• อาทิตย์ 30 สิงหาคม 2569 เวลา 15:09 น.

DITP ดัน Food–Fashion–Wellness ปักธงตลาดโลก

BREAKING NEWS ECONOMY

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ชูจุดแข็งสินค้า-บริการไทย ยกระดับจากการแข่งขันด้านราคา สู่คุณภาพ มาตรฐาน นวัตกรรมและการสร้างแบรนด์ เชื่อมผู้ซื้อ-คู่ค้าทั่วโลก เร่งสร้างมูลค่าใหม่ตั้งแต่อาหาร สุขภาพ-ความงาม แฟชั่น-ไลฟ์สไตล์ ถึงคอนเทนต์ไทย หลังเจาะลาตินอเมริกาสร้างมูลค่าเจรจากว่า 651 ล้านบาท

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าผลักดันสินค้าและบริการศักยภาพของไทยสู่ตลาดโลก ชูความแข็งแกร่งตั้งแต่อาหารและผลไม้ สุขภาพและความงาม แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ พร้อมใช้มาตรฐาน การสร้างแบรนด์ และเครือข่ายการค้าระหว่างประเทศ เป็นเครื่องมือเพิ่มความเชื่อมั่นและเชื่อมสินค้าไทยเข้าสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ในตลาดสากล

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ท่ามกลางการแข่งขันทางการค้าที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว DITP ให้ความสำคัญกับการยกระดับสินค้าไทยจากการแข่งขันด้วยราคา ไปสู่การแข่งขันด้วย คุณภาพ มาตรฐาน ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และอัตลักษณ์ของความเป็นไทย เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้สินค้าและบริการ ก่อนเชื่อมต่อกับผู้ซื้อและพันธมิตรทางธุรกิจในต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในกลุ่มศักยภาพสำคัญคือ อาหารไทยซึ่ง DITP เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นผ่านตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ล่าสุดการคัดเลือกผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูป ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 20–21 สิงหาคม มีผู้ประกอบการสมัคร 47 บริษัท รวม 308 ผลิตภัณฑ์ และผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น 240 ผลิตภัณฑ์ จาก 41 บริษัท ครอบคลุมอาหารพร้อมรับประทาน อาหารพร้อมปรุง เครื่องแกงและเครื่องปรุง ซอสและน้ำจิ้ม ตลอดจนขนม เครื่องดื่ม และไอศกรีม โดยพิจารณาทั้งคุณภาพ กระบวนการผลิต ความปลอดภัย วัตถุดิบ และบรรจุภัณฑ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในตลาดโลก

ขณะเดียวกัน DITP ยังเดินหน้าผลักดันอาหาร สุขภาพและความงาม แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ให้ก้าวจากสินค้าที่มีศักยภาพไปสู่แบรนด์ที่แข่งขันได้ในระดับสากล โดยใช้การพัฒนากลยุทธ์แบรนด์ ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างอัตลักษณ์ที่ชัดเจน ซึ่งแนวทางดังกล่าวสะท้อนผ่าน IDEA LAB รุ่นที่ 9 ที่พัฒนาแบรนด์ไทยศักยภาพ 20 แบรนด์ใน 3 กลุ่มดังกล่าว

อีกกลไกสำคัญคือ Thailand Trust Mark หรือ T Mark ซึ่ง DITP ใช้สร้างความเชื่อมั่นต่อคุณภาพสินค้าและบริการไทยในตลาดต่างประเทศ ล่าสุดมีผู้ประกอบการได้รับ T Mark ประจำปี 2569 เพิ่มอีก 22 บริษัท และปัจจุบันมีผู้ได้รับตราแล้วกว่า 274 บริษัท ครอบคลุม 1,007 แบรนด์ และสินค้ามากกว่า 8,316 รายการ ใน 7 กลุ่มอุตสาหกรรม ตั้งแต่เกษตร อาหารและเครื่องดื่ม สุขภาพและความงาม ไลฟ์สไตล์ แฟชั่น ไปจนถึงธุรกิจบริการ

ทั้งนี้ แนวทางการสร้างโอกาสทางการค้าไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะสินค้าที่จับต้องได้ ล่าสุด DITP ยังเดินหน้าขยาย อุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทย สู่ลาตินอเมริกา โดยนำผู้ประกอบการไทย 15 บริษัทเจรจากับผู้ซื้อและผู้ประกอบการในบราซิลและเม็กซิโก 39 บริษัท เกิด Business Matching 337 คู่ สร้างมูลค่าการเจรจากว่า 19.16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 651.54 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งการขายลิขสิทธิ์ การจัดจำหน่าย การร่วมผลิต และความร่วมมือทางธุรกิจ สะท้อนให้เห็นว่าความคิดสร้างสรรค์และวัฒนธรรมไทยสามารถเปลี่ยนเป็นมูลค่าทางการค้าในตลาดใหม่ได้เช่นกัน ด้านสุขภาพและความงาม DITP ยังเตรียมเชื่อมผู้ประกอบการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศโดยตรง ผ่านคณะผู้แทนการค้าสินค้าสุขภาพ ความงาม และสินค้าที่เกี่ยวเนื่อง ไปเจรจาการค้าที่เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย ระหว่างวันที่ 23–27 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นอีกตัวอย่างของการต่อยอดจากสินค้าและบริการที่ไทยมีจุดแข็งไปสู่การสร้างคู่ค้าในตลาดเป้าหมาย

อย่างไรก็ตาม ดังนั้น แนวทางของ DITP จึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การนำสินค้าไทยไปประชาสัมพันธ์ในต่างประเทศ แต่เป็นการสร้าง “เส้นทางสู่ตลาด” ตั้งแต่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน สร้างแบรนด์และเพิ่มมูลค่า วิเคราะห์โอกาสทางการค้า ไปจนถึงการเชื่อมโยงผู้ซื้อ ผู้นำเข้า และพันธมิตร เพื่อเปลี่ยนจุดแข็งของประเทศไทยให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจริง

DITP พร้อมเดินหน้าเชื่อมจุดแข็งของสินค้าและบริการไทยเข้ากับความต้องการของตลาดโลก เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า สร้างมูลค่า และผลักดันผู้ประกอบการไทยให้เติบโตในตลาดสากลอย่างยั่งยืนเป็นต้น.