ส.อ.ท.ปรับลดการผลิตรถยนต์ปี 69 ลงเหลือ1.45 ล้านคัน

ส.อ.ท.เผย เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตรถยนต์ 120,391คัน ลดลงร้อยละ 7.55 ขายในประเทศ 58,724 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.26 ส่งออก 81,526 คัน ลดลงร้อยละ7.45 พร้อมปรับประมาณการผลิตรถยนต์ปี 2569 ลงจากเดิม 1,500,000 คัน เหลือ 1,450,000 คัน หรือลดลงร้อยละ 3.33
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)เปิดเผยว่าการผลิต จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนมิถุนายน2569 มีทั้งสิ้น 120,391 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 7.55 โดยลดลงเพราะผลิตเพื่อส่งออกรถยนต์นั่งและรถกระบะลดลงร้อยละ50.11 และ 8.07 ตามลำดับ จากการส่งออกไปตะวันออกกลางลดลงไป 7,727 คันคิดเป็นร้อยละ 38.35 จากเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว รวมทั้งผลิตรถกระบะเพื่อขายในประเทศลดลงร้อยละ17.04 ส่งผลให้ยอดผลิตรวมลดลงร้อยละ 7.55 จากเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว
จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม – มิถุนายน 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 717,212 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – มิถุนายน 2568 ร้อยละ 1.04 รถยนต์นั่ง เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตได้ 48,317 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 5.30
ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนมิถุนายน 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 58,724 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2569 ร้อยละ 19.36 และเพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 17.26 โดยตัวเลขยอดขายเพิ่มขึ้นเพราะยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมมากขึ้นจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลางรวมทั้งการส่งเสริมให้ติดตั้งโซลาร์เซลล์ของรัฐบาล รถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นมีราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ส่วนใหญ่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ามาจากการนำเข้ามากกว่ารถยนต์ที่ผลิตในประเทศส่งผลให้หกเดือนปีนี้รถยนต์นั่งที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในผลิตลดลงถึง 34,679คันหรือลดลงร้อยละ 29.21 จากตัวเลขหกเดือนของปีที่แล้ว

การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เดือนมิถุนายน 2569 ส่งออกได้ 81,526 คัน ลดลงร้อยละ 7.45 โดยลดลงเพราะยังส่งออกไปตะวันออกกลางลดลงร้อยละ 38.35จากมิถุนายนปีที่แล้ว ส่วนแบ่งตลาดลงลงจากร้อยละ20 ของปีที่แล้วเหลือร้อยละ 14 นอกจากนี้ยังส่งออกลดลงในตลาดเอเชีย ออสเตรเลียและโอเชียเนีย ยุโรป แต่ส่งออกเพิ่มขึ้นในตลาดแอฟริกา อเมริกาเหนือ อเมริกากลางและอเมริกาใต้
การปรับประมาณการผลิตรถยนต์ปี 2569
จากการติดตามสถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์และภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ปรับประมาณการผลิตรถยนต์ของประเทศไทยในปี 2569 ลงจากเดิม 1,500,000 คัน เหลือ 1,450,000 คัน หรือลดลงร้อยละ 3.33
โดยปรับลดประมาณการผลิตเพื่อการส่งออกจาก 950,000 คัน เหลือ 900,000 คัน หรือลดลงร้อยละ 5.26 ขณะที่ประมาณการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศยังคงไว้ที่ 550,000 คัน เท่าเดิม
การปรับประมาณการดังกล่าวมีสาเหตุสำคัญจากปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย ได้แก่
1. สงครามในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนและมีแนวโน้มยืดเยื้อ โดยปริมาณการส่งออกรถยนต์ไปยังตะวันออกกลางในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ลดลงร้อยละ 38.35 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง
2.มาตรการกีดกันการค้าและภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ ยังคงดำเนินต่อไป โดยส่งผลต่อบรรยากาศทางเศรษฐกิจโลกที่ยังผันผวน
3.การเข้ามาทำตลาดของรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน ส่งผลต่อการแข่งขันกับรถยนต์จากประเทศไทยในการส่งออกไปภูมิภาคต่างๆ ทั้ง อาเซียนออสเตรเลียและโอเชียเนีย รวมถึงภูมิภาคอื่นๆ
4.เกณฑ์การปล่อยมลพิษจากรถยนต์ของประเทศคู่ค้าเริ่มมีความเข้มงวดเพิ่มมากขึ้น

ข้อมูลจดทะเบียนที่ใช้เชื้อเพลิงต่างๆ เดือนมิถุนายน 2569 (เฉพาะ รย.1) เดือนมิถุนายน 2569 มียานยนต์ใช้เชื้อเพลิงประเภทต่างๆ จำนวน 54,190 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 13.66 โดยแบ่งเป็น
ประเภทไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 19,767 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 53.16 ประเภทน้ำมันเบนซิน มีจำนวน 8,636 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 28.56 ประเภทน้ำมันดีเซล มีจำนวน 9,223 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 6.12 ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้า (HEV) มีจำนวน 14,237 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 25.55ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) มีจำนวน 2,327 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 53.19
ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท PHEV เดือนมิถุนายน 2569 จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 2,329 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายนปีที่แล้วร้อยละ 52.82 ,ประเภท BEV จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 22,898 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายนปีที่แล้วร้อยละ 55.64 ,ประเภท HEV จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 14,378 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายนปีที่แล้วร้อยละ 24.81.






