สำนักงานคปภ. ร่วมวงประชุมขนส่งทางถนนไทย–ลาว ที่หลวงพระบาง เดินหน้าพัฒนาประกันภัยรถข้ามแดน เพิ่มช่องทางซื้อ พ.ร.บ.ออนไลน์ ลดขั้นตอนผู้เดินทาง เล็งใช้ QR Code ณ จุดผ่านแดน พร้อมพัฒนาระบบรองรับภาษาเพื่อนบ้าน ซื้อ–ชำระเบี้ย–รับหลักฐานดิจิทัลได้สะดวก เสริมความคุ้มครองเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. มอบหมายให้ นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย นำคณะผู้แทนสำนักงาน คปภ. เข้าร่วมการประชุมหารือด้านการขนส่งทางถนนระหว่างไทย – สปป.ลาว ประจำปี 2569 ณ เมืองหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ โดยมี นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย และนายจันทะลา พิมมะจัก หัวหน้ากรมขนส่ง สปป.ลาว ให้การต้อนรับและร่วมประชุมหารือ
ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ได้ร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนข้อเสนอเกี่ยวกับการประกันภัยรถภาคบังคับของไทยสำหรับรถที่เดินทางข้ามแดน รวมถึงแนวทางต่อยอดการให้บริการประกันภัย พ.ร.บ. ในรูปแบบออนไลน์ และการพัฒนาระบบให้สามารถรองรับภาษาของประเทศเพื่อนบ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เดินทางข้ามแดนในการเข้าถึงการประกันภัยและความคุ้มครองได้สะดวกยิ่งขึ้น
การประชุมครั้งนี้เป็นกลไกความร่วมมือด้านการขนส่งทางถนนระหว่างไทยและ สปป.ลาว โดยมีสาระสำคัญครอบคลุมการอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า การพัฒนาเส้นทางเดินรถระหว่างประเทศ การลดขั้นตอนและต้นทุนการขนส่ง การพัฒนาพื้นที่ควบคุมร่วมกัน (Common Control Area : CCA) ตลอดจนการพัฒนากลไกและมาตรการรองรับการเดินทางข้ามแดน เพื่อยกระดับการเชื่อมโยงด้านการคมนาคมและการขนส่งระหว่างสองประเทศให้มีความสะดวก ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยการเข้าร่วมประชุมครั้งนี้มีความเชื่อมโยงกับภารกิจด้านการประกันภัยรถข้ามแดนและการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ โดยเฉพาะการสร้างหลักประกันให้รถที่เดินทางข้ามแดนมีความคุ้มครองตามกฎหมายของประเทศที่เดินทางเข้า เพื่อให้การอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและการขนส่งระหว่างประเทศดำเนินควบคู่ไปกับการคุ้มครองสิทธิของประชาชน และช่วยให้ผู้ประสบภัยสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์และได้รับการเยียวยาตามระบบประกันภัยอย่างเหมาะสมเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

คปภ. ชูประเด็น “ประกันภัยรถข้ามแดน” รองรับการเดินทางที่สะดวกและปลอดภัย ในระหว่างการประชุมและการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานและผู้ประกอบการของ สปป.ลาว มีการสะท้อนถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงประกันภัยรถภาคบังคับของไทยสำหรับรถจาก สปป.ลาว ที่เดินทางเข้าประเทศไทย โดยผู้ขับขี่และผู้ประกอบการบางส่วนยังไม่สามารถหาช่องทางจัดทำประกันภัยได้สะดวกบริเวณจุดผ่านแดน ขณะที่เมื่อนำรถเข้าสู่ประเทศไทยแล้ว จำเป็นต้องมีประกันภัยรถภาคบังคับตามที่กฎหมายไทยกำหนดทั้งนี้ ผู้แทน สปป.ลาว เสนอให้ไทยพิจารณาเพิ่มช่องทางให้ผู้เดินทางสามารถจัดทำประกันภัยรถภาคบังคับของไทยได้สะดวกก่อนนำรถออกจากพื้นที่ด่าน ทั้งในรูปแบบจุดให้บริการที่เหมาะสมหรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้ประกอบการสามารถปฏิบัติตามกฎหมายไทยได้อย่างถูกต้อง และลดข้อจำกัดที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางข้ามแดน โดยสำนักงาน คปภ. เห็นว่า ประเด็นดังกล่าวสามารถนำมาต่อยอดเพื่อเพิ่มการเข้าถึงประกันภัยโดยไม่สร้างขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ณ จุดผ่านแดน โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นช่องทางให้ผู้เดินทางสามารถจัดทำประกันภัยได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น
ต่อยอด พ.ร.บ. ออนไลน์ รองรับภาษาประเทศเพื่อนบ้าน แนวทางสำคัญที่สำนักงาน คปภ. จะนำมาศึกษาความเหมาะสม คือ การพัฒนาช่องทางซื้อประกันภัยรถภาคบังคับผ่านระบบออนไลน์ โดยอาจจัดทำ QR Code ณ จุดผ่านแดน เชื่อมโยงไปยังช่องทางซื้อประกันภัย เพื่อให้ผู้เดินทางสามารถดำเนินการได้ตั้งแต่ก่อนเดินทางหรือขณะผ่านแดนโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาจุดจำหน่ายประกันภัยเพียงรูปแบบเดียว ที่สำคัญ ระบบดังกล่าวควรรองรับภาษาของประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้ผู้ใช้รถสามารถเข้าใจข้อมูลและเงื่อนไขความคุ้มครอง กรอกข้อมูล ชำระเบี้ยประกันภัย และรับหลักฐานการประกันภัยในรูปแบบดิจิทัลได้ด้วยตนเอง ซึ่งจะช่วยลดข้อจำกัดด้านภาษาและทำให้การเข้าถึงประกันภัยรถภาคบังคับสำหรับรถข้ามแดนสะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การพัฒนาระบบควรคำนึงถึง การตรวจสอบหลักฐานและสถานะความคุ้มครอง เพื่อให้ผู้เดินทางและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบข้อมูลได้สะดวก และช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลังจากนำรถเข้าสู่ประเทศไทย
เตรียมต่อยอดความร่วมมือด้านประกันภัยรถข้ามแดนไทย–ลาว จากการหารือเบื้องต้น ยังมีประเด็นด้านประกันภัยรถข้ามแดนที่ควรศึกษาและหารือร่วมกันในรายละเอียด ทั้งหลักเกณฑ์การประกันภัย ช่องทางจำหน่าย การตรวจสอบความคุ้มครอง ตลอดจนการประสานงานและการคุ้มครองผู้ประสบภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุ สำนักงาน คปภ. จึงจะนำประเด็นดังกล่าวไปพิจารณาหารือร่วมกับภาคธุรกิจประกันภัยของไทย รวมถึงหน่วยงานกำกับดูแลด้านการประกันภัยและผู้ประกอบธุรกิจประกันภัยของ สปป.ลาว ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ศึกษาระบบของทั้งสองประเทศ และหาแนวทางที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง เป้าหมายสำคัญคือการพัฒนาระบบประกันภัยรถข้ามแดนให้ผู้เดินทางรับรู้ข้อกำหนดก่อนเข้าประเทศ ซื้อประกันภัยได้สะดวก มีหลักฐานที่ตรวจสอบได้ และได้รับความคุ้มครองเมื่อเกิดอุบัติเหตุเพื่อให้ระบบประกันภัยเป็นส่วนหนึ่งของการอำนวยความสะดวกและสร้างความปลอดภัยในการเดินทางระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเป็นรูปธรรม.

