• พฤหัสบดี 3 กันยายน 2569 เวลา 23:48 น.

‘วราวุธ’ มอบนโยบาย กพร. พัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีรีไซเคิล สู่ Urban Mining

BREAKING NEWS ECONOMY

รมว.อุตสาหกรรม มอบนโยบาย กพร. แนะ ต้องมองการบริหารจัดการแร่สำคัญอย่างครบวงจร เพิ่มมูลค่า ต่อยอดเทคโนโลยีรีไซเคิลรองรับ Urban Mining คำนึงผลกระทบสิ่งแวดล้อม ปชช. โดยรอบมีคุณภาพชีวิตที่ดี ระบุ หากกติกาเก่าเกินไปให้แก้ไข

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายทัตพงศ์ สะสมทรัพย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้บริหาร ตรวจเยี่ยมกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) และมอบนโยบายสร้างความมั่นคงทางวัตถุดิบของประเทศ ขับเคลื่อนโครงการเหมืองแร่โพแทชดันห่วงโซ่อุปทานแร่ยุทธศาสตร์และแร่สำคัญ (Critical Minerals) รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมเดินหน้าพัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีรีไซเคิลสู่ Urban Mining สร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยมีนายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุป

นายวราวุธ กล่าวว่า กพร. มีภารกิจหลักในการบริหารจัดการวัตถุดิบ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบให้แก่ภาคอุตสาหกรรม ทั้งวัตถุดิบจากแหล่งแร่ธรรมชาติ (Primary Raw Materials) และวัตถุดิบทดแทนที่ได้จากการรีไซเคิลขยะหรือของเสีย (Secondary Raw Materials) ซึ่งถือเป็นต้นน้ำสำคัญของภาคการผลิตและมีบทบาทโดยตรงต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่โลกกำลังเผชิญความผันผวนของห่วงโซ่อุปทาน การแข่งขันด้านทรัพยากร และการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีและพลังงานสะอาด ซึ่งทาง กพร. ขับเคลื่อนโครงการเหมืองแร่โพแทชที่เป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญต่อภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมปุ๋ยให้สามารถเดินหน้าได้อย่างเหมาะสมอยู่แล้ว ภายใต้กรอบกฎหมาย การกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้ทรัพยากรที่ประเทศมีอยู่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า ลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศ และสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว

ขณะเดียวกัน กพร. ได้ให้ความสำคัญกับการผลักดันห่วงโซ่อุปทานแร่ยุทธศาสตร์และแร่สำคัญ (Critical Minerals) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ พลังงานสะอาด อิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีขั้นสูง กพร. ต้องมองการบริหารจัดการแร่สำคัญอย่างครบวงจร ตั้งแต่การประเมินศักยภาพทรัพยากร การพัฒนาแหล่งแร่ การแยกและสกัด การสร้างมูลค่าเพิ่ม ไปจนถึงการเชื่อมโยงสู่อุตสาหกรรมปลายน้ำ พร้อมสร้างความร่วมมือกับประเทศพันธมิตรเพื่อเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานและยกระดับบทบาทของประเทศไทยในเวทีโลก

อีกหนึ่งภารกิจสำคัญ คือ การพัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีรีไซเคิลเพื่อรองรับ Urban Mining โดยนำขยะ ของเสีย และผลิตภัณฑ์ที่หมดอายุการใช้งานกลับมาเป็นแหล่งวัตถุดิบใหม่ ผ่านการคัดแยก แปรรูป และสกัดวัสดุที่มีคุณค่าให้กลับเข้าสู่กระบวนการผลิตอีกครั้ง เพื่อช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ลดปริมาณของเสีย ลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบ และสนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยมุ่งผลักดันผลงานวิจัยและเทคโนโลยีรีไซเคิลของ กพร. ไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และขยายผลในระดับอุตสาหกรรม

นายวราวุธ กล่าวว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมเหมืองแร่และวัตถุดิบในอนาคตจะต้องดำเนินควบคู่กับแนวคิด Green Mining และหลัก ESG: Environment, Social and Governance โดยคำนึงถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การดูแลชุมชนและคุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนการบริหารจัดการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีธรรมาภิบาล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าการพัฒนาทรัพยากรสามารถเดินหน้าไปพร้อมกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุล

“กพร. ถือเป็นกรมที่ยิ่งใหญ่ เพราะดูแลครอบคลุมแผ่นดินไทยหลายตารางนิ้วทั้งบนดินใต้ดิน และสิ่งสำคัญคือแร่เหล่านี้เป็นสิ่งที่อยู่ในดินมาเป็นนับล้านปี ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่อยากจะให้ตระหนักคือ แร่เหล่านี้เมื่อนำออกมา หมดแล้วหมดเลย ดังนั้นถ้าเอาออกมาใช้ไม่คุ้มค่า ไม่มีการใช้อย่างถูกต้องสิ่งนี้ก็จะหมดไป เราจึงต้องพิจารณาว่าเมื่อนำสิ่งนี้ออกมาแล้วสามารถรีไซเคิลกลับมาใช้ได้อย่างไรบ้าง ซึ่งเชื่อว่าไม่มีอะไรที่มนุษย์ทำไม่ได้ เพียงแต่ว่าอยู่ที่เทคนิคและเทคโนโลยี แม้แต่ในบางประเทศหลักสูตรใหม่ของปริญญาตรี คือ Rare Earth Engineering ฉะนั้น การขับเคลื่อนของกระทรวงอุตสาหกรรม กพร. จึงเป็นกรมแรก ๆ ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจริง ๆ เพราะว่าเรื่องแร่คือต้นน้ำ ชนิดที่ว่าต้นกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว“

ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีท่านให้ความสำคัญกับเหมืองแร่มาก สำหรับด้านกติกา กฎหมายต่าง ๆ อะไรที่เก่าเกินไปก็ขอให้แก้ไข ให้ชงเรื่องมาจะได้เร่งดำเนินการปรับปรุงกฎหมาย เพราะกฎหมายเหมืองแร่บางตัวที่มี ก็มีมานานแล้ว และการที่เรามีความมั่นคงในสภาผู้แทนราษฎร หากอยากจะให้ช่วยผลักดันกฎหมายใด ไม่มีอะไรเหมาะไปกว่าตอนนี้อีกแล้ว จึงต้องขอฝากท่านอธิบดีและชาว กพร. ในการดูแลทั้งพี่น้องประชาชนที่อยู่รอบ ๆ เหมืองแร่และบริษัท ทุกครั้งที่เกิดปัญหาร้องเรียนก็ต้องดูแลมาก ๆ ต้องทำให้พี่น้องประชาชนบริเวณรอบเขารู้สึกได้ว่ามีแล้วเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แล้วความเป็นอยู่ดีขึ้น ถือว่าเป็นการทำมวลชนสัมพันธ์รอบ ๆ เหมือง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ.