คต. เร่งพยุงราคามะพร้าว ดันโรงงานรับซื้อผลผลิตไทยแทนนำเข้า   

กรมการค้าต่างประเทศเดินหน้าแก้ปัญหาราคามะพร้าวผลแก่ตกต่ำ เร่งประสานโรงงานชะลอการนำเข้าและเพิ่มการรับซื้อมะพร้าวจากเกษตรกรไทย พร้อมลงพื้นที่รับฟังปัญหาและผลักดันแนวทางแก้ไขเชิงนโยบาย เพื่อสร้างสมดุลตลาดและยกระดับความยั่งยืนของอุตสาหกรรมมะพร้าวไทย   

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ(คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากรมการค้าต่างประเทศ ได้ติดตามและเข้มงวดการนำเข้ามะพร้าวผลแก่มาโดยตลอด โดยการนำเข้ากรอบ WTO ในโควตา และ AFTA ซึ่งผู้นำเข้าจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีต้องปฏิบัติตามมาตรการที่เข้มงวด อาทิ ผู้มีสิทธินำเข้าต้องเป็นโรงงานที่ใช้มะพร้าวเป็นวัตถุดิบในการผลิต กำหนดช่วงเวลานำเข้า และเฉพาะกรณี AFTA ห้ามนำมะพร้าวนำเข้าไปจำหน่ายจ่ายโอนและห้ามนำไปจ้างกะเทาะนอกโรงงาน เป็นต้น ซึ่งทำให้ปัจจุบันไม่มีผู้นำเข้ามะพร้าวผลแก่โดยใช้สิทธิทั้ง 2 กรอบความตกลงดังกล่าว และการนำเข้าทุกกรอบความตกลงกำหนดให้นำเข้าได้เพียง 2 ด่าน (ด่านสำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพฯ และแหลมฉบัง)

ทั้งนี้ สำหรับกรอบ WTO นอกโควตา ซึ่งผู้นำเข้าใช้สิทธินำเข้าในปัจจุบัน (ภาษีร้อยละ 54) กรมฯ ได้มีการกำหนดมาตรการเพิ่มเติมโดยขอความร่วมมือผู้นำเข้าให้ชะลอการนำเข้าในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดมาก พร้อมทั้งขอให้ช่วยรับซื้อผลผลิตมะพร้าวจากเกษตรกรในประเทศเป็นอันดับแรก และตั้งแต่ 1 มกราคม 2566 เป็นต้นมา ได้ขอความร่วมมือผู้นำเข้าให้ชี้แจงเหตุผลความจำเป็นการนำเข้าให้ กรมฯ ทราบก่อนขอหนังสือรับรองประกอบการนำเข้า

สำหรับปี 2569 ซึ่งมีผลผลิตในประเทศออกสู่ตลาดมากตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวประสบปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำอย่างหนัก กรมฯ ไม่นิ่งนอนใจโดยได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาตามบัญชาของนางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้ติดตามสถานการณ์มะพร้าวผลแก่อย่างใกล้ชิด โดยได้จัดประชุมหารือร่วมกับผู้นำเข้าโดยทันที เพื่อขอให้ผู้นำเข้าชะลอการนำเข้ามะพร้าว และเพิ่มการรับซื้อผลผลิตในประเทศ โดยเฉพาะมะพร้าวผลแก่คงค้างในประเทศกว่า 10 ล้านผล ซึ่งผู้นำเข้าพร้อมให้ความร่วมมือที่จะระบายมะพร้าวคงค้างภายในเดือนกรกฎาคมนี้

ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 – 6 กรกฎาคม 2569 คต. ได้มอบหมายให้รองอธิบดี (นายดวงอาทิตย์ นิธิอุทัย) ลงพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดชุมพร ร่วมกับกรมการค้าภายใน โดยพบหารือกับกลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้รวบรวม และผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อติดตามสถานการณ์และแจ้งความคืบหน้าการดำเนินการของกรมฯ ดังกล่าว จนปัจจุบันผู้นำเข้าได้ชะลอการนำเข้ามะพร้าวผลแก่เกือบทั้งหมดแล้ว ทั้งนี้

กรมฯ จะนำข้อมูลข้อเท็จจริง และข้อเสนอเกษตรกรที่ได้จากการลงพื้นที่ เสนอต่อคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช เพื่อเร่งผลักดันแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนในระดับนโยบายโดยเร่งด่วนต่อไป

นางอารดาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปี 2569 (ม.ค. – พ.ค.) ไทยมีการนำเข้ามะพร้าวผลแก่ 79,126.99 ตัน ลดลงเกือบร้อยละ 60 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีการนำเข้า 188,858.22 ตัน ซึ่งทั้งหมดเป็นการนำเข้าโดยใช้สิทธิชำระภาษีนอกโควตา WTO และมีผู้นำเข้าซึ่งเป็นโรงงานผลิตกะทิสำเร็จรูปส่วนใหญ่ผลิตเพื่อส่งออกเพียง 10 ราย ทั้งนี้ การส่งออกกะทิสำเร็จรูปและกะทิแช่แข็งที่เป็นอีกหนึ่งสินค้าส่งออกสำคัญของไทย ปี 2569 (ม.ค. – พ.ค.) มีมูลค่าการส่งออกกว่า 6,134.08 ล้านบาท

นางอารดาฯ กล่าวย้ำว่า กรมการค้าต่างประเทศมุ่งบริหารจัดการการนำเข้าสินค้ามะพร้าวให้สอดคล้องกับสถานการณ์โดยเป็นไปตามมติคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช ควบคู่กับการรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน โดยจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้การบริหารจัดการการนำเข้าและผลผลิตมะพร้าวในประเทศเกิดความสมดุล สอดคล้องกับสถานการณ์ และเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร ผู้ประกอบการ และอุตสาหกรรมมะพร้าวไทยอย่างยั่งยืน.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password