ชุดปฏิบัติการพิเศษ “ท็อปกัน” ได้สนธิกำลังกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) สภ.ปลายบาง และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนนทบุรี เข้าตรวจสอบโกดังของผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตนำเข้าและจำหน่ายหลอดไฟ LED ยี่ห้อดัง ในตำบลศาลากลาง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนผ่านเว็บบอร์ด สมอ. ว่า หลอดไฟที่ซื้อมาใช้งานได้ไม่นานเกิดการระเบิดจนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย สมอ. จึงขยายผลในเชิงลึกและเข้าเก็บตัวอย่างที่สถานประกอบการไปทดสอบ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ที่สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ผลทดสอบพบว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐาน จึงนำมาสู่การเข้าจับกุมในครั้งนี้

จากการตรวจสอบพบของกลางเป็นหลอดไฟ ทั้งแบบหลอดกลม และหลอดยาว แบบและรุ่นเดียวกับที่ผลทดสอบตกเกณฑ์มาตรฐาน นอกจากนี้ ยังตรวจพบสินค้าไม่ได้มาตรฐานเพิ่มเติมอีกจำนวนมาก ได้แก่ อุปกรณ์ขับหลอดที่มีเหตุอันเชื่อได้ว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐาน จึงได้ยึดอายัดไว้เพื่อตรวจสอบ รวมทั้งสิ้น 61,891 หน่วย มูลค่ากว่า 10.1 ล้านบาท

“ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (นายวราวุธ ศิลปอาชา) ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยชุดปฏิบัติการพิเศษ ท็อปกัน ได้กวาดล้างสินค้าไม่ได้มาตรฐานมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งปลั๊กพ่วง สายไฟ พาวเวอร์แบงค์ และยางรถยนต์ ที่จับกุมได้เป็นจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรมเข้าใจในภาวะเศรษฐกิจที่ประชาชนอาจเลือกสินค้าราคาถูก แต่สินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐานอาจนำมาซึ่งอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินประชาชน จึงขอแนะนำให้เลือกซื้อสินค้าที่มีเครื่องหมาย มอก. เพื่อความคุ้มค่าและปลอดภัยกว่าในระยะยาว” พลเอกนักรบฯ กล่าว

ด้าน นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายหลังจากที่ผู้ประกอบการได้รับใบอนุญาตทำ/นำเข้าจาก สมอ. แล้ว สมอ. จะดำเนินการตรวจติดตามคุณภาพสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากโรงงานผู้ผลิต ผู้นำเข้า และท้องตลาด ซึ่งเป็นไปตามภารกิจหลักของ สมอ. ในการควบคุมคุณภาพสินค้าและสกัดสินค้าไม่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตจาก สมอ. ไปแล้ว จะยังคงรักษาคุณภาพของสินค้าได้ตามมาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งผู้ประกอบการรายนี้ต้องระวางโทษนำเข้าสินค้าไม่ได้มาตรฐาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน

2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จำหน่ายสินค้าไม่ได้มาตรฐาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และโทษฐานที่ไม่ปฏิบัติตาม มาตรา 29 ที่กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาต ต้องนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่เป็นไปตามมาตรฐาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงขอเตือนไปยังผู้ประกอบการทุกราย เมื่อได้ใบอนุญาตทำ/นำเข้าจาก สมอ. แล้ว ขอให้รักษาคุณภาพสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานอยู่เสมอ หากฝ่าฝืน สมอ. จะดำเนินคดีกับผู้ประกอบการที่กระทำผิดอย่างถึงที่สุด” เลขาธิการ สมอ. กล่าว