• จันทร์ 14 กันยายน 2569 เวลา 20:19 น.

ฟ้อง 77 – เว้นขั้วการเมือง

BREAKING NEWS POLITICAL

(กกต.ส่งศาล 26 สว. – ผู้เกี่ยวข้องรวม 77 ราย แต่ยกคำร้อง ‘ภท. – เนวิน’ ในข้อหาช่วยจัดตั้ง)

กกต.เลือก “ทางที่ 3 ” ไม่ฟ้องครบ 229 ราย และไม่ปิดคดีทั้งหมด ส่งศาลฎีกา 77 คนจากข้อกล่าวหาเรื่องฝ่าฝืนกติกา–จูงใจ–ผลประโยชน์ แต่ยกคำร้องข้อหาฝ่ายการเมืองช่วยจัดตั้งทั้งหมด เปิดคำถามใหญ่—เมื่อพบผู้ถูกกล่าวหาว่าทุจริต แล้วเหตุใดจึงไม่พบผู้วางระบบ?

ไม่ปิด – ไม่ฟ้องยกชุด :

วันนี้ (14 กันยายน 2569) คณะกรรมการการเลือกตั้งทั้ง 7 คน มีมติเสียงข้างมากให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง และดำเนินคดีอาญากับผู้ถูกกล่าวหาในคดีการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภารวม 77 คน

ผลดังกล่าวเป็นเสมือน “ทางเลือกที่ 3” ระหว่าง…ความเห็นของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลางชุดที่ 26 ซึ่งเห็นควรดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา 229 คน กับ ความเห็นของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 ที่เสนอให้ยุติเรื่องทั้งหมด

กกต.ไม่ได้สั่งฟ้องครบทั้ง 229 คนตามความเห็นชุดที่ 26 ขณะเดียวกัน ก็ไม่ยกคำร้องทั้งหมดตามข้อเสนอของชุดที่ 36 แต่เลือกวินิจฉัยแยกตามบุคคล พฤติการณ์ และข้อกล่าวหา

นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ระบุว่า กรรมการแต่ละคนพิจารณาสำนวนอย่างเป็นอิสระ โดยตรวจสอบทั้งคำร้อง คำคัดค้าน พยานบุคคล นิติวิทยาศาสตร์ เส้นทางการเงิน และข้อมูลการติดต่อสื่อสาร ไม่ได้ลงมติตามกระแสสังคมหรือแรงกดดันจากกลุ่มใด

26 สว.เผชิญด่านศาล :

ในข้อกล่าวหาที่ 3 เรื่องผู้สมัครไม่ปฏิบัติตามวิธีการหรือเงื่อนไขการแนะนำตัวตามมาตรา 36 และมาตรา 70กกต.มีมติส่งศาลรวม 36 คน ประกอบด้วย สว.ปัจจุบัน 26 คน สว.สำรองหรือผู้มีสิทธิเลือก 1 คน และบุคคลอื่นอีก 9 คน

ส่วน ข้อกล่าวหาที่ 4–7 ซึ่งเกี่ยวกับการให้หรือเสนอให้ทรัพย์สิน การจัดเลี้ยงเพื่อจูงใจ การเรียกรับผลประโยชน์ และการรับทรัพย์สินเพื่อเลือกหรืองดเว้นไม่เลือกผู้สมัคร…กกต.มีมติส่งศาลรวม 77 คน แบ่งเป็น สว.ปัจจุบัน 26 คน ผู้มีสิทธิเลือก สว. 36 คน และบุคคลอื่น 15 คน

กลุ่ม 36 คนในข้อกล่าวหาที่ 3 กับ กลุ่ม 77 คนในข้อกล่าวหาที่ 4–7 เป็น…บุคคลซ้ำกันส่วนใหญ่ ที่ไม่สามารถนำมาบวกเป็น 113 คนได้ จำนวน…ผู้ถูกส่งศาลโดยรวมตามคำแถลงจึงเป็น 77 คน

บุคคลทั้งหมดยังเป็นเพียง “ผู้ถูกกล่าวหา” การที่ กกต.ส่งคำร้องให้ศาลไม่ได้หมายความว่าศาลพิพากษาว่ามีความผิดแล้ว

มาตรา 76 ไร้คนการเมือง :

ผลที่สร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองมากที่สุด! อยู่ที่ข้อกล่าวหาตามมาตรา 76 ซึ่งมุ่งตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างฝ่ายการเมืองกับผู้สมัคร สว.

ข้อกล่าวหาที่ 1 กรณีกรรมการบริหารพรรค ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรค สส. นักการเมืองท้องถิ่น หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ช่วยเหลือให้ผู้สมัครได้รับเลือกเป็น สว. มีผู้ถูกร้อง 20 คน แต่ กกต.ไม่ส่งศาลแม้แต่รายเดียว

ข้อกล่าวหาที่ 2 กรณีผู้สมัครยินยอมรับความช่วยเหลือจากฝ่ายการเมือง มีผู้ถูกร้องรวม 140 คน กกต.มีมติไม่ส่งศาลทั้งหมดเช่นกัน

ผลดังกล่าวทำให้กรรมการบริหารและบุคคลในเครือข่ายพรรคภูมิใจไทย รวมถึง นายเนวิน ชิดชอบ หลุดจากการดำเนินคดีในข้อกล่าวหาตามมาตรา 76 ในชั้น กกต.

อย่างไรก็ตาม การยกคำร้องดังกล่าวเป็นผลการพิจารณาเฉพาะข้อกล่าวหาและฐานกฎหมายของ กกต. ไม่ใช่คำพิพากษาของศาลว่า บุคคลเหล่านี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับทุกข้อกล่าวหาหรือทุกคดี

พบคนทำ – ไม่พบคนจัดตั้ง? :

จุดเปราะบาง! ของมติอยู่ที่ กกต. เห็นว่า มีพฤติการณ์เกี่ยวกับการให้เงิน จูงใจ รับผลประโยชน์ หรือฝ่าฝืนกติกาเพียงพอที่จะส่งผู้ถูกกล่าวหา 77 คนให้ศาลตรวจสอบ แต่กลับไม่พบพยานหลักฐานเพียงพอที่จะเชื่อมโยงไปถึงผู้ถูกกล่าวหาในกลุ่มการเมืองแม้แต่รายเดียว

คำถามหลังมติจึงเปลี่ยนจาก “มีการทุจริตเลือก สว.หรือไม่” ไปเป็น “หากมีผู้ถูกกล่าวหาว่าทุจริตถึง 77 คน พฤติการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นอย่างกระจัดกระจาย หรือมีการจัดวางระบบและผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง?”

ฝ่ายค้านและองค์กรภาคประชาชนเคยเรียกร้องให้ กกต.ส่งผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนเข้าสู่ศาล โดยให้เหตุผลว่า การส่งศาลไม่ใช่การตัดสินว่าทุกคนมีความผิด แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ศาลตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างเต็มรูปแบบ

การส่งศาลเพียง 77 คน และยกคำร้องข้อกล่าวหาที่เชื่อมโยงกับฝ่ายการเมืองทั้งหมด จึงมีแนวโน้มกลายเป็นประเด็นหลักที่ฝ่ายค้านและองค์กรภาคประชาชนใช้ตรวจสอบการทำงานของ กกต.ต่อไป

รทสช.ค้านฟันไม่ถึงคนบงการ :

ภายหลัง กกต.แถลงมติ พรรครวมไทยสร้างชาติออกแถลงการณ์คัดค้านการดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องเพียงบางส่วน พร้อมเรียกร้องให้ กกต.เปิดเผยผลการสอบสวนและพยานหลักฐานต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส

พรรครวมไทยสร้างชาติ ระบุว่า การตรวจสอบต้องไม่ยุติอยู่เพียงผู้ถูกกล่าวหาระดับปฏิบัติการ แต่ต้องขยายผลไปถึงผู้บงการและบุคคลที่มีส่วนร่วมวางแผนหรือสนับสนุนกระบวนการดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้นำผู้ถูกกล่าวหาทุกรายเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอย่างเสมอภาค

แถลงการณ์ดังกล่าวถือเป็นปฏิกิริยาจากพรรคฝ่ายค้านกลุ่มแรกภายหลังทราบมติ และสะท้อนกรอบการตรวจสอบที่มุ่งโจมตี “ช่องว่างความรับผิด” ระหว่าง ผู้ถูกกล่าวหาว่าลงมือกระทำ กับ กลุ่มบุคคลที่เคยถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังเครือข่าย

ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียง จำนวนผู้ถูกส่งศาล แต่รวมถึง เหตุผลที่ กกต.ยกคำร้องผู้ถูกกล่าวหาในกลุ่มการเมืองทั้งหมด ทั้งที่เห็นว่า…พฤติการณ์ของผู้เกี่ยวข้องอีก 77 คนมีน้ำหนักเพียงพอให้ศาลฎีกาตรวจสอบ

ส่วน พรรคประชาชน นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ และ เครือข่าย iLaw ยังต้องรอถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการหลังทราบผล ก่อนนำจุดยืนมาเพิ่มเติมในรายงานข่าวรอบใหม่

จับตา “สนธิ” ขยับ :

นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ เคยประกาศก่อนวันชี้ขาดว่า หากคดีถูกปัดตกหรือตัดตอนทั้งที่มีพยานหลักฐานสำคัญ จะพิจารณายกระดับการเคลื่อนไหว

ประเด็นที่ต้องจับตาหลังจากนี้ คือ นายสนธิและเครือข่ายจะมองการส่งศาล 77 คนว่าเป็นการดำเนินคดีตามน้ำหนักพยานหลักฐาน หรือเป็นการ “ตัดตอน” ผู้ปฏิบัติออกจากบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังเครือข่าย

อย่างไรก็ตาม จนกว่าจะมีประกาศจากเจ้าตัว ยังไม่ควรสรุปว่าได้มีการนัดชุมนุมหรือยกระดับการเคลื่อนไหวแล้ว

DSI รับไม้ต่อ :

อีกแนวรบหนึ่งที่ไม่ได้ยุติไปพร้อมกับมติ กกต. คือ คดีพิเศษฐานอั้งยี่และฟอกเงิน ซึ่งอยู่ในอำนาจของกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI)

ภายหลังทราบผล มีรายงานว่า DSI เตรียมประสานขอผลวินิจฉัยและรายละเอียดมติของ กกต.ไปประกอบสำนวนคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาความเชื่อมโยงของกลุ่มผู้ต้องหา เส้นทางการเงิน และโครงสร้างเครือข่ายต่อไป

การที่ กกต.ยกคำร้องตามมาตรา 76 ไม่ทำให้คดีอั้งยี่หรือฟอกเงินยุติโดยอัตโนมัติ เพราะเป็นคนละฐานความผิด คนละอำนาจสอบสวน และใช้องค์ประกอบทางกฎหมายแตกต่างกัน

ศาลคือด่านถัดไป :

หลังจากนี้ กกต.ต้องจัดทำคำวินิจฉัยกลางและยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เมื่อศาลมีคำสั่งรับคำร้อง ผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ สว.ทั้ง 26 คนจึงจะต้องพิจารณาตามกฎหมายและคำสั่งของศาล

มติวันที่ 14 กันยายนจึงยังไม่ใช่จุดสิ้นสุด! แต่เป็นการย้ายสมรภูมิจากห้องประชุม กกต.ไปยังศาลฎีกา ขณะเดียวกัน แนวรบทางการเมืองจะมุ่งตรวจสอบช่องว่างระหว่างผู้ถูกกล่าวหาว่าลงมือทุจริตกับบุคคลที่เคยถูกกล่าวหาว่าออกแบบหรือสนับสนุนระบบ

กกต.ตอบแล้วว่า ใครบ้างควรถูกส่งให้ศาลตรวจสอบ? แต่คำถามว่า เหตุใดพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับคนจำนวนมากจึงไม่สามารถเชื่อมโยงถึงกลุ่มการเมืองได้? ยังเป็นคำถามใหญ่ที่มติ 77 ราย อาจปิดคดีทางกฎหมายบางส่วน…แต่ยัง “ปิดข้อสงสัย” ทางการเมืองไม่ได้แน่!!!.