White Economy

(เมื่อเม็ดเงินเปลี่ยนทิศ…ก็เปลี่ยนอนาคตประเทศไทย)
เมื่อเม็ดเงินของผู้บริโภคเปลี่ยนทิศ ย่อมไม่เพียงเปลี่ยนธุรกิจ หากยังกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและอนาคตของประเทศ นี่คือหัวใจของแนวคิด “White Economy” ที่การเติบโตทางเศรษฐกิจเดินควบคู่กับคุณภาพชีวิตของประชาชน
บทความก่อน “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” ชวนมอง “ฤดูเข้าพรรษา” ที่กำลังกลายเป็นมากกว่า…ฤดูกาลแห่งศรัทธา นั่นเพราะ…ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่เดือนของทุกปี คนไทยจำนวนมากพร้อมใจกัน “ปรับเปลี่ยน” พฤติกรรมการดำเนินชีวิต
ทั้ง…การงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การหันมาดูแลสุขภาพ การใช้เวลากับครอบครัว การเข้าวัดปฏิบัติธรรม และ การเลือกทำกิจกรรมที่สร้างคุณค่าให้กับตนเองและสังคม
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ อาจดูเป็นเรื่องเล็กเมื่อมองในระดับบุคคล แต่เมื่อเกิดขึ้นพร้อมกันในคนจำนวนมาก ย่อมส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!!!
เพราะ…ทุกการตัดสินใจใช้จ่ายของประชาชน ล้วนเป็นการ…ส่ง “สัญญาณ” ไปยังตลาด
เมื่อความต้องการเปลี่ยน ธุรกิจก็เปลี่ยน
เมื่อธุรกิจเปลี่ยน การลงทุนก็เปลี่ยน
และ เมื่อการลงทุนเปลี่ยน โครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ ก็เริ่มเปลี่ยนตาม
นี่คือ เหตุผลที่ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เชื่อว่า…สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเข้าพรรษา ไม่ใช่เพียงกิจกรรมทางศาสนา หากกำลังสะท้อน “พลังของผู้บริโภค” ที่สามารถกำหนดทิศทางเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างเงียบ ๆ
เม็ดเงินไม่ได้หายไปไหน…เพียงเปลี่ยนทิศทาง :
อาจมีคำถามที่ว่า…หากคนไทยลดการใช้จ่ายกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือกิจกรรมบางประเภท จะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวหรือไม่?
คำตอบคือ…ไม่จำเป็น!!!
ในทางเศรษฐศาสตร์ เม็ดเงิน….ไม่ได้หายไปจากระบบ เพียงแต่ “เคลื่อนย้าย” ไปสู่สินค้าและบริการอีกประเภทหนึ่ง
เมื่อ คนไทย…ลดค่าใช้จ่ายด้านหนึ่ง เงินจำนวนเดียวกัน อาจถูกนำไป…ซื้ออาหารที่มีคุณภาพมากขึ้น พาครอบครัวเดินทางท่องเที่ยว ซื้อหนังสือ ลงทะเบียนออกกำลังกาย สนับสนุนสินค้า OTOP หรือ ใช้กับกิจกรรมที่ก่อให้เกิดคุณค่ากับชีวิต
กล่าวอีกนัยหนึ่ง นี่คือ…”อุปสงค์” ของตลาดกำลังเปลี่ยนทิศทาง!!??
ผู้ประกอบการที่มองเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ก่อน ย่อมสามารถพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้รวดเร็วกว่าคู่แข่ง
ขณะเดียวกัน เม็ดเงินที่เคลื่อนเข้าสู่กิจกรรมที่สร้างคุณค่า ก็อาจช่วย “ลดต้นทุน” ทางสังคมในด้านอื่นไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น…ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ อุบัติเหตุ หรือปัญหาที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมเสี่ยง
ดังนั้น ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่…“เงินถูกใช้หรือไม่?” แต่เป็น…“เงินถูกใช้ไปกับอะไร?”
เพราะคำตอบของคำถามนี้ จะเป็นตัวกำหนดว่า…เศรษฐกิจของประเทศกำลังเติบโตไปในทิศทางใด???
ประชาชนใช้จ่าย = ลงคะแนนเสียงให้เศรษฐกิจ :
ในระบอบประชาธิปไตย ประชาชน ใช้…สิทธิเลือกตั้ง เพื่อกำหนดอนาคตทางการเมือง แต่ใน โลกเศรษฐกิจ ประชาชน…ก็ใช้ “กำลังซื้อ” เพื่อกำหนดอนาคตของตลาดเช่นเดียวกัน
ทุกครั้งที่ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าเพื่อสุขภาพ ธุรกิจสุขภาพก็เติบโต
ทุกครั้งที่เลือกสนับสนุนร้านค้าชุมชน รายได้ก็หมุนเวียนกลับสู่ท้องถิ่น
ทุกครั้งที่เลือกซื้อสินค้าจากวิสาหกิจชุมชน เกษตรกร หรือผู้ประกอบการรายย่อย โอกาสในการกระจายรายได้ก็เพิ่มขึ้น
ในทางกลับกัน! หากเม็ดเงินส่วนใหญ่ไหลเข้าสู่…กิจกรรมที่สร้างต้นทุนทางสังคม ประเทศก็จำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นภายหลัง
ด้วยเหตุนี้ การใช้จ่ายของประชาชนจึงไม่ใช่เพียงพฤติกรรมการบริโภค แต่เป็นการ “ลงคะแนนเสียง” ผ่านกำลังซื้อ ว่าเราต้องการเห็นเศรษฐกิจไทยเติบโตไปในทิศทางใด
White Economy เติบโต…พร้อมคุณภาพชีวิต :
จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว “ทีมข่าวยุทธศาสตร์ ” ขอเสนอแนวคิด White Economy หรือ “เศรษฐกิจสีขาว”
โดยไม่ได้หมายถึง…ระบบเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่จะเข้ามาแทนระบบเดิม หากเป็น “มุมมองใหม่” ในการพัฒนาเศรษฐกิจ ที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตควบคู่ไปกับคุณภาพชีวิตของประชาชน
White Economy คือ…ระบบเศรษฐกิจที่เม็ดเงินหมุนเวียนอยู่บนฐานของกิจกรรมที่สร้างคุณค่า ทั้งต่อผู้บริโภค ผู้ประกอบการ ชุมชน และประเทศ
กล่าวคือ…ธุรกิจสามารถเติบโตได้ ประชาชนมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ชุมชนเข้มแข็งขึ้น และภาครัฐสามารถลดภาระต้นทุนทางสังคมลงได้พร้อมกัน
นี่ไม่ใช่แนวคิดที่ “ขัดแย้ง” กับการแสวงหากำไร แต่เป็นการตั้งคำถามที่ว่า…“กำไรที่เกิดขึ้นนั้น สร้างคุณค่าให้กับสังคมมากน้อยเพียงใด?”
หากกำไรของธุรกิจ สามารถเดินไปพร้อมกับ…คุณภาพชีวิตของคนไทย การเติบโตนั้น ก็ย่อมมีความหมายมากกว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว
ไทยมีต้นทุน…ที่หลายประเทศไม่มี :
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายประเทศทั่วโลกต่างแข่งขันกันสร้างโมเดลเศรษฐกิจใหม่ ไม่ว่าจะเป็น…
Green Economy ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม
Circular Economy ที่เน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
หรือ Well-being Economy ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของประชาชน
แนวคิดเหล่านี้ ล้วนมีคุณค่าและกำลังได้รับความสนใจในระดับนานาชาติ
แต่สำหรับ ประเทศไทย ยังมี “ต้นทุน” อีกประเภทหนึ่ง ที่หลายประเทศ…ไม่อาจสร้างขึ้นได้ในเวลาอันสั้น นั่นก็คือ…
รากฐานทางพระพุทธศาสนา วัฒนธรรม วิถีชุมชน และประเพณีที่ยังคงมีบทบาทอยู่ในชีวิตของผู้คน
ฤดูเข้าพรรษา…เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด!!!
เพราะช่วงเวลานี้ ไม่ได้เปลี่ยนเพียงวิถีชีวิตของผู้คน หากยังสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค การใช้จ่าย และการดำเนินธุรกิจได้พร้อมกันทั่วประเทศ
หากประเทศไทยสามารถ “ต่อยอด” ต้นทุนทางวัฒนธรรมเหล่านี้ให้เชื่อมโยงกับการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างสร้างสรรค์ ก็อาจทำให้ประเพณีที่มีคุณค่าทางจิตใจ กลายเป็นพลังทางเศรษฐกิจที่สร้างประโยชน์แก่ประเทศในระยะยาว
ไม่ใช่เศรษฐกิจใหม่…แต่เป็นวิธีคิดใหม่ :
หัวใจของ White Economy ไม่ใช่การแบ่งแยกว่าอุตสาหกรรมใด “ดี” หรือ “ไม่ดี” แต่เป็น…การชวนให้ทุกภาคส่วนตั้งคำถาม ที่ว่า…
“เราจะทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจ เดินควบคู่กับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างไร?”
หากธุรกิจสามารถสร้างกำไร พร้อมกับทำให้ผู้บริโภคมีสุขภาพที่ดีขึ้น!
หากการลงทุนสามารถสร้างผลตอบแทน พร้อมกับทำให้ชุมชนเข้มแข็งขึ้น!
หากการใช้จ่ายของประชาชนสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมกับลดต้นทุนทางสังคม!
การเติบโตเช่นนี้ ย่อมมีคุณค่ามากกว่าการเติบโตที่วัดเพียงตัวเลขทางเศรษฐกิจ
เพราะท้ายที่สุดแล้ว “เศรษฐกิจ” ไม่ใช่เป้าหมาย แต่เป็นเครื่องมือในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน
เมื่อทุกฝ่ายได้ประโยชน์…ประเทศก็เดินหน้า :
สิ่งที่น่าสนใจของ แนวคิด White Economy นั่นคือ…แนวทางนี้ ไม่ได้สร้างผู้ชนะเพียงฝ่ายเดียว
ประชาชนได้ประโยชน์จากสุขภาพที่ดีขึ้น คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และการใช้จ่ายที่สร้างคุณค่าให้กับตนเองและครอบครัว
ผู้ประกอบการได้รับโอกาสในการพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
ภาครัฐได้รับประโยชน์จากการลดภาระค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาสังคมและสาธารณสุข พร้อมทั้งมีโอกาสสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วน ประเทศ ก็ได้รับประโยชน์จากการมีเศรษฐกิจที่เติบโตบนฐานของคุณภาพ ความเข้มแข็งของชุมชน และความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
นี่คือ…การเติบโตที่ไม่จำเป็นต้องแลกด้วยคุณภาพชีวิตของประชาชน หากแต่ทำให้ทั้งสองสิ่งเดินหน้าไปพร้อมกัน
ถึงเวลายกระดับฤดูสร้างเศรษฐกิจคุณภาพ :
ทุกปี! ประเทศไทย “รณรงค์” เรื่องการงดเหล้าเข้าพรรษา การทำบุญ และการสืบทอดประเพณี ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ควรดำรงรักษา
แต่บางที…เราอาจมองเห็นโอกาสได้มากกว่านั้น
หากทุกภาคส่วนร่วมกันส่งเสริมสินค้าเพื่อสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรม วิสาหกิจชุมชน สินค้า OTOP การเรียนรู้ตลอดชีวิต และกิจกรรมที่สร้างคุณค่าต่อสังคมในช่วงเข้าพรรษา
ประเทศไทยก็อาจมี “ฤดูกาลเศรษฐกิจคุณภาพ” ที่สร้างรายได้ ควบคู่ไปกับการสร้างคุณภาพชีวิต
นี่ไม่ใช่เรื่องของการใช้งบประมาณมหาศาล แต่เป็นเรื่องของการมองเห็น “โอกาส” จากสิ่งที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว
อนาคตไทย…เริ่มจากการเลือกของคนไทย :
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยให้ความสำคัญกับตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น…ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ การลงทุน หรือการส่งออก
“ทีมข่าวยุทธศาสตร์” ไม่ปฏิเสธว่า…ตัวเลขข้างต้นนั้น ยังคงมีความสำคัญ แต่ในโลกยุคใหม่ คำถามที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นก็คือ…
“เศรษฐกิจที่เติบโตนั้น ทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจริงหรือไม่?”
หากคำตอบคือ…“ใช่!”
นั่นหมายความว่า…การเติบโตดังกล่าวไม่ได้สร้างเพียงรายได้ แต่กำลังสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับประเทศ
บทความนี้ และก่อนหน้านี้ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” มิได้มีเจตนาจะสรุปว่า…White Economy หรือ เศรษฐกิจสีขาว คือคำตอบของทุกปัญหา หากต้องการชวนให้สังคมไทยมองเห็นอีกมุมหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกิจ
มุมที่เราเชื่อว่า…“พลังของผู้บริโภค” สามารถเปลี่ยนทิศทางของธุรกิจ และ เมื่อ…ธุรกิจเปลี่ยน! ประเทศก็ย่อมเปลี่ยนตาม!!??
บางที…การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ! ของประเทศไทย อาจไม่ได้เริ่มต้นจากโครงการขนาดใหญ่ หรือการลงทุนมหาศาล
แต่อาจ “เริ่มต้น” จากการตัดสินใจเล็ก ๆ ของประชาชนคนไทยหลายล้านคน ที่เลือกใช้จ่ายกับสิ่งที่สร้างคุณค่าให้กับชีวิต ครอบครัว ชุมชน และสังคม
เพราะเมื่อ เม็ดเงินเปลี่ยนทิศ…ก็เปลี่ยนอนาคตประเทศไทย
และนั่น ก็คือ…ความหมายที่ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” อยากเรียกว่าเป็น…White Economy!!!.






