DITP ชี้ช่องส่งออกสินค้าความงามธรรมชาติ เจาะตลาดเม็กซิโก

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เผยตลาด Wellness Beauty ในเม็กซิโกเติบโตต่อเนื่องจากกระแสใส่ใจสุขภาพและส่วนผสมจากธรรมชาติ ชี้เป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการส่งออกผลิตภัณฑ์ความงามจากสมุนไพรและวัตถุดิบธรรมชาติ พร้อมแนะใช้ช่องทางออนไลน์เจาะกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ Gen Z และ Gen Alpha

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆ ทำการสำรวจลู่ทางการค้าและโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ ตามนโยบายนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ล่าสุดได้รับรายงานจากนางสาวกรรณิกา กะการดี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ กรุงเม็กซิโก ถึงการสำรวจเทรนด์ Wellness Beauty ที่กำลังมาแรงในเม็กซิโก และโอกาสของ SME ไทย ที่จะใช้โอกาสนี้ในการขยายตลาดสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดเม็กซิโก

ทั้งนี้ ทูตพาณิชย์ได้รายงานข้อมูลว่า ปัจจุบันผลิตภัณฑ์บำรุงผิว กำลังเปลี่ยนสถานะจากสินค้าความงามไปสู่สินค้าเพื่อสุขภาพในสายตาผู้บริโภคเม็กซิกัน ซึ่งให้ความสำคัญกับส่วนผสมจากธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สุขภาพผิวในระยะยาว ส่งผลให้ตลาดกลุ่มนี้เติบโตต่อเนื่องจากกระแส Self-Care และ Wellness ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

โดยมีข้อมูลจากสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง (CANIPEC) พบว่า ตลาดสกินแคร์ของเม็กซิโกในปี 2025 มีมูลค่าประมาณ 2.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยกลุ่มที่มีอัตราการขยายตัวสูง ได้แก่ ผลิตภัณฑ์กันแดด ร้อยละ 13.10 น้ำหอม ร้อยละ 11.90 และผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ร้อยละ 9.30 โดยชาวเม็กซิกันมีค่าใช้จ่ายสำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและผิวพรรณเฉลี่ยเดือนละ 2,997 เปโซ หรือประมาณ 6,000 บาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มสำคัญที่สินค้ากลุ่มนี้ได้เปลี่ยนผ่านจากสินค้าฟุ่มเฟือยมาเป็นสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคยุคปัจจุบันอย่างเต็มตัว

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ หรือการดูแลผิวพรรณในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้การใช้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มผู้หญิงเหมือนในอดีต แต่เริ่มขยายไปสู่ผู้บริโภคทุกเพศและทุกช่วงวัยมากขึ้น ขณะเดียวกัน สื่อสังคมออนไลน์และคอนเทนต์ด้านความงามยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างความรู้เกี่ยวกับการดูแลผิวและกระตุ้นการทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ทำให้ผู้บริโภคมีความรู้เกี่ยวกับส่วนผสม ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ และการเลือกสินค้าที่เหมาะกับสภาพผิวของตนเองมากขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดไม่ได้อยู่ที่ชื่อเสียงของแบรนด์เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงคุณภาพสินค้า ความน่าเชื่อถือของส่วนผสม และผลลัพธ์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลได้จริง

ขณะเดียวกัน ยังมีความนิยมผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์ที่เน้นความปลอดภัยต่อผิว รวมถึงสินค้าที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการดูแลผิวเชิงป้องกันมากกว่าการแก้ปัญหาในภายหลัง ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มมองหาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด มลภาวะ และความเครียดจากการใช้ชีวิตในเมือง ส่งผลให้ผู้ผลิตหลายรายหันมาใช้วัตถุดิบจากพืชและสารสกัดธรรมชาติมากขึ้น โดยเฉพาะว่านหางจระเข้ กระบองเพชร และพืชท้องถิ่นของเม็กซิโก ซึ่งกำลังถูกนำมาพัฒนาเป็นส่วนผสมสำคัญในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวรุ่นใหม่ สะท้อนให้เห็นว่าตลาดสกินแคร์ของเม็กซิโกกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านภาพลักษณ์ความงาม ไปสู่การแข่งขันด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพของส่วนผสมมากขึ้น

นางสาวสุนันทากล่าวว่า จากแนวโน้มการเติบโตของตลาดสกินแคร์ในเม็กซิโก ถือเป็นโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยในกลุ่มเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม เนื่องจากผู้บริโภคเม็กซิกันให้ความสำคัญกับคุณภาพ ส่วนผสม และประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์มากขึ้น ทำให้สินค้าไทยซึ่งใช้วัตถุดิบธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการบำรุงผิวพรรณ อาทิ ข้าว น้ำมันมะพร้าว ขมิ้น มะขาม ใบบัวบก สารสกัดจากผลไม้และสมุนไพรไทย มีโอกาสเติบโตในตลาดได้เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กระแส Clean Beauty, Natural Beauty และ Wellness ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในเม็กซิโก

นอกจากนี้ การเติบโตของอีคอมเมิร์ซและโซเชียลมีเดียในเม็กซิโกโดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น Gen Z และ Gen Alpha ถือเป็นโอกาสของ SME ไทยในการสร้างการรับรู้และเจาะตลาดนี้ โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติของไทยที่มีชื่อเสียงด้านประสิทธิภาพ ควบคู่กับมาตรฐานการผลิตระดับสากล ซึ่งตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างตรงจุด และช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โทร. 1169 หรือเว็บไซต์ www.ditp.go.th และติดตามโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศผ่านแพลตฟอร์ม THAITRADE.COM คิดจะส่งออก นึกถึง DITP.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password