• จันทร์ 17 สิงหาคม 2569 เวลา 11:39 น.

ธรรมาภิบาลแบงก์รัฐ?

BREAKING NEWS STRATEGIES

(ปม “ฉัตรชัย” ไม่ใช่แค่…เดิมพันเก้าอี้ แต่เป็น…บททดสอบ 30 วัน ‘วัด’ ธรรมาภิบาล – ศรัทธาต่อแบงก์เกษตรกร)

สหภาพแรงงาน ธ.ก.ส. ยื่นข้อเรียกร้อง 8 ข้อ ตั้งคำถามตั้งแต่การใช้จ่าย การจัดซื้อจัดจ้าง เงินจากธุรกิจประกัน ไปจนถึงการแทรกแซงกระบวนการภายใน ขณะที่บอร์ดขีดเส้นตรวจสอบ 30 วัน เรื่องนี้จึงไม่ควรจบเพียงคำตอบว่าใครผิดหรือถูก แต่ต้องตอบให้ได้ว่า เงิน อำนาจ และดุลพินิจในแบงก์รัฐถูกตรวจสอบอย่างไร?

ร้องคน – สะเทือนระบบ :

กรณี สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (สร.ธ.ก.ส.) ยื่นข้อเรียกร้องต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ตรวจสอบการบริหารงานของ นายฉัตรชัย ศิริไล  ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ไม่ใช่เพียงความขัดแย้งระหว่าง…นายจ้างกับลูกจ้าง หรือความไม่พอใจต่อผู้บริหารคนหนึ่ง เท่านั้น

ข้อร้องเรียนทั้ง 8 ข้อ ครอบคลุมตั้งแต่…กระบวนการวิเคราะห์สินเชื่อ การใช้จ่ายและจัดซื้อจัดจ้าง การดูแลผู้ฝากเงินรายย่อย เงินหรือผลประโยชน์จากธุรกิจประกัน การแทรกแซงกระบวนการพิจารณาอุทธรณ์ การเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง ตลอดจน ทิศทางและอัตลักษณ์ขององค์กร

ข้อเรียกร้องบางข้อเป็น…ปัญหาเชิงนโยบาย

บางข้อเป็น…ความขัดแย้งด้านแรงงานสัมพันธ์

 แต่บางข้อเป็น…ข้อสงสัยด้านธรรมาภิบาล? ที่อาจมีผลกระทบร้ายแรง! หากตรวจสอบแล้วพบว่า…มีมูล!!!

วันที่ 14 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ซึ่งมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็น…ประธาน มีมติให้คณะกรรมการตรวจสอบเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและรายงานต่อบอร์ดภายใน 30 วัน โดยมี ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย เป็น…ประธานการตรวจสอบ

ในระหว่างนี้ นายฉัตรชัยยังคงดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ส่วนการ ไม่เข้าร่วมประชุมบอร์ดในวาระพิจารณาข้อร้องเรียน เป็นการ “เว้นระยะ” เพื่อให้กระบวนการพิจารณาเป็นอิสระและเป็นธรรม

ข้อเท็จจริงสำคัญ! ที่สังคมไทยจะต้องยึดไว้ ก็คือ การตั้งกรรมการตรวจสอบยังไม่ใช่คำวินิจฉัยว่าผู้ถูกร้องกระทำผิด!!??

แต่ในทางกลับกัน! การที่ยังไม่มีคำวินิจฉัย ก็ไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุให้ข้อร้องเรียน ถูก “ลดทอน” หรือ “ปล่อยให้เลือนหายไปตามเวลา”

8 ข้อ – หนักไม่เท่ากัน :

ข้อร้องเรียนทั้ง 8 ข้อ! ไม่ควร…ถูกนำมารวมกัน จนสังคมไทยเข้าใจว่า…เป็นข้อกล่าวหาทุจริตทั้งหมด เพราะแต่ละเรื่องมีฐานข้อเท็จจริงและผลทางกฎหมายต่างกัน

การขอให้ทบทวนกระบวนการสินเชื่อ เพื่อให้เกษตรกร “เข้าถึงเงินทุน” ได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น เป็นคำถามเรื่องประสิทธิภาพและความเหมาะสมของนโยบาย

การคัดค้านการต่อสัญญาผู้จัดการ เป็นการแสดง “จุดยืน” ด้านการบริหาร ซึ่งบอร์ดสามารถพิจารณาแยกจากการวินิจฉัยความผิดได้

การขอเปลี่ยนคำขวัญองค์กร เป็นความ “ขัดแย้ง” ด้านวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ ไม่ใช่ความผิดตามกฎหมาย

ส่วนประเด็นที่ควรได้รับการ ตรวจสอบอย่างเข้มข้น!!! ได้แก่…

การใช้จ่ายที่ถูกกล่าวหาว่าฟุ่มเฟือย

ความคุ้มค่าของโครงการและการจัดซื้อจัดจ้าง

การบริหารเงินหรือผลประโยชน์จากบริษัทประกัน

การใช้อำนาจแทรกแซงกระบวนการอุทธรณ์

และ การเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างโดยอาจไม่ผ่านกระบวนการตามกฎหมาย

หากเรื่องเหล่านี้ เป็นเพียง…ความไม่พอใจต่อรูปแบบการบริหาร คณะกรรมการก็ควรแสดงหลักฐานเพื่อคลี่คลายข้อสงสัย???

แต่หากมีการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ หลีกเลี่ยงระบบบัญชี เอื้อประโยชน์แก่บุคคลบางกลุ่ม หรือใช้อำนาจแทรกแซงกลไกตรวจสอบภายใน เรื่องย่อมไม่ใช่เพียงความขัดแย้งในองค์กรอีกต่อไป

ตรวจงบ – อย่าหยุดที่ใบเสร็จ :

การตรวจสอบการใช้เงิน ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงว่า…มีงบประมาณรองรับ มีลายมือชื่อผู้อนุมัติ และมีใบเสร็จครบถ้วนหรือไม่?

เพราะการใช้จ่ายที่ถูกต้องตามเอกสาร อาจยัง…ไม่มีความคุ้มค่า หรือ “เปิดโอกาส” ให้ใช้ดุลพินิจเอื้อประโยชน์แก่คนบางกลุ่มได้

มีข้อสังเกตจาก ผู้ที่คุ้นเคยกับการบริหารงาน ระบุว่า…ควรขยายการตรวจสอบไปถึงการเดินทางต่างประเทศ การจัดสรรงบประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมพิเศษบางประเภทขององค์กร ในทำนอง…

มีหลักเกณฑ์คัดเลือกผู้เข้าร่วมและตัวชี้วัดความคุ้มค่าที่ชัดเจนหรือไม่???

ข้อสังเกตดังกล่าว ยังไม่ใช่ข้อยืนยันที่ว่า…มีการกระทำผิด! แต่อาจใช้เป็น “เบาะแส” ที่สามารถพิสูจน์หรือหักล้างได้ด้วยเอกสาร

คณะกรรมการควรตรวจสอบ ว่า…ในยุคของ นายฉัตรชัย นั้น งบแต่ละโครงการมีอยู่จริงเท่าใด? ใครเป็นผู้เสนอ? ใครอนุมัติ? ใครได้รับประโยชน์? และ องค์กรได้รับผลตอบแทนอะไรกลับมาบ้าง?

ควรตรวจด้วยว่า…รายชื่อผู้ร่วมเดินทาง ผู้รับงบโฆษณา ผู้รับจ้าง หรือผู้เข้าร่วมกิจกรรม มีการกระจุกตัวหรือปรากฏซ้ำอย่างมีแบบแผนหรือไม่?

และ การคัดเลือกผ่าน “หลักเกณฑ์” ที่เปิดเผยและแข่งขันอย่างเป็นธรรมหรือเปล่า?

หากกิจกรรม หรือรูปแบบการใช้งบประมาณบางประเภท? ปรากฏต่อเนื่อง ตั้งแต่…ช่วงที่ผู้บริหารดำรงตำแหน่งในรัฐวิสาหกิจแห่งเดิม จนถึงองค์กรปัจจุบัน

การเปรียบเทียบข้อมูลข้ามองค์กร ก็อาจช่วยตอบได้ว่า…นั่นเป็นนโยบายที่มีเหตุผลทางธุรกิจรองรับ หรือเป็นรูปแบบการใช้ดุลพินิจที่ “ผูกติด” กับตัวผู้บริหาร กันแน่!!??

อย่างไรก็ตาม การตั้งคำถามเช่นนี้ จะต้องอาศัย…ปีงบประมาณ ชื่อโครงการ วงเงิน รายชื่อผู้ได้รับประโยชน์ ผู้อนุมัติ และผลการประเมินโครงการ ไม่ใช่ “ข่าวลือ” หรือ “ข้อมูลส่วนบุคคล” ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจหน้าที่

แบงก์รัฐ – เงินไม่ใช่ของใคร :

ธ.ก.ส. ไม่ใช่หน่วยงานทั่วไป แต่เป็น…สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ที่เชื่อมโยงกับเกษตรกร ผู้ฝากเงิน งบประมาณแผ่นดิน และนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล

เมื่อความน่าเชื่อถือของฝ่ายบริหาร…ถูกตั้งคำถาม? ผลกระทบ! จึงไม่ควรหยุดอยู่ภายในสำนักงานใหญ่

พนักงานสาขา ซึ่งทำหน้าที่ติดต่อกับ เกษตรกรโดย ตรงอาจขาดความมั่นใจในการปฏิบัติงาน

ความขัดแย้งระหว่าง…ฝ่ายบริหาร กับสหภาพอาจทำให้การตัดสินใจล่าช้า

ขณะที่ ลูกค้าอาจเริ่มตั้งคำถาม ที่ว่า…เงินฝากและทรัพยากรของธนาคารได้รับการดูแลอย่างรอบคอบเพียงใด?

หากข้อร้องเรียนเกี่ยวกับกระบวนการสินเชื่อมีส่วนเป็นจริง! เกษตรกรอาจต้องเผชิญขั้นตอนที่ล่าช้า ไม่สอดคล้องกับฤดูกาลผลิต และถูกผลักให้หันไปพึ่งหนี้นอกระบบ ก็เป็นไปได้!!!

หาก งบประมาณส่วนกลาง ถูกใช้ไปกับ…โครงการที่ไม่คุ้มค่า? ขณะที่ สาขาภูมิภาคต้องควบคุมต้นทุนจนกระทบการบริการ

ปัญหานี้…ย่อมสะท้อนความบิดเบี้ยวในการจัดสรรทรัพยากรขององค์กร

ใน ระดับการคลัง ธ.ก.ส. ยังเป็นกลไกสำคัญในการดำเนินนโยบายรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น…สินเชื่อช่วยเหลือเกษตรกร การพักชำระหนี้ หรือมาตรการพยุงรายได้ ความอ่อนแอด้านธรรมาภิบาลจึงอาจเพิ่มต้นทุนแฝงแก่รัฐ และท้ายที่สุดผู้เสียภาษีต้องเป็นผู้รับภาระ

ศรัทธาแพงกว่างบโฆษณา :

สถาบันการเงินดำรงอยู่ได้ด้วยความไว้วางใจ มิใช่เพียงด้วยเงินกองทุนหรือสภาพคล่อง

งบประชาสัมพันธ์สามารถสร้างการรับรู้ แต่ไม่สามารถทดแทนความน่าเชื่อถือที่มาจากการเปิดเผยข้อมูล การใช้งบอย่างคุ้มค่า และระบบตรวจสอบที่เป็นอิสระได้

หากบอร์ดสอบเพียงเพื่อให้ครบกำหนด 30 วัน แต่ไม่เปิดเผยขอบเขต วิธีตรวจสอบ และสาระสำคัญของผลสอบ ความสงสัยจะไม่ยุติ ไม่ว่า…ข้อสรุปจะออกมาว่าพบหรือไม่พบความผิด

ตรงกันข้าม หาก…กระบวนการตรวจสอบโปร่งใส ให้สิทธิผู้ถูกร้องชี้แจง คุ้มครองผู้ให้ข้อมูล และสามารถแสดงเส้นทางการอนุมัติงบประมาณได้ครบถ้วน ผลสอบย่อมมีน้ำหนักมากกว่าการตอบโต้กันผ่านสื่อ

ตรวจคน – ต้องตรวจบอร์ด :

การตรวจสอบครั้งนี้ จึงไม่ควรหยุดอยู่ที่ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. เพราะโครงการสำคัญและงบประมาณจำนวนมากไม่ได้เกิดจากคำสั่งของบุคคลเพียงคนเดียว???

ต้องตรวจตลอดสายการตัดสินใจ ตั้งแต่ผู้เสนอ ฝ่ายงบประมาณ ฝ่ายกฎหมาย ผู้อนุมัติ ผู้ตรวจรับ คณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนระบบตรวจสอบภายใน

หากพบว่า…การใช้จ่ายเป็นไปตามระเบียบและมีความคุ้มค่า บอร์ดต้องเปิดเผยข้อมูลเพียงพอที่จะคืนความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกร้อง

ถ้าพบเพียง ข้อบกพร่องด้านการบริหาร แต่ไม่พบการทุจริต ต้องแยกให้ชัดว่า…เป็นความผิดพลาดระดับใด ใครต้องรับผิดชอบ และจะแก้ระบบอย่างไร?

หากพบพฤติการณ์ ที่อาจ…ผิดระเบียบ วินัย หรือกฎหมาย ต้องส่งต่อไปยังกระบวนการที่มีอำนาจโดยไม่เลือกปฏิบัติ

และถ้าปรากฏว่า…บอร์ดหรือหน่วยตรวจสอบภายในเคยรับรู้ข้อสังเกตมาก่อน แต่ไม่ได้ดำเนินการ คำถามเรื่องความรับผิดชอบต้องขยายไปถึงผู้กำกับดูแลด้วย

ทางออก – เปิดระบบให้แสงเข้า :

ทางออกของ ธ.ก.ส. ไม่ใช่การ “รีบเลือกข้าง” ระหว่าง…ผู้จัดการกับสหภาพ แต่คือ…การทำให้ข้อเท็จจริงได้รับการพิสูจน์ผ่านระบบที่ทุกฝ่ายยอมรับ!!!

ประการแรก คณะกรรมการควรประกาศขอบเขตการตรวจสอบของแต่ละข้อให้ชัด พร้อม แยกข้อร้องเรียนเชิงนโยบาย ข้อพิพาทแรงงาน และข้อสงสัยที่อาจเป็นความผิดออกจากกัน

ประการที่สอง ต้องรักษาเอกสารและข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด พร้อม ป้องกันการโยกย้าย กดดัน หรือให้คุณให้โทษแก่พยานและผู้ให้ข้อมูล

ประการที่สาม ควรตรวจเส้นทางการใช้อำนาจและผู้ได้รับประโยชน์ ไม่ใช่ตรวจเพียงความครบถ้วนของเอกสารเบิกจ่าย

ประการที่สี่ เมื่อครบกำหนด ต้องเปิดเผยสาระสำคัญของผลสอบต่อพนักงานและสาธารณะ โดยคุ้มครองข้อมูลที่กฎหมายกำหนด ไม่ควรใช้คำว่า “เป็นเรื่องภายใน” เพื่อหลีกเลี่ยงการตอบคำถามเกี่ยวกับเงินและผลประโยชน์สาธารณะ

ประการที่ห้า ธ.ก.ส. ควรจัดทำฐานข้อมูลโครงการเดินทาง ดูงาน ประชาสัมพันธ์ สนับสนุนสื่อ และกิจกรรมพิเศษ โดยจะต้อง…เปิดเผยวัตถุประสงค์ วงเงิน หลักเกณฑ์คัดเลือก และผลประเมินความคุ้มค่าเป็นประจำ

ประการสุดท้าย การพิจารณาต่อสัญญาผู้บริหารต้องแยกจากการลงโทษทางวินัย แต่ต้อง พิจารณาทั้งผลงาน ความสามารถในการนำองค์กร ความไว้วางใจของผู้มีส่วนได้เสีย และมาตรฐานธรรมาภิบาลอย่างโปร่งใส

30 วัน – ตอบให้ไกลกว่าคนเดียว :

กรณีนี้ยังไม่มีผู้ใดถูกวินิจฉัยว่ากระทำผิด! และสังคมไทยไม่ควรลงโทษบุคคล ด้วยข้อกล่าวหาที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์

แต่หลักสันนิษฐานว่าเป็น “ผู้บริสุทธิ์” ก็ไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นเกราะป้องกันการตรวจสอบเงิน อำนาจ และดุลพินิจของผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ

ภายใน 30 วัน บอร์ด ธ.ก.ส. จึงไม่ได้มีหน้าที่เพียงตอบว่า…“นายฉัตรชัยผิดหรือไม่?”

บอร์ด ต้องตอบให้ได้ด้วยว่า…เหตุใดข้อสงสัยเหล่านี้จึงสะสมจนกลายเป็นวิกฤตความไว้วางใจ? ระบบตรวจสอบเดิมทำงานหรือไม่? ใครควรรับผิดชอบ? และจะปิดช่องว่างไม่ให้ปัญหาเดิมเกิดซ้ำได้อย่างไร?

นั่นเพราะ “เก้าอี้…ผู้จัดการ” อาจเปลี่ยนคนได้! แต่หากระบบยังเปิดทางให้ “เงินขององค์กร” ถูกใช้โดยขาดความโปร่งใส ต่อให้ “เปลี่ยน” ผู้บริหารอีกสักกี่ครั้ง ปัญหาก็จะย้อนกลับมา!!??

บทพิสูจน์ครั้งนี้ จึงไม่ใช่…ชะตาของคนคนเดียว? หากเป็น “ชะตาความน่าเชื่อถือ” ของ ธ.ก.ส. และมาตรฐานธรรมาภิบาลของแบงก์รัฐทั้งระบบ กันเลยทีเดียว!!!.