• พุธ 16 กันยายน 2569 เวลา 05:57 น.

ดันกฎหมายกัญชาภาคประชาชน

BREAKING NEWS JUSTICE & CRIME

มูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติด – ภาคีเครือข่าย ยื่นนายกรัฐมนตรีลงนามรับรองร่าง พ.ร.บ.กัญชา–กัญชง ฉบับประชาชน 17,343 รายชื่อ ย้ำใช้เพื่อการแพทย์ ไม่เปิดทางสันทนาการ พร้อมคุ้มครองเด็ก เยาวชน และกลุ่มเปราะบาง

วันที่ 15 กันยายน 2569 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายวัชรพงศ์ พุ่มชื่น ผู้จัดการมูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติด พร้อมด้วย ผศ.ภญ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา และ ภาคีเครือข่าย เข้ายื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขอให้ลงนามรับรองร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. …. ฉบับภาคประชาชน เพื่อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา

นายวัชรพงศ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน มูลนิธิฯ และเครือข่ายได้ยื่นข้อเสนอที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล พร้อมหารือกับนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลปัญหายาเสพติด เกี่ยวกับการผลักดันกฎหมายกัญชาที่มุ่งใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และเศรษฐกิจ ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสังคม

เครือข่ายมีข้อเสนอสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ขอให้พรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำรัฐบาลเร่งผลักดัน พ.ร.บ.กัญชา กัญชง โดยยึดหลักให้ผู้ป่วยเข้าถึงกัญชาทางการแพทย์อย่างเท่าเทียม ไม่สนับสนุนการใช้เพื่อสันทนาการ และต้องมีกลไกคุ้มครองเด็ก เยาวชน และกลุ่มเปราะบางอย่างเป็นรูปธรรม

ขณะเดียวกัน ขอให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับรองร่างกฎหมายฉบับภาคประชาชน ซึ่งมีผู้ร่วมเข้าชื่อเสนอจำนวน 17,343 คน เนื่องจากเป็นร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงิน รวมทั้ง เปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคมมีส่วนร่วมในการพิจารณากฎหมายและร่วมเฝ้าระวังผลกระทบจากการใช้กัญชาในทางที่ผิด

ผศ.ภญ.ดร.นิยดา กล่าวว่า กัญชาทางการแพทย์มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยบางกลุ่ม แต่ต้องอยู่ภายใต้ระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพราะหากปล่อยให้เกิดภาวะสุญญากาศทางกฎหมาย ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมตามมา

ร่างกฎหมายจึงควรกำหนดแนวทางให้ผู้ป่วยเข้าถึงกัญชาตามหลักวิชาการ ทั้งการแพทย์แผนปัจจุบัน แผนไทย และพื้นบ้าน พร้อมคุ้มครองผู้บริโภคและสิทธิของผู้ป่วย ไม่ให้ถูกหลอกลวงหรือนำกัญชาไปลักลอบผสมในผลิตภัณฑ์โดยไม่แจ้งข้อมูล

นอกจากนี้ ต้องควบคุมสถานที่จำหน่ายและให้บริการ ห้ามโฆษณาและห้ามจำหน่ายทางออนไลน์ รวมถึง จัดทำระบบเฝ้าระวังความปลอดภัย ติดตามและเปิดเผยข้อมูลผลกระทบอย่างโปร่งใส โดยเฉพาะผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษ

ดังนั้น ภาครัฐควรสนับสนุนการวิจัยและพัฒนายาจากกัญชา เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางการแพทย์สูงสุด พร้อมเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาสังคมมีส่วนร่วมทั้งในชั้นกรรมาธิการและกลไกบริหารกฎหมายในอนาคต

ด้าน นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า หลักการของร่างกฎหมายภาคประชาชนสอดคล้องกับแนวทางของพรรค ซึ่งต้องการให้ใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และมีกฎหมายเป็นเครื่องมือกำกับดูแลผลกระทบที่เกิดขึ้น

ขณะนี้ ร่างกฎหมายอยู่ระหว่างรอการลงนามรับรองจากนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเข้าข่ายกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน พรรคภูมิใจไทยจะนำข้อเสนอดังกล่าวเสนอต่อนายกรัฐมนตรี พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการ เพื่อผลักดันร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภาภายในสมัยประชุมนี้.