กรมทรัพย์สินฯ จับมือ EUIPO ดันผปก.ไทยใช้ IP สร้างแบรนด์สู่ตลาดโลก

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสหภาพยุโรป (EUIPO) จัดสัมมนาเสริมความรู้ด้านเครื่องหมายการค้าและการออกแบบผลิตภัณฑ์ หนุนผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SME สตรี และคนรุ่นใหม่ ใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มมูลค่าธุรกิจ ยกระดับขีดความสามารถแข่งขัน และขยายตลาดสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน

นางสาวพริ้วแพร ชุมรุม รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในยุคที่เศรษฐกิจดิจิทัลทำให้ตลาดในประเทศและตลาดโลกเชื่อมโยงถึงกันมากขึ้น การสร้างแบรนด์และการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญากลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ เครื่องหมายการค้าและการออกแบบผลิตภัณฑ์จึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือทางกฎหมาย แต่เป็นสินทรัพย์ที่ช่วยเพิ่มมูลค่า สร้างความน่าเชื่อถือ และสร้างโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว โดยการวางกลยุทธ์ด้านทรัพย์สินทางปัญญาตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถปกป้องความคิดสร้างสรรค์ สร้างความแตกต่างให้กับสินค้าและบริการ รวมถึงเป็นแต้มต่อสำคัญ เมื่อมีการขยายตลาดหรือเจรจากับคู่ค้าและนักลงทุนในระดับสากล
รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า การสัมมนาครั้งนี้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความรู้ความเข้าใจด้านทรัพย์สินทางปัญญาให้แก่ผู้ประกอบการทุกกลุ่ม ตั้งแต่ผู้เริ่มต้นธุรกิจ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ผู้ประกอบการสตรี ไปจนถึงธุรกิจที่มีศักยภาพขยายตลาดสู่ต่างประเทศ เพื่อให้สามารถนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์ในการสร้างมูลค่าเพิ่มและต่อยอดการเติบโตของธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ที่ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ เป็นเครื่องมือยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย สร้างรากฐานธุรกิจให้สามารถเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ด้าน Mr. Gonzalo Bilbao หัวหน้าโครงการ SCOPE IPR ของ EUIPO กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง EUIPO และกรมทรัพย์สินทางปัญญาภายใต้โครงการ SCOPE IPR สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาให้เข้มแข็ง ทันสมัย และตอบโจทย์ผู้ประกอบการทุกระดับ โดยการสัมมนาครั้งนี้ไม่เพียงมุ่งแบ่งปันองค์ความรู้เกี่ยวกับกลยุทธ์การบริหารจัดการเครื่องหมายการค้าและการออกแบบผลิตภัณฑ์ในตลาดสหภาพยุโรปและตลาดโลก แต่ยังมุ่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการรุ่นใหม่และผู้ประกอบการสตรีสามารถเข้าถึงเครื่องมือและกลไกด้านทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างเท่าเทียม เพื่อเปิดโอกาสทางการค้าและการลงทุนระหว่างอาเซียนและสหภาพยุโรปในอนาคต

สำหรับกิจกรรมในวันแรก เป็นการสัมมนาภายใต้หัวข้อ “Trademarks and Industrial Designs: Strategies for Businesses and SMEs in the Global Marketplace” มุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการ นักวิชาการ และนักกฎหมาย เกี่ยวกับการใช้เครื่องหมายการค้าและการออกแบบผลิตภัณฑ์เป็นเครื่องมือสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจในตลาดโลก โดยมีผู้เชี่ยวชาญจาก EUIPO สมาคมการค้ายูโรเปียนเพื่อธุรกิจและการพาณิชย์ (EABC) และกรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการของระบบเครื่องหมายการค้าไทย แนวทางการสร้างแบรนด์ การคุ้มครองงานออกแบบผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาในยุคเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI นอกจากนี้ ยังมีการเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับระบบสนับสนุนการจดทะเบียนและขยายตลาดต่างประเทศ ได้แก่ พิธีสารมาดริด (Madrid Protocol) ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการสามารถยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในหลายประเทศ และความตกลงกรุงเฮก (Hague Agreement) ที่เป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองงานออกแบบผลิตภัณฑ์ในระดับสากล

ส่วนกิจกรรมในวันที่สอง เป็นการสัมมนาภายใต้หัวข้อ “Promoting Inclusivity Through Trademarks and Industrial Designs” มุ่งเน้นกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่อายุต่ำกว่า 35 ปี ผู้ประกอบการสตรี และผู้เริ่มต้นธุรกิจ เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการนำเครื่องหมายการค้าและการออกแบบผลิตภัณฑ์มาใช้เป็นรากฐานในการพัฒนาธุรกิจตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยมีการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการยื่นขอรับความคุ้มครองในประเทศไทยและสหภาพยุโรป รวมถึงแนวทางการวางกลยุทธ์ด้านทรัพย์สินทางปัญญาให้เหมาะสมกับธุรกิจแต่ละประเภท ทั้งนี้ ได้มีการจัดกิจกรรมให้คำปรึกษาเชิงลึกเป็นรายกลุ่มย่อย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สะท้อนปัญหาและขอคำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาของธุรกิจตนเองจากผู้เชี่ยวชาญของศูนย์ให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IP Advisory Center: IPAC) กรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง และวางแผนธุรกิจได้อย่างเหมาะสม

การจัดสัมมนาครั้งนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยมีความเข้าใจเกี่ยวกับการวางกลยุทธ์ด้านทรัพย์สินทางปัญญาในมิติทางธุรกิจมากยิ่งขึ้น ทั้งการสร้างและบริหารจัดการแบรนด์ การคุ้มครองงานออกแบบผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ ผ่านกลไกความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ อันจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดในการพัฒนาสินค้าและบริการ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเตรียมความพร้อมในการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นตลาดใกล้บ้านอย่างอาเซียน หรือการต่อยอดโอกาสทางการค้าสู่สหภาพยุโรป ได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาและ EUIPO จะเดินหน้าสานต่อความร่วมมือภายใต้โครงการ SCOPE IPR อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับองค์ความรู้และเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการไทยในการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเพิ่ม ขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ตลาดโลก และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยบนฐานนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน.






