“เอกนิติ” เปิด Treasury Coin Market ระบบประมูลเหรียญออนไลน์ครบวงจรแห่งแรกของไทย วางมาตรฐาน Coin Grading ปั้นตลาดเหรียญสะสมไทยสู่สากล พร้อมต่อยอดสร้างอาชีพ–รายได้ ประเดิมเหรียญ 10 บาท ปี 2533 ผลิตเพียง 100 เหรียญ ปิดประมูลสูงถึง 2.54 ล้านบาท เตรียมนำเหรียญทองคำหายากออกประมูลทุกวันที่ 17 ของเดือน

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์ได้เปิดตัว Treasury Coin Market หรือระบบประมูลขายผลิตภัณฑ์เหรียญผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจรระบบแรกของประเทศไทย เพื่อเพิ่มช่องทางให้ประชาชนและนักสะสมเหรียญกษาปณ์สามารถเข้าถึงการประมูลผ่านระบบออนไลน์ได้สะดวกมากขึ้น
การเปิด Treasury Coin Market ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มช่องทางประมูลเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานของตลาดเหรียญไทยยุคใหม่ เปิดโอกาสให้ประชาชน นักสะสม และผู้สนใจจากทุกพื้นที่เข้าถึงตลาดได้โดยไม่มีข้อจำกัดด้านระยะทาง พร้อมสร้างกลไกราคาที่โปร่งใส มีข้อมูลที่ถูกต้อง ระบบชำระเงินที่ปลอดภัย และสามารถตรวจสอบธุรกรรมได้
นอกจากนี้ กรมธนารักษ์ยังได้รับความร่วมมือจากธนาคารกรุงไทยในการพัฒนาระบบและกระบวนการที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของธุรกรรม รวมถึงการป้องกันความเสี่ยงด้านการทุจริตและการฟอกเงิน

ดร.เอกนิติ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวสะท้อนบทบาทใหม่ของกระทรวงการคลังและกรมธนารักษ์ ที่ต้องการยกระดับคุณภาพและเพิ่มมูลค่าให้แก่ทรัพย์สินของภาครัฐ โดยนำกลไกดิจิทัลและระบบตลาดเข้ามาช่วยเปลี่ยนคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเหรียญกษาปณ์ให้สามารถสะท้อนออกมาเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้
“วันนี้เรานำกลไกดิจิทัลและตลาดประมูลเข้ามาใช้กับเหรียญกษาปณ์ เปลี่ยนคุณค่าทางวัฒนธรรมของเหรียญ 10 บาทให้กลายเป็นมูลค่า โดยได้หารือกับสมาคมและกลุ่มนักสะสม ซึ่งได้รับคำแนะนำว่าตลาดเหรียญจำเป็นต้องมีมาตรฐาน จึงต้องมี Coin Grading เพื่อประเมินทั้งความหายากและคุณภาพของเหรียญ รวมถึงนำมาตรฐานสากล MS หรือ Mint State มาใช้” ดร.เอกนิติกล่าว
สำหรับรายได้จาก Treasury Coin Market ยังไม่มีการตั้งเป้าหมายว่าจะสร้างรายได้เพิ่มเติมให้กรมธนารักษ์จำนวนเท่าใด โดยปัจจุบันรายได้จากผลิตภัณฑ์เหรียญกษาปณ์อยู่ที่ประมาณ 400 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากตลาดประมูลได้รับความสนใจและเติบโตขึ้น ก็มีโอกาสพัฒนาเป็นแหล่งรายได้เพิ่มเติมของกรมธนารักษ์ในอนาคต
ขณะเดียวกัน ยังอาจก่อให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจและอาชีพใหม่ที่เกี่ยวเนื่องกับตลาดเหรียญสะสม โดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินและจัดระดับคุณภาพเหรียญ หรือ Coin Grader เพื่อรองรับตลาดซื้อขายเหรียญสะสมในต่างประเทศที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงมีโอกาสพัฒนาระบบให้รองรับนักสะสมต่างประเทศเข้าร่วมประมูลเหรียญไทยได้ในอนาคต

ด้านนายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า กรมธนารักษ์มีแผนจัดประมูลเหรียญผ่าน Treasury Coin Market ทุกวันที่ 17 ของเดือน โดยจะคัดเลือกเหรียญที่มีความน่าสนใจและเหมาะสมเข้าสู่ระบบประมูล พร้อมหารือร่วมกับสมาคมและผู้เชี่ยวชาญในวงการเหรียญเพื่อพัฒนารายการประมูลให้มีความหลากหลาย
ระบบประมูลจะเปิดโอกาสให้นักสะสมแข่งขันเสนอราคา โดยผู้เสนอราคาสูงสุดและไม่มีผู้เสนอราคาแข่งขันเพิ่มเติมภายในช่วง 1 นาทีตามเงื่อนไขของระบบ จะเป็นผู้ชนะการประมูล
สำหรับการประมูลครั้งแรก กรมธนารักษ์นำ เหรียญกษาปณ์ 10 บาท ปี พ.ศ. 2533 คุณภาพ MS66 ซึ่งผลิตขึ้นเป็นที่ระลึกในการประชุมผู้อำนวยการโรงกษาปณ์นานาชาติ (Mint Directors’ Conference) และมีจำนวนผลิตเพียง 100 เหรียญ ออกประมูลผ่านระบบ โดยผู้ชนะการประมูลคือ นายณัฐกร อัครมณี ประธานบริหารตลาดเดอะคอย ด้วยราคาประมูล 2.54 ล้านบาท

ส่วนการประมูลครั้งถัดไป กรมธนารักษ์เตรียมนำเหรียญหายากอีกหลายรายการออกประมูล อาทิ เหรียญทองคำสมเด็จย่า หรือเหรียญสุขภาพดีถ้วนหน้า ชนิดราคา 6,000 บาท ซึ่งผลิตเพียง 604 เหรียญ และปัจจุบันกรมธนารักษ์เหลืออยู่เพียง 14 เหรียญ
นอกจากนี้ ยังมี เหรียญทองคำสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสได้รับรางวัลแมกไซไซ ชนิดราคา 6,000 บาท ซึ่งผลิตประมาณ 600 เหรียญ และปัจจุบันเหลืออยู่กับกรมธนารักษ์เพียงกว่า 10 เหรียญ เตรียมนำเข้าสู่ระบบประมูลเช่นกัน
ผู้สนใจสามารถสมัครสมาชิกและศึกษาขั้นตอนการใช้งาน Treasury Coin Market ได้ตั้งแต่วันนี้ผ่านเว็บไซต์ของระบบ https://coinmarket.treasury.go.th
ทั้งนี้ กรมธนารักษ์จะกำหนดเปิดประมูลผลิตภัณฑ์เหรียญเป็นรอบตามระยะเวลาที่ประกาศ โดยสามารถติดตามกำหนดการ รายการผลิตภัณฑ์เหรียญ และรายละเอียดการประมูลแต่ละรอบได้ทางเว็บไซต์ https://coinmarket.treasury.go.th และเพจเฟซบุ๊ก : กรมธนารักษ์ (The Treasury Department).

