อัพเป้า GDP ปี’69 โต 2.5%

(คลังชี้! ผลจาก ‘ส่งออก-ลงทุน…หนุนเศรษฐกิจไทย’ แต่ยังต้องจับตา ‘3 ปัจจัยเสี่ยง’ จากต่างประเทศ)
“โฆษกกระทรวงการคลัง” นำแถลงปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขยับจากเดิม 1.6% เป็น 2.5% หลังการส่งออก การลงทุนภาคเอกชน และการบริโภคฟื้นตัวต่อเนื่อง พร้อมประกาศเดินหน้าผลักดัน “ปีแห่งการลงทุน” ขณะเดียวกันยังเตือนให้ติดตามความเสี่ยงจากสงครามการค้า ราคาพลังงาน และภัยแล้งอย่างใกล้ชิด
ส่งออกฟื้น ดัน GDP สูงกว่าคาด :
กระทรวงการคลังสร้างความเชื่อมั่นต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยอีกครั้ง หลังปรับเพิ่มประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ปี 2569 เป็นร้อยละ 2.5 จากเดิมที่ประเมินไว้ร้อยละ 1.6 เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการส่งออกที่ขยายตัวต่อเนื่อง การลงทุนภาคเอกชนที่เร่งตัว และการบริโภคภายในประเทศที่ยังเติบโตได้ดี

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และ โฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ 2.0-3.0 โดยค่ากลางอยู่ที่ร้อยละ 2.5
ส่งออกยังเป็นพระเอกเศรษฐกิจไทย :
หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้กระทรวงการคลังปรับเพิ่มประมาณการ คือ การส่งออกสินค้าที่เติบโตต่อเนื่อง โดยคาดว่ามูลค่าการส่งออกในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐจะขยายตัวถึงร้อยละ 12.5 เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่ร้อยละ 6.2 หลังอุปสงค์จากประเทศคู่ค้าหลักฟื้นตัว และ ภาคอุตสาหกรรมกลับมาขยายตัวตามวัฏจักรเศรษฐกิจโลก
อย่างไรก็ตาม การพึ่งพาการส่งออกยังทำให้เศรษฐกิจไทยอ่อนไหวต่อความผันผวนของเศรษฐกิจโลก หากเกิดมาตรการกีดกันทางการค้าเพิ่มเติม หรือเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าชะลอตัว ก็อาจส่งผลต่อการเติบโตของไทยได้เช่นกัน
การลงทุนเอกชนเร่งตัว รับนโยบายรัฐ :
ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง คาดว่า การลงทุนภาคเอกชนจะขยายตัวถึงร้อยละ 9.0 จากการลงทุนในเครื่องจักร เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมเป้าหมาย ภายใต้มาตรการ Thailand FastPass รวมทั้งการอำนวยความสะดวกด้านการลงทุนของภาครัฐ
โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ประเทศไทยมีเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศรวมกว่า 1.87 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 68.3 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อประเทศไทยมากขึ้น
กำลังซื้อในประเทศยังเป็นแรงประคอง :
ด้านการบริโภคภาคเอกชน คาดว่า จะเติบโตร้อยละ 2.7 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐ ขณะที่การบริโภคและการลงทุนภาครัฐยังมีบทบาทสำคัญ ผ่านการเบิกจ่ายงบประมาณและการเดินหน้าโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม กำลังซื้อของประชาชนยังเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพและภาระหนี้ครัวเรือน ซึ่งยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ปีแห่งการลงทุน ต้องสร้างผลลัพธ์จริง :

พร้อมกันนี้ กระทรวงการคลังยังได้ประกาศเดินหน้าผลักดันปี 2569 ให้เป็น “ปีแห่งการลงทุน” โดยอาศัยจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การส่งเสริมการลงทุน และนโยบาย Active Neutrality เพื่อดึงดูดนักลงทุนที่ต้องการย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม แม้ทิศทางจะเป็นบวก แต่ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อเม็ดเงินลงทุนสามารถสร้างการจ้างงาน ถ่ายทอดเทคโนโลยี และกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากได้อย่างทั่วถึง
ยังต้องเฝ้าระวัง 3 ความเสี่ยง :
“โฆษกกระทรวงการคลัง” ยอมรับว่า…ถึงแนวโน้มเศรษฐกิจจะดีขึ้น แต่กระทรวงการคลังยังประเมินว่ามีความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจผลักดันราคาพลังงาน ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ และความเสี่ยงจากภาวะซูเปอร์เอลนีโญที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรและต้นทุนการผลิต
GDP โต…ต้องโตถึงประชาชน :
ในมุมมองของ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เชื่อว่า…การปรับเพิ่มประมาณการ GDP เป็นร้อยละ 2.5 ถือเป็น “สัญญาณเชิงบวก” ที่สะท้อนว่าเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลายด้านเริ่มกลับมาขับเคลื่อนได้พร้อมกัน ทั้งการส่งออก การลงทุน และการใช้จ่ายภายในประเทศ
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของเศรษฐกิจไทยไม่ควรวัดจาก “ตัวเลข GDP” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องวัดจากผลลัพธ์ที่ประชาชนสัมผัสได้จริง ไม่ว่าจะเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้น การจ้างงานที่มั่นคง โอกาสของผู้ประกอบการไทย และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
โดย หากรัฐบาลสามารถเปลี่ยน “ปีแห่งการลงทุน” ให้กลายเป็น “ปีแห่งโอกาสของประชาชน” ได้ การเติบโตทางเศรษฐกิจก็จะมีความหมายมากกว่าตัวเลขในรายงาน และสะท้อนถึงการพัฒนาที่ประชาชนทุกกลุ่มได้รับประโยชน์ร่วมกัน!!!.






