• จันทร์ 31 สิงหาคม 2569 เวลา 19:44 น.

วราวุธ เปิด ‘มหกรรมรวมพลัง 3 มิติฯ’ อัดสินเชื่อ 1 หมื่นล้าน ยกระดับธุรกิจสีเขียว

BREAKING NEWS ECONOMY

รมว.วราวุธ เปิด“มหกรรมรวมพลัง 3 มิติ พา SMEs ไทย โตยั่งยืน” จัดโดย SME D Bank ณ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ปลุกพลังเศรษฐกิจ เสริมแกร่งเอสเอ็มอีแดนใต้ครบจบในจุดเดียว ระบุจัดเตรียมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3%ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก วงเงินกว่า 10,000 ล้านบาท ช่วยเสริมสภาพคล่อง หนุนติดตั้งโซลาเซลล์ ใช้พลังงานสะอาด ยกระดับสู่ธุรกิจสีเขียว สร้างการเติบโตยั่งยืน ควบคู่บริการคลินิกแก้หนี้ ธุรกิจอยู่รอด ไปต่อได้ พร้อม Upskill ทำตลาดสมัยใหม่ เพิ่มรายได้ยุคดิจิทัล

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวในการเป็นประธานเปิด “มหกรรมรวมพลัง 3 มิติ พา SMEs ไทย โตยั่งยืน” ครั้งที่ 2 ณ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จัดโดย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ว่า ปัจจุบัน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ซึ่งถือเป็นฐานพีระมิดของระบบเศรษฐกิจไทย ต้องเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน ต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มสูง โดยเฉพาะค่าพลังงาน แรงกดดันจากกติกาการค้าและมาตรฐานใหม่ของโลกที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้น จึงมอบหมายให้ SME D Bank ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ภายใต้กำกับกระทรวงอุตสาหกรรม ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญของภาครัฐ ช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ฟันฝ่าวิกฤตต่าง ๆ รวมถึง ช่วยยกระดับธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว เพื่อสร้างการเติบโตได้อย่างมั่นคง และยั่งยืนในระยะยาว

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ SME D Bank กล่าวว่า จากนโยบายของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม SME D Bank นำมาขับเคลื่อน ภายใต้แนวคิด “ร่มที่กางแล้วไม่มีวันหุบ” ผ่านแนวทาง 3 มิติ คือ “มิติที่ 1 ด้านเติมทุน” ช่วยให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องเพียงพอในการลงทุนยกระดับเทคโนโลยี เครื่องจักร และอุปกรณ์ เพื่อปรับตัวสู่อุตสาหกรรมสีเขียว “มิติที่ 2 ด้านช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง” สามารถประคับประคองธุรกิจ และพลิกฟื้นกลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง และ “มิติที่ 3 การยกระดับและเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ” เติมความรู้สำคัญ โดยเฉพาะใช้เทคโนโลยี มาตรฐาน และการบริหารจัดการ ช่วยปรับตัวสู่กฎกติกาการค้าของโลกยุคใหม่ ซึ่ง 3 แนวทางดังกล่าวเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้ระยะเวลา 4 เดือนที่ผ่านมา (เมษายน 2569 ถึง กรกฎาคม 2569) พาเอสเอ็มอีเข้าถึงเงินทุนกว่า 27,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว (2568) และมีจำนวนกว่า 3,590 กิจการ เพิ่มขึ้น 77% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยส่วนใหญ่เป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็ก วงเงินกู้ไม่เกิน 15 ล้านบาทต่อราย ก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 127,000 ล้านบาท ช่วยรักษาการจ้างงานกว่า 81,000 ราย

ทั้งนี้ SME D Bank ได้ต่อยอดการสนับสนุนด้วยแนวทาง 3 มิติดังกล่าว ไปสู่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในภูมิภาคโดยเฉพาะรายย่อย เพื่อให้เข้าถึงบริการได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง รวมถึงเป็นเวทีรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้ประกอบการในพื้นที่ ด้วยการริเริ่ม “มหกรรมรวมพลัง 3 มิติ พา SMEs ไทย โตยั่งยืน” ที่จะกระจายจัดในพื้นที่ต่างๆ ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ โดยเริ่มครั้งแรกที่ จ.อุดรธานี เมื่อเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา และครั้งที่ 2 ณ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้

ภายในงานจัดรูปแบบ ONE STOP SERVICE รวบรวมความช่วยเหลือครบถ้วนไว้ในจุดเดียว ประกอบด้วย “มิติที่ 1 การเข้าถึงแหล่งทุน” จัดเตรียมสินเชื่อ วงเงินรวมกว่า 10,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี พร้อมรับโปรโมชัน ลดค่าธรรมเนียมวิเคราะห์โครงการ (Front End Fee) 0.50% ยื่นกู้ในงานได้ทันที ได้แก่ “สินเชื่อ SME Green Productivity” วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาทต่อราย โดยวงเงินกู้สูงสุด 15 ล้านบาท สามารถใช้ บสย. ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน สำหรับนำไปลงทุนพลังงานสะอาด เช่น ติดตั้งโซลาร์เซลล์ และปรับเปลี่ยนใช้ยานยนต์ EV เป็นต้น , “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาทต่อราย สำหรับผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน ผ่อนปรนเงื่อนไข ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และ “สินเชื่อ Beyond ติดปีก SME” ช่วยเสริมสภาพคล่อง ยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ

“มิติที่ 2 การช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง” จัดคลินิกให้คำปรึกษาเพื่อลดภาระหนี้เดิม ช่วยให้ธุรกิจรอดพ้นวิกฤตและไปต่อได้อย่างมั่นคง ด้วยมาตรการ “3 ลด” ได้แก่ ลดเงินต้น ลดอัตราดอกเบี้ย และลดค่างวดผ่อนชำระ โดยพิจารณาตามศักยภาพและความสามารถในการดำเนินธุรกิจของแต่ละกิจการ และ “มิติที่ 3 การยกระดับและเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ” Upskill-Reskill สามารถปรับตัวสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการขยายตลาด การเพิ่มรายได้ ลดต้นทุนพลังงาน และการปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว (Green Business) โดยมีกิจกรรมสำคัญ คือ Workshop “ปั้น Influencer ติดตะกร้า เปลี่ยนโพสต์ธรรมดาให้ขายดี ด้วย Affiliate Tools” ที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม เพราะช่วยตอบโจทย์เทรนด์ธุรกิจในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

นายพิชิต กล่าวด้วยว่า การจัดงานครั้งนี้ สอดคล้องกับนโยบาย “ราชการทันใจ” ของกระทรวงอุตสาหกรรม ช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงการสนับสนุนจากภาครัฐได้อย่างรวดเร็วและครบถ้วนในจุดเดียว อีกทั้ง ยังมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในภูมิภาค ส่งเสริมการสร้างงาน สร้างอาชีพ และกระจายรายได้สู่ชุมชน ซึ่งธนาคารเตรียมจะจัดไปพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป

ทั้งนี้ ภายในพิธีเปิดมีนายนิกร จำนง นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายเดชา จาตุธนานันท์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกรรมการธนาคาร และ นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ตลอดจนคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้บริหารหน่วยงานพันธมิตร และผู้บริหาร SME D Bank เข้าร่วม นอกจากนั้น มีการมอบป้ายสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับการสนับสนุนเงินทุนจาก SME D Bank และกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี ตามแนวประชารัฐ พร้อมจัดแสดงบูธสินค้าจากลูกค้าธนาคาร เป็นต้น