กระทรวงพาณิชย์ พบพิรุธแอบอ้างบ้านประชาชนตั้งบริษัท เจ้าของไม่รู้เรื่อง–ไม่พบต่างชาติเดินทางเข้าไทยช่วงจดทะเบียน DBD ขีดเส้น 15 วันเรียกผู้เกี่ยวข้องชี้แจง หากพบข้อมูลเท็จจ่อเพิกถอนบริษัท–ดำเนินคดีถึงที่สุด

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า(DBD) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครพนม พร้อมด้วยนายอำเภอ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อำเภอนาแก และอำเภอวังยาง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ตั้งของบริษัทที่มีกรรมการหรือผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติ จำนวน 7 บริษัท ในจังหวัดนครพนม ภายหลังได้รับแจ้งเบาะแสว่า อาจมีการนำที่อยู่ซึ่งเป็นบ้านพักอาศัยของประชาชนไปใช้แอบอ้างเป็นสถานที่ตั้งในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต
อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า “จากการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ตั้งทั้ง 7 บริษัท พบว่า เป็นบ้านพักอาศัยของชาวบ้าน และไม่ปรากฏสภาพการประกอบธุรกิจของบริษัทแต่อย่างใด โดยเจ้าบ้านแจ้งว่าตนเองไม่ทราบว่าถูกนำที่อยู่ไปจดทะเบียนเป็นที่ตั้งบริษัทของคนต่างชาติ และตนเองไม่ได้รู้จักกับคนต่างชาติที่เป็นกรรมการ หรือผู้ถือหุ้นของบริษัท รวมถึงไม่รู้จักกับผู้ยื่นคำขอจัดตั้งบริษัท และพยานชาวไทยแต่อย่างใด ตลอดจนไม่ได้ยินยอมให้นำที่อยู่ของตนเองไปเป็นที่ตั้งของบริษัทด้วย ทั้งนี้ เจ้าบ้านได้เดินทางไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว”

ขณะนี้นายทะเบียนได้ดำเนินการระบุข้อความข้อควรทราบในหน้าหนังสือรับรองของทั้ง 7 บริษัท ว่า ‘นิติบุคคลไม่มีสำนักงานแห่งใหญ่ ณ ที่ตั้งตามที่ได้จดทะเบียนไว้’ เพื่อเตือนประชาชนหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ใช้ความระมัดระวังในการติดต่อทำธุรกรรมกับบริษัทดังกล่าว รวมถึงได้ประสานงานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนมเพื่อตรวจสอบการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรไทยของกรรมการและผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติทั้ง 7 บริษัท จำนวน 14 ราย โดยพบว่า ช่วงระยะเวลาในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ไม่พบข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรไทยแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครพนมได้มีหนังสือถึงกรรมการ ผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติ ผู้รับรองลายมือชื่อคนไทย (ผู้ทำคำขอจดทะเบียน/ผู้ทำบัญชี) รวมถึงพยานในคำขอจดทะเบียน เพื่อให้มาชี้แจงข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว ภายใน 15 วัน หากพ้นกำหนดจะดำเนินการทางกฎหมายในขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ เมื่อรวบรวมข้อเท็จจริงครบถ้วน พร้อมสามารถยืนยันได้ว่าผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อนายทะเบียน นายทะเบียนผู้รับจดทะเบียนจะเป็นผู้ดำเนินการเพิกถอนการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท 7 บริษัท โดยออกเป็นคำสั่งทางปกครอง และร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ด้วยเหตุไม่มีการประชุมจัดตั้งบริษัทขึ้นจริง ไม่ได้มีการลงลายมือชื่อในราชอาณาจักร และปลอมแปลงเอกสารทางราชการต่อไป โดยมีโทษปรับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 267, 268

“สำนักงานพาณิชย์ฯ ยังได้จัดทำแบบประชาสัมพันธ์วิธีการตรวจสอบการแอบอ้างการนำที่ตั้งบ้านไปจดทะเบียนเป็นที่ตั้งสำนักงานด้วยตนเอง เพื่อป้องกันการถูกแอบอ้าง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดจะมีหนังสือถึงนายอำเภอทุกอำเภอ ขอให้แจ้งกำนันและผู้ใหญ่บ้านประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบอย่างต่อเนื่องและทั่วถึงต่อไป”
“สำหรับประชาชนที่ต้องการตรวจสอบว่าที่อยู่ของตนถูกนำไปใช้จดทะเบียนเป็นบริษัทหรือไม่ สามารถตรวจสอบได้ที่ เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th เลือกหัวข้อ Hot Service จากนั้นเลือกหัวข้อ ‘ตรวจสอบที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ของนิติบุคคล’ หากพบว่าถูกแอบอ้างให้รีบดำเนินการแจ้งความและยื่นคำร้องมายังกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือแจ้งมาทางอีเมล checkaddr@dbd.go.th พร้อมแนบเอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ประกอบ เช่น 1) สำเนาทะเบียนบ้าน (เจ้าบ้าน) /สำเนาโฉนดที่ดิน (เจ้าของกรรมสิทธิ์) 2) สำเนาบัตรประชาชน 3) สัญญาเช่า และหนังสือยกเลิกสัญญาเช่า (ถ้ามี) 4) แผนที่ และ 5) ผู้ประสานงาน/หมายเลขโทรศัพท์/ที่อยู่ในการติดต่อ และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยกรมฯ จะดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มข้นต่อไป การดำเนินการครั้งนี้ต้องขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ซึ่งร่วมกันดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดความถูกต้องและเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการอื่นๆ” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย.

