• เสาร์ 29 สิงหาคม 2569 เวลา 17:13 น.

DIP ลุยปราบสินค้าปลอม 1.84 ล้านชิ้น เสียหาย 809 ล้าน

BREAKING NEWS JUSTICE & CRIME

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดผลงาน 7 เดือนปี 2569 กวาดล้างสินค้าละเมิดฯ 512 คดี ยึดของกลางกว่า 1.847 ล้านชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 809 ล้านบาท เดินหน้าปราบทั้งออนไลน์–ออฟไลน์ ตัดวงจรสินค้าปลอมถึงต้นทาง เตรียมทำลายของกลางกว่า 2 ล้านชิ้น มูลค่ากว่า 2,145 ล้านบาท 10 ก.ย.นี้

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา(DIP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การนำของนางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจังต่อเนื่อง เพื่อปกป้องคุ้มครองสิทธิของเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา สร้างสภาพแวดล้อมทางการค้าที่เป็นธรรม และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้บริโภค โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและภาคเอกชนเจ้าของสิทธิ ใช้มาตรการเชิงรุกทั้งการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และปราบปรามการละเมิดฯ ครอบคลุมตั้งแต่แหล่งผลิต แหล่งนำเข้า แหล่งเก็บ และแหล่งจำหน่าย เพื่อสกัดกั้นสินค้าละเมิดฯ ไม่ให้เข้าสู่ท้องตลาดและตัดวงจรการจำหน่ายสินค้าปลอมตั้งแต่ต้นทาง

นางอรมน กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา กรมฯ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศษฐกิจ (บก.ปอศ.) เดินหน้าปราบปรามสินค้าละเมิดฯ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยมีผลปฏิบัติการสำคัญในการบุกทลายแหล่งผลิตและจำหน่ายสินค้าปลอมรายใหญ่ ในพื้นที่ภาคกลาง พบสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า เช่น กาแฟ เครื่องดื่มโกโก้ น้ำยาปรับผ้านุ่ม เครื่องสำอาง แชมพู ยาสีฟัน และน้ำมันเครื่องรถยนต์ เป็นต้น ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับเจ้าของเครื่องหมายการค้าเป็นอย่างมาก และเป็นอันตรายต่อประชาชนเนื่องจากสินค้าเหล่านี้ใช้ส่วนผสมที่ไม่ได้มาตรฐานและมีกระบวนการผลิตที่ไม่ถูกสุขลักษณะ มีสิ่งปนเปื้อนหรือสารเคมีตกค้างในสินค้าอันก่อให้เกิดอัตรายต่อผู้บริโภค นอกจากนี้ ชุดปฏิบัติการยังได้ลงพื้นที่ศูนย์การค้าและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ทั้งย่านปทุมวัน สุขุมวิท กรุงเทพมหานคร จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดภูเก็ต สามารถตรวจยึดสินค้าแบรนด์เนมปลอม เช่น นาฬิกา กระเป๋า เสื้อผ้า และเครื่องประดับ เป็นต้น

ส่งผลให้ในรอบ 7 เดือนที่ผ่านมา (มกราคม – กรกฎาคม 2569) ผลการปราบปรามการละเมิดฯ ซึ่งกรมฯ บูรณาการร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดและดำเนินคดีตามกฎหมายรวม 512 คดี ยึดของกลางกว่า 1,847,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจรวมกว่า 809 ล้านบาท โดยเป็นผลการปราบปรามฯ ในช่องทางตลาดออนไลน์ ช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 จำนวน 140 คดี ยึดของกลางได้กว่า 322,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 104 ล้านบาท โดยสินค้าส่วนใหญ่เป็นอุปโภคและบริโภค เช่น เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ เครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องดื่มผสมผงโกโก้ กาแฟ ผงปรุงรส และอะไหล่ยนต์ เป็นต้น

อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า การป้องกันและแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา จําเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยขอความร่วมมือประชาชนไม่ซื้อ ไม่ใช่ ไม่ขาย และ

ไม่สนับสนุนสินค้าปลอมทุกรูปแบบ ทั้งนี้ กรมฯ จะเดินหน้าเฝ้าระวังและปราบปรามสินค้าละเมิดฯ ในพื้นที่เศรษฐกิจ ย่านการค้า ศูนย์การค้า และแหล่งท่องเที่ยวอย่างเข็มงวดและต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมบรรยากาศการค้าและการลงทุนสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

พร้อมทั้งยังคงเดินหน้าใช้มาตรการเชิงรุกปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทั้งออนไลน์และออฟไลน์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อตัดวงจรสินค้าละเมิดฯ ตั้งแต่ต้นน้ำ สร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าถูกกฎหมาย และปกป้องประชาชนผู้บริโภคจากการถูกหลอกลวงให้ซื้อสินค้าปลอมที่เป็นอันตรายและด้อยคุณภาพมาตรฐาน

​​ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญามีกำหนดนำของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่ถึงที่สุดแล้วจากการจับกุมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ มาทำลาย กว่า 2 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 2,145 ล้านบาท ในวันที่ 10 กันยายน 2569 ณ หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร โดยมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เกียรติเป็นประธาน ร่วมกับผู้แทนภาคเอกชนเจ้าของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย และสื่อมวลชน ร่วมเป็นสักขีพยานในการทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาฯ ครั้งนี้ อันเป็นการตัดวงจรการกระทำความผิดด้านการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นรูปธรรม โดยถือเป็นขั้นตอนท้ายสุดของกระบวนการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและป้องกันไม่ให้สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหมุนเวียนกลับเข้าสู่ตลาด ตามพันธกรณีระหว่างประเทศ ภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก (WTO) รวมทั้งปกป้องคุ้มครองประชาชนผู้บริโภคให้พ้นจากอันตรายของสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่มีคุณภาพต่ำ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

​​พร้อมนี้ กรมฯ ขอความร่วมมือประชาชนร่วมเป็นพลังในการเฝ้าระวังและป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หากพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่กองป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โทร. 0 2547 4702 หรือสายด่วน 1368 หรือเว็บไซต์ www.ipthailand.go.th หัวข้อบริการ “แจ้งเบาะแสการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา”.