สรรพสามิต อัพ! ‘สุราชุมชน – คราฟเบียร์ไทย’ รับแขกเวทีประชุม IMF – World Bank

กรมสรรพสามิต จัดประกวด “1 ชุมชน 1 สรรพสามิต Champion” ประจำปี 2569 ประกาศมุ่งส่งเสริมการผลิต ตามแนวคิด ESG ภายใต้กลยุทธ์ “EXCISE EXerCISE” พร้อม “ยกระดับ” สุราชุมชนและคราฟท์เบียร์ไทยสู่เวทีโลก รองรับเป็น “เจ้าภาพ” จัดประชุม 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings ปลายปีนี้

ดร. พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 22 – 24 กรกฎาคม 2569 กรมสรรพสามิตได้จัดโครงการ “1 ชุมชน 1 สรรพสามิต Champion” ประจำปี 2569 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบอุตสาหกรรมสุราชุมชนและคราฟท์เบียร์ไทย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และส่งเสริมการผลิตตามแนวคิด ESG (Environment, Social and Governance) อันเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เศรษฐกิจฐานรากและขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน
การประกวดในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้รูปแบบ “Special Season” โดยเพิ่มความเข้มข้นของกระบวนการประเมินผลิตภัณฑ์ นอกเหนือจากการพิจารณาคุณภาพตามหลักเกณฑ์ที่เคยดำเนินการในปีที่ผ่านมา ซึ่งจะมี การประเมินผลิตภัณฑ์แบบไม่เปิดเผยข้อมูลหรือยี่ห้อของผลิตภัณฑ์ (Blind Testing) เพื่อให้การตัดสินมีความเป็นกลาง โปร่งใส และสะท้อนคุณภาพของผลิตภัณฑ์อย่างแท้จริง พร้อมกำหนดให้ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมสุราชุมชนและคราฟท์เบียร์ไทย นำเสนอแนวคิดการจับคู่ผลิตภัณฑ์กับอาหาร (Food Pairing) เพื่อแสดงให้เห็นถึงรสชาติ อัตลักษณ์ ความคิดสร้างสรรค์ และศักยภาพในการนำผลิตภัณฑ์ไปประยุกต์ใช้ในโอกาสต่าง ๆ โดยเฉพาะการนำเสนอผลิตภัณฑ์ไทยแก่ผู้บริโภคและผู้เข้าร่วมงาน

สำหรับการตัดสินในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คณะผู้บริหารกรมสรรพสามิต ร่วมกับ ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ทั้งด้านการพัฒนาเครื่องดื่มและมิกโซโลจี ด้านวิสกี้และประวัติศาสตร์เครื่องดื่ม ด้านการพัฒนาเมนูและธุรกิจเครื่องดื่ม ด้านคุณภาพอาหารและการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่า ด้านการบริการและประสบการณ์ลูกค้า ด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยการ ผสานองค์ความรู้และประสบการณ์ของคณะผู้บริหารกรมสรรพสามิต ตลอดจน ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้าน
ส่งผลให้การประกวดครั้งนี้ เป็น เวทีสำคัญที่ “เปิดโอกาส” ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมได้รับข้อเสนอแนะด้านคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ รสชาติ การสร้างอัตลักษณ์ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ การจับคู่กับอาหาร ตลอดจนแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพื่อนำไปใช้ปรับปรุงกระบวนการผลิต พัฒนาคุณภาพ ยกระดับผลิตภัณฑ์ และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในตลาดภายในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ กรมสรรพสามิตยังส่งเสริมให้อุตสาหกรรมสุราชุมชนและคราฟท์เบียร์ไทยดำเนินงานควบคู่ตามหลัก ESG อย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ในการพัฒนากระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ และใช้พลังงานหมุนเวียน ด้านสังคม (Social) สนับสนุนการจ้างงาน การใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น และการดูแลความปลอดภัยรวมถึงสวัสดิการแรงงานอย่างเหมาะสม และด้านธรรมาภิบาล (Governance) ส่งเสริมการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อม เปิดโอกาสให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบสินค้าและส่งเสริมการชำระภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

สำหรับผลการประกวด “1 ชุมชน 1 สรรพสามิต Champion” ประจำปี 2569 ปรากฏว่า ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศในแต่ละประเภท ได้แก่
1. ประเภทสุรากลั่นชุมชน คือ วิสาหกิจชุมชนสุราสักทองแพร่ จังหวัดแพร่
2. ประเภทสุราแช่ชุมชน คือ บริษัท นพรส จำกัด จังหวัดปทุมธานี
3. ประเภทคราฟท์เบียร์ คือ บริษัท สหประชาชื่น จำกัด กรุงเทพมหานคร
อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวอีกว่า ในโอกาสที่ปี 2569 นี้ ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings) ซึ่งนับเป็น โอกาสสำคัญในการเผยแพร่ศักยภาพของสุราชุมชนและคราฟท์เบียร์ไทยสู่สายตานานาชาติ กรมสรรพสามิตจึงจะได้เสนอชื่อผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในแต่ละประเภทให้แก่หน่วยงานที่รับผิดชอบการจัดประชุม เพื่อพิจารณาคัดเลือกผลิตภัณฑ์สุราชุมชนและคราฟท์เบียร์ดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องดื่มที่ใช้ในการรับรองผู้เข้าร่วมประชุมมากกว่า 4,500 คน จากกว่า 190 ประเทศ อันจะเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์สุราชุมชนและคราฟท์เบียร์ไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ
“โครงการ “1 ชุมชน 1 สรรพสามิต Champion” ประจำปี 2569 เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการยกระดับ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมสุราชุมชนและคราฟท์เบียร์ไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ควบคู่กับการส่งเสริมการผลิตตามแนวคิด ESG ภายใต้กลยุทธ์ “EXCISE EXerCISE” พร้อมสร้าง ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ตลอดจนผลักดันผลิตภัณฑ์สุราชุมชนและคราฟท์เบียร์ไทยให้เป็นที่ยอมรับในเวทีโลก อันจะนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว” อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวทิ้งท้าย.







