• จันทร์ 14 กันยายน 2569 เวลา 17:38 น.

นายกฯ ปักธงไทย ‘ฮับพลังงาน’ เปิดทางลงทุนอุตสาหกรรมอนาคต

BREAKING NEWS ECONOMY HEADLINE NEWS

“อนุทิน” เปิดเวทีโลก Gastech 2026 ประกาศไทยพร้อมเป็นพันธมิตรพลังงาน ดึงลงทุนระยะยาว ชูโครงสร้างพื้นฐาน–พลังงานสะอาด–เทคโนโลยีขั้นสูง วางสมดุล “มั่นคง–ราคาเข้าถึงได้–ยั่งยืน” เดินหน้า Net Zero ปี 2050 ดัน CCS–ไฮโดรเจน–แอมโมเนีย เสริมไทยสู่ศูนย์กลางพลังงานอาเซียน

นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานและกล่าวเปิดงาน Gastech 2026 โดยมี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รวมถึงรัฐมนตรีและผู้กำหนดนโยบายด้านพลังงาน ผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ และนักลงทุนจากบริษัทชั้นนำกว่า 150 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมงาน โดยนายอนุทิน ได้กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับการพลิกโฉมด้านพลังงาน ท่ามกลางความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์และความต้องการพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น รัฐบาลไทยจึงให้ความสำคัญสูงสุดกับการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเร่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนระยะยาว ผ่านกฎระเบียบที่ชัดเจน โครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อถือได้ และการสนับสนุนเทคโนโลยีพลังงานสะอาด รวมทั้ง ยังต้องการมุ่งสู่อนาคตด้านพลังงานที่สร้างสมดุลระหว่างความสำคัญหลัก 3 ประการ ได้แก่ ความมั่นคงด้านพลังงาน ราคาที่เข้าถึงได้ และความยั่งยืน นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าประเทศไทยจะมีบทบาทด้านพลังงานในเวทีระดับโลกและหวังที่จะเป็นพันธมิตรสำหรับการหารือ การลงทุน และนวัตกรรมระหว่างประเทศ เพราะไทยมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งในการเป็นศูนย์กลางด้านพลังงาน มีโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย บุคลากรที่มีทักษะ และระบบนิเวศที่แข็งแกร่งของธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ จุดแข็งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากจำนวนนักลงทุนที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มสูงขึ้น ไทยพร้อมเป็นจุดหมายสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล พลังงานสะอาด และการผลิตขั้นสูง

“ไม่มีประเทศใดสามารถสร้างอนาคตด้านพลังงานได้เพียงลำพัง อนาคตจะถูกกำหนดโดยประเทศที่ร่วมมือกัน บริษัทที่เข้ามาลงทุน และนักนวัตกรรมที่เปลี่ยนแนวคิดให้กลายเป็นทางออก ประเทศไทยพร้อมที่จะเป็นพันธมิตรทางด้านพลังงาน และวันนี้ กรุงเทพมหานคร พร้อมที่จะเป็นเวทีให้คนทั่วโลกมารวมตัวกัน ไม่ใช่เพื่อหารือถึงอนาคตของพลังงานเพียงเท่านั้น แต่เพื่อร่วมกันสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นวัตกรรมด้านพลังงานเพื่อก้าวสู่อนาคต งาน Gastech 2026 
จะเป็นหนึ่งในก้าวย่างที่สำคัญ จากการหารือไปสู่การลงมือทำ และเปลี่ยนนโยบายให้กลายเป็นการปฏิบัติจริง” นายอนุทิน กล่าว

ด้าน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้กล่าวว่า กระทรวงพลังงานได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพร่วมในการจัดการประชุมระดับโลก Gastech 2026 ซึ่งถือเป็นการนำเวทีหารือด้านพลังงานที่ทรงอิทธิพลที่สุดเวทีหนึ่งของโลกกลับมาจัดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกครั้งนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2008 โดยงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และนายโทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงจากทั่วโลกเข้าร่วม ท่ามกลางบริบทที่อุตสาหกรรมพลังงานระดับโลกกำลังเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ และความมั่นคงทางพลังงานได้กลายเป็นวาระเร่งด่วนร่วมกันของทุกประเทศ ไทยได้ใช้เวทีนี้ย้ำถึงจุดแข็งในฐานะศูนย์กลางยุทธศาสตร์ด้านพลังงานใจกลางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งทำหน้าที่เป็นประตูเชื่อมโยงตลาดพลังงานระดับภูมิภาคที่ได้รับการสนับสนุนจากฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง บริษัทพลังงานชั้นนำระดับสากล และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ

นอกจากก๊าซธรรมชาติจะยังคงเป็นแกนหลักสำคัญของการเปลี่ยนผ่านแล้ว มิติด้านความมั่นคง ประเทศไทยยังได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนในการร่วมบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2050 โดยมุ่งขับเคลื่อนเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ ทั้งไฮโดรเจน แอมโมเนีย และโดยเฉพาะเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) ซึ่งประเทศไทยได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมแล้วผ่านโครงการนำร่อง CCS ที่แหล่งก๊าซธรรมชาติอาทิตย์ที่เพิ่งผ่านการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย นับเป็นโครงการแรกของประเทศที่จะปูทางไปสู่การพัฒนาศูนย์กลางการดักจับและกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ภาคตะวันออก เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดของภูมิภาคอย่างยั่งยืน

“เมื่อเรามองไปสู่อนาคต การสร้างระบบพลังงานที่ตระหนักถึงการเปลี่ยนผ่านนั้นไม่ใช่เพียงแค่จุดหมายปลายทาง แต่มันคือการเดินทางที่ต้องอาศัยเทคโนโลยี นวัตกรรม การลงทุน และที่สำคัญที่สุดคือความร่วมมือในการก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน และเมื่อเราร่วมมือกัน เราจะสามารถเปลี่ยนความท้าทายให้กลายเป็นโอกาส และเปลี่ยนความมุ่งมั่นให้เกิดเป็นการลงมือทำจริงได้” นายเอกนัฏ กล่าว.