โต 6% ต้องโตถึงคนไทย

(จาก ‘ทุนโลก – ภาษีใหม่ – ไฟสะอาด’ สู่บททดสอบ ‘เศรษฐกิจฐานใหม่’ จะฝังรากในประเทศได้เพียงใด?)

เป้าประเทศรายได้สูงใน 12 ปีของ ‘เอกนิติ’ ไม่ได้มีเพียงตัวเลข GDP 6% แต่เสนอให้รัฐใช้สิทธิลงทุน ภาษี และพลังงานสะอาด เปลี่ยนทุนใหม่ให้เป็นงาน ทักษะ และห่วงโซ่การผลิตของไทย ขณะเดียวกัน โซลาร์ครัวเรือน กับ Direct PPA กำลังกลายเป็นโครงสร้างรองรับทั้งประชาชนและอุตสาหกรรมดิจิทัล

เป้าใหญ่ เริ่มที่การลงทุน :

บนเวทีสัมมนาวิชาการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง วางภาพระยะยาวให้ไทยก้าวสู่ประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปี มีรายได้ต่อหัวเฉลี่ย 16,000–20,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยเศรษฐกิจต้องขยายตัวเฉลี่ยราว 6% ต่อปี เพื่อทำให้ GDP เพิ่มเป็นสองเท่า

โจทย์เร่งด่วนกว่านั้น ก็คือ…การฟื้นเครื่องยนต์ลงทุน ซึ่งลดจากระดับ 30–40% ของ GDP ในอดีต เหลือประมาณ 23% แบ่งเป็น ภาครัฐราว 6% และเอกชน 16–17% เป้าหมายสี่ปีจึงประกอบด้วยการดันสัดส่วนลงทุนกลับสู่ 30% ยกระดับความสามารถแข่งขันจากอันดับ 26 เข้าสู่ Top 20 และเพิ่มศักยภาพการเติบโตให้เกิน 3%

อย่างไรก็ดี ตัวเลข 6% เป็นอัตราที่ต้องการสำหรับเส้นทางระยะยาว มิใช่คำพยากรณ์ว่าเศรษฐกิจปีนี้จะเติบโต 6% และคำว่าเศรษฐกิจ ‘ถดถอย’ ในข่าวบางฉบับควรเข้าใจว่าเป็นการถดถอยของศักยภาพการเติบโต ไม่ใช่ข้อสรุปทางเทคนิคว่า GDP หดตัวติดต่อกัน

ทุนใหม่ ต้องทิ้งราก :

รัฐบาลมองความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เป็น “หน้าต่างโอกาส” เมื่อ ธุรกิจโลกต้องกระจายความเสี่ยงและย้ายฐานการผลิต ไทยจึงเสนอความเป็นกลางทางการค้า โครงสร้างพื้นฐาน และฐานวัตถุดิบ เพื่อดึงอุตสาหกรรม AI เซมิคอนดักเตอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า และหุ่นยนต์

ความแตกต่างจากการส่งเสริมลงทุนแบบเดิมอยู่ที่ ‘เงื่อนไข’ นักลงทุนต้องถ่ายทอดเทคโนโลยี เชื่อมผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ Local Supply Chain และร่วมพัฒนาคนผ่าน Skill Bridge กับมหาวิทยาลัย โครงการ BOI to IPO ยังพยายามเชื่อมกิจการต่างชาติที่ได้รับส่งเสริมเข้ากับตลาดทุนไทย ขณะที่กรณี Optical Transceiver ที่สระบุรีถูกยกเป็นภาพตัวอย่างของการลงทุนใหม่ที่สร้างงานและงานวิจัยในประเทศ

หัวใจเชิงยุทธศาสตร์ จึงไม่ใช่จำนวนคำขอรับส่งเสริมลงทุน แต่คือ…สัดส่วนมูลค่าเพิ่มที่อยู่ในไทย หากเทคโนโลยี การจัดซื้อ และกำไรส่วนใหญ่ยังอยู่นอกประเทศ ไทยอาจเป็นเพียงที่ตั้งเครื่องจักร แม้ตัวเลขลงทุนจะสูงขึ้นก็ตาม

ภาษีเปลี่ยนเกม จากขายรถสู่สร้างฐาน :

มาตรการภาษีสรรพสามิตรถยนต์ เป็นกรณีทดสอบที่จับต้องได้ กระทรวงการคลังเตรียมพิจารณาอัตราภาษีที่ต่ำกว่าสำหรับผู้ประกอบการซึ่งตั้งโรงงานและใช้ชิ้นส่วนในไทย ขณะที่ รถยนต์นำเข้าสำเร็จรูปโดยไม่มีฐานผลิตจะเสียภาษีสูงกว่า รายละเอียดอยู่ระหว่างหารือและตั้งเป้าเสนอคณะรัฐมนตรีภายในเดือนกันยายน 2569 จึงยังไม่ใช่มาตรการที่มีผลใช้แล้ว

แนวคิดเดียวกัน อาจขยายไปยังสินค้ากลุ่มอื่น ขณะนี้อากรนำเข้าและ VAT สำหรับสินค้านำเข้าถูกจัดเก็บตั้งแต่บาทแรกแล้ว ส่วนการปรับอัตราศุลกากรเพิ่มเติมเฉพาะสินค้าที่กระทบ SME ยังอยู่ระหว่างพิจารณา โจทย์สำคัญคือการสร้างสนามแข่งขันที่เป็นธรรมโดยไม่กลายเป็นกำแพงคุ้มครองที่ลดแรงจูงใจในการพัฒนาประสิทธิภาพของผู้ผลิตไทย

ไฟสะอาด คือใบอนุญาตลงทุนยุค AI :

สำหรับ ดาต้าเซ็นเตอร์ ถูกมองว่าเป็นทั้ง…โอกาสและแรงกดดัน!!! เพราะใช้ไฟมากและต้องทำงานต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง ขณะที่ บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกต้องการไฟฟ้าหมุนเวียนที่ตรวจสอบแหล่งกำเนิดได้ รัฐจึงผลักดัน Direct PPA เปิดให้ผู้ใช้รายใหญ่ทำสัญญาซื้อไฟสะอาดจากผู้ผลิตโดยตรง และใช้โครงข่ายรัฐผ่านระบบ Third Party Access (TPA) กรอบนำร่องเดิมให้ความสำคัญกับดาต้าเซ็นเตอร์รวมประมาณ 2,000 เมกะวัตต์ ก่อนที่ กพช.จะเห็นชอบในเดือนกรกฎาคม 2569 ให้ขยายไปยังภาคอุตสาหกรรมอื่นด้วย

หลัก ‘ผู้ใช้รายใหญ่ต้องจัดหาไฟเพิ่ม’ มีความสำคัญต่อความเป็นธรรม หากดาต้าเซ็นเตอร์เข้ามาใช้กำลังผลิตเดิมโดยไม่มีแหล่งจ่ายใหม่ ต้นทุนขยายโรงไฟฟ้าและโครงข่ายอาจย้อนกลับมาสู่ค่าไฟประชาชน

นโยบายจึงควรกำหนดให้การลงทุนขนาดใหญ่จัดหาไฟสะอาดของตนผ่าน Direct PPA โรงไฟฟ้าใหม่ ระบบกักเก็บ หรือกลไกค่าไฟสีเขียวอย่างโปร่งใส

โซลาร์บนหลังคา เปลี่ยนบ้านเป็นโรงไฟฟ้า :

อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลกำลังศึกษาโครงการ Solar Rooftop สำหรับประชาชน ระบบเบื้องต้นขนาดประมาณ 5 กิโลวัตต์ ราคาประมาณ 150,000 บาท เสนอให้อุดหนุนแบบให้เปล่าครัวเรือนละ 50,000 บาท และให้ธนาคารออมสินกับ ธอส.สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับส่วนที่เหลือ เป้าหมายเบื้องต้นอยู่ที่ 500,000–1,000,000 ครัวเรือน พร้อม Net Billing ให้ขายไฟส่วนเกินคืนระบบ และให้ กฟน.–กฟภ.ทำหน้าที่ One Stop Service

สถานะของเรื่องนี้ต้องสื่อสารอย่างระมัดระวัง : โครงการยังอยู่ในขั้นศึกษา กลั่นกรองการใช้เงินกู้ และเสนอ ครม. มิใช่สิทธิที่ประชาชนลงทะเบียนรับได้แล้ว ตัวเลขคืนทุน 3–4 ปีที่ปรากฏในข่าวเป็นตัวอย่างจากสมมติฐานค่าไฟและการประหยัด ไม่ใช่ผลตอบแทนที่รับประกันสำหรับทุกบ้าน

หากติดตั้งได้หนึ่งล้านครัวเรือน ครัวเรือนละ 5 กิโลวัตต์ จะเท่ากับกำลังติดตั้งตามชื่อประมาณ 5,000 เมกะวัตต์ แต่ไม่ได้หมายถึงไฟพร้อมใช้ 5,000 เมกะวัตต์ตลอดวัน ต้องหักไฟที่บ้านใช้เอง ความผันผวนของแสงแดด และข้อจำกัดสายส่งก่อน

ไฟบ้านช่วยไฟใหญ่ แต่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด :

โซลาร์ครัวเรือนเชื่อมกับดาต้าเซ็นเตอร์ในระดับระบบพลังงาน เมื่อบ้านผลิตไฟใช้เอง ความต้องการซื้อจากระบบช่วงกลางวันลดลง และไฟส่วนเกินที่ขายคืนจะรวมอยู่ในโครงข่ายให้ผู้ใช้อื่นนำไปใช้ จึงช่วยเปิดพื้นที่ให้ระบบรองรับกิจกรรมเศรษฐกิจใหม่ได้จริง

อย่างไรก็ตาม ดาต้าเซ็นเตอร์ต้องใช้ไฟต่อเนื่อง ขณะที่ โซลาร์ลดลงเมื่อเมฆมากและหยุดผลิตกลางคืน ประเทศอาจมีไฟเหลือตอนเที่ยงแต่ขาดความยืดหยุ่นตอนค่ำ ทางออกจึงต้องมาพร้อมแบตเตอรี่ โครงข่ายอัจฉริยะ การผลิตหมุนเวียนหลายชนิด และ Direct PPA ขนาดใหญ่ กล่าวอีกอย่าง Solar Rooftop ช่วยลดภาระและเพิ่มพลังงานสะอาด แต่ไม่ควรถูกนับเป็นใบอนุญาตให้ดาต้าเซ็นเตอร์ใช้ไฟเดิมโดยไม่ลงทุนเพิ่ม

5T ภายใต้งบที่ไม่เหลือเฟือ :

กรอบ 5TTarget, Transition, Transform, Transparency และ Together สะท้อนข้อจำกัดว่า…ภาคการคลังมีพื้นที่น้อยลง การช่วยเหลือต้องตรงกลุ่ม การเปลี่ยนผ่านต้องลดความเปราะบางด้านพลังงาน การลงทุนต้องเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ ข้อมูลต้องตรวจสอบได้ และภาคเอกชนต้องร่วมลงทุนผ่าน PPP หรือกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน

แนวคิดนี้ ยังครอบคลุมการใช้ข้อมูลตรวจสิทธิสวัสดิการ การหลีกเลี่ยงเงินอุดหนุนแบบเหมาจ่าย โครงการ 1 จังหวัด 1 บริษัทเพื่อดึงงานดิจิทัลสู่ท้องถิ่น และ Bridge Financing ให้บริษัทใหญ่ช่วยค้ำผู้รับจ้างหรือ SME ในห่วงโซ่อุปทาน ทั้งหมดมีเป้าหมายเปลี่ยนการใช้จ่ายภาครัฐจาก ‘แจกแล้วจบ’ เป็นเงินที่สร้างความสามารถหารายได้ในระยะยาว

บททดสอบอยู่ที่ตัวชี้วัด ไม่ใช่คำประกาศ :

วิสัยทัศน์ประเทศรายได้สูงจะน่าเชื่อถือเมื่อถูกแปลงเป็นตัวชี้วัดที่ประชาชนตรวจสอบได้ ได้แก่ มูลค่าจัดซื้อจากผู้ประกอบการไทย จำนวนงานทักษะสูงและค่าจ้างจริง จำนวนสิทธิบัตรหรือเทคโนโลยีที่ถ่ายทอด สัดส่วนไฟสะอาดใหม่ที่ดาต้าเซ็นเตอร์จัดหา ต้นทุนโครงข่ายที่ใครเป็นผู้รับผิดชอบ ตลอดจนรายได้ภาษีและผลประโยชน์ที่รัฐได้รับคืนจากสิทธิส่งเสริม

นโยบายโซลาร์ก็ต้องเปิดเผยงบประมาณ เกณฑ์คัดเลือก ราคาติดตั้ง อัตรารับซื้อไฟ อายุอุปกรณ์ ภาระการกำจัดแผง และผลต่อค่าไฟของผู้ไม่มีหลังคาหรือไม่มีสิทธิขอสินเชื่อ ส่วนมาตรการภาษีรถยนต์ต้องกำหนด Local Content ที่วัดได้ ป้องกันการประกอบเพียงปลายทางเพื่อรับสิทธิ

ที่สุดแล้ว! ความสำเร็จที่เกิดขึ้น อาจไม่ใช่การมีโรงงาน ดาต้าเซ็นเตอร์ หรือแผงโซลาร์มากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่คือ…การทำให้ทุน เทคโนโลยี พลังงาน และคนไทยเชื่อมอยู่ในระบบเดียวกัน หากทุกสิทธิประโยชน์แลกกับงานทักษะสูง ฐานผลิตในประเทศ และไฟสะอาดที่เพิ่มจริง

เป้าหมายโต 6% ก็อาจเป็นการเติบโตที่ถึงประชาชน มิใช่เพียงตัวเลขบนเวทีอย่างแน่นอน!!!.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password