รัฐมนตรีการค้าอาเซียนเห็นชอบเร่งบังคับใช้พิธีสารแก้ไข ATIGA ภายในปี 2569 เสริมความพร้อมรับความผันผวน–ห่วงโซ่อุปทานสะดุด ไทยร่วมดัน ASEAN Single Window เชื่อมข้อมูลการค้า ลดขั้นตอน เพิ่มความคล่องตัว พร้อมหนุน MSMEs ใช้สิทธิประโยชน์ตลาดอาเซียน

ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมประชุมคณะมนตรีเขตการค้าเสรีอาเซียน ครั้งที่ 40 เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 ณ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ว่า อาเซียนได้ให้การรับรองปฏิญญาเพื่อเร่งรัดการบังคับใช้พิธีสารฉบับที่ 2 เพื่อแก้ไขความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) ให้มีผลบังคับใช้ภายในปี 2569 จากเดิมที่กำหนดไว้ภายในวันที่ 1 มิถุนายน 2570 ถือเป็นความก้าวหน้าสำคัญในการเสริมสร้างความพร้อมของอาเซียนในการรับมือกับความผันผวนและความไม่แน่นอนของการค้าโลกในปัจจุบัน รวมทั้งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคเอกชนในการดำเนินธุรกิจท่ามกลางสถานการณ์วิกฤต ภาวะขาดแคลน หรือการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) ให้สามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงได้อย่างเต็มที่

“การเร่งบังคับใช้พิธีสารดังกล่าวจะช่วยให้อาเซียนมีความพร้อมมากขึ้นในการรับมือกับความท้าทายทางการค้า และช่วยสร้างความมั่นใจให้ภาคธุรกิจว่าสามารถดำเนินการค้าระหว่างกันได้อย่างต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดหรือการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับความตกลงและสิทธิประโยชน์ของความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการ ตลอดจนส่งเสริมให้สามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงได้อย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้าและลดอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดอาเซียน” ดร.กิริฎา กล่าว
นอกจากนี้ ไทยยังได้ร่วมผลักดันการอำนวยความสะดวกทางการค้าภายในภูมิภาคให้มีความรวดเร็วและไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น ผ่านการยกระดับระบบ ASEAN Single Window (ASW) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลเอกสารทางการค้าระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน โดยปัจจุบันสามารถแลกเปลี่ยนหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form D) และใบขนสินค้าของอาเซียนได้ครบทั้ง 10 ประเทศแล้ว และกำลังอยู่ระหว่างเร่งรัดการเชื่อมโยงข้อมูลใบรับรองสุขอนามัยพืชอิเล็กทรอนิกส์ และใบรับรองสุขภาพสัตว์อิเล็กทรอนิกส์ให้ครอบคลุมทุกประเทศสมาชิก เพื่อช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินพิธีการทางการค้า และเพิ่มประสิทธิภาพการเคลื่อนย้ายสินค้าในภูมิภาค.

