ธนารักษ์พลิกเกมทรัพย์สินรัฐ

(เปิดประมูลที่ดินศักยภาพสูง ใช้ AI บริหารสินทรัพย์ ตั้งเป้ารายได้ทะลุ 1.4 หมื่นล้านบาท)


กรมธนารักษ์เดินหน้าปรับบทบาทครั้งใหญ่ จากหน่วยงานบริหารที่ราชพัสดุสู่ “ผู้บริหารทรัพย์สินของแผ่นดิน” เตรียมเปิดประมูลที่ดินศักยภาพสูงหลายแปลง พร้อมนำเทคโนโลยี AI และระบบดิจิทัลยกระดับการประเมินราคาและบริหารสินทรัพย์ ตั้งเป้าจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2569 ไม่ต่ำกว่า 14,000 ล้านบาท ควบคู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและประโยชน์สาธารณะอย่างยั่งยืน

ปรับบทบาทสู่ผู้บริหารทรัพย์สินของแผ่นดิน :

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ภาพจำของกรมธนารักษ์ มักถูกมองว่าเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดูแลที่ราชพัสดุ จัดเก็บค่าเช่า และบริหารเงินตราของประเทศ

แต่วันนี้…บทบาทดังกล่าวกำลังเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ! ภายใต้วิสัยทัศน์ “การเพิ่มมูลค่าและคุณค่าทรัพย์สินของแผ่นดิน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม เดินหน้าประเทศไทยสู่ความยั่งยืน” ซึ่งถูกถ่ายทอดผ่านนโยบาย “สานงานต่อ ก่องานใหญ่ สร้างสุขในองค์กร” ของ นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์

นายอัครุตม์ ระบุว่า เป้าหมายสำคัญขององค์กรในระยะต่อไป คือการยกระดับการบริหารทรัพย์สินของรัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม โดยไม่ใช่เพียงการจัดเก็บรายได้ แต่ต้องสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพย์สินของแผ่นดินให้เกิดการลงทุน การจ้างงาน และการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม

เดินหน้าเปิดประมูลที่ดินศักยภาพสูง :

หนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญ นั่นก็คือ…การนำที่ราชพัสดุซึ่งมีศักยภาพสูงออกพัฒนาในรูปแบบการให้เอกชนเช่าระยะยาว เพื่อสร้างรายได้กลับคืนสู่รัฐและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ที่ดิน

แปลงสำคัญที่อยู่ระหว่างการเตรียมเปิดประมูล ได้แก่ พื้นที่โรงพยาบาลยาสูบเดิม บนทำเลศักยภาพสูงย่านสาทร เนื้อที่กว่า 5 ไร่ มูลค่าที่ดินประมาณ 1,200-1,300 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่าง…การศึกษาความเหมาะสมและเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน (Market Sounding) ก่อนเปิดประมูลสิทธิการเช่าระยะเวลา 30 ปีภายในปีนี้ ตามด้วย ที่ดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณใกล้ร้านอาหารกินลมชมสะพาน และ ทรัพย์สินศักยภาพอีกหลายแห่งที่อยู่ในแผนการพัฒนา

นอกจากนี้ กรมธนารักษ์ยังมีแผนผลักดันการบริหารทรัพย์สินขนาดใหญ่ เช่น ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเชียงใหม่ ภายหลังการปรับปรุงแล้วเสร็จ รวมถึงการนำทรัพย์สินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์เต็มศักยภาพกลับมาพัฒนาในรูปแบบที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มรายได้และลดภาระของภาครัฐ

AI เปลี่ยนเกมบริหารสินทรัพย์ :

อีกก้าวสำคัญ ก็คือ…การนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาปรับเปลี่ยนระบบบริหารที่ราชพัสดุ โดย กรมธนารักษ์ได้เปิดใช้งานระบบ Digital Value ซึ่งช่วยให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลราคาประเมินที่ดินผ่านระบบออนไลน์ได้สะดวกมากขึ้น

จากเดิมที่ต้องใช้เลขโฉนดและเดินทางไปติดต่อหน่วยงานราชการ

ข้อมูลจาก กรมธนารักษ์ ระบุว่า…หลังเปิดใช้งานระบบเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีประชาชนเข้าใช้งานแล้วกว่าครึ่งล้านราย สะท้อนความต้องการใช้บริการดิจิทัลด้านข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน กรมยังอยู่ระหว่างพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อช่วยประเมินราคาที่ดินในอนาคต โดยนำข้อมูลด้านเศรษฐกิจ ราคาซื้อขายจริง ดัชนีเศรษฐกิจ และฐานข้อมูลการประเมินย้อนหลังมาสร้างแบบจำลอง เพื่อให้การประเมินราคาสะท้อนสภาพตลาดได้แม่นยำ โปร่งใส และทันต่อการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น

ปรับราคาประเมิน สะท้อนเศรษฐกิจ :

สำหรับ รอบการประเมินราคาที่ดินใหม่ ซึ่งจะมีผลใช้ในช่วงปี 2570-2573 นั้น กรมธนารักษ์ ยืนยันว่า…จะคำนึงถึงภาวะเศรษฐกิจควบคู่กับราคาตลาด เพื่อไม่ให้การปรับราคากระทบต่อภาคธุรกิจและประชาชนมากเกินไป แม้แนวโน้มราคาประเมินจะปรับเพิ่มขึ้น แต่จะพยายามรักษาสมดุลระหว่างการสะท้อนมูลค่าทรัพย์สินที่แท้จริงกับความสามารถในการรองรับของเศรษฐกิจในภาพรวม

แนวทางดังกล่าวยังสะท้อนการปรับบทบาทของกรมธนารักษ์ จากเดิมที่เน้นการกำหนดราคาประเมินตามรอบเวลา มาเป็นการพัฒนาระบบที่สามารถปรับตัวได้ยืดหยุ่นมากขึ้น หากภาวะเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงในอนาคต

เป้าหมายไม่ใช่แค่รายได้รัฐ :

แม้กรมธนารักษ์จะตั้งเป้าจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2569 ไว้ไม่ต่ำกว่า 14,000 ล้านบาท กระนั้น อธิบดีฯอัครุตม์ ยังคงย้ำว่า…ตัวเลขรายได้ไม่ใช่เป้าหมายเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องการให้ทรัพย์สินของรัฐสามารถสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจในวงกว้าง ทั้งการดึงดูดการลงทุน การสร้างงาน การพัฒนาเมือง และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่กันไป

แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางการบริหารทรัพย์สินของภาครัฐในหลายประเทศ ที่มุ่งเปลี่ยนจากการถือครองทรัพย์สินเพื่อรอการใช้ประโยชน์ ไปสู่การบริหารเชิงรุก โดยใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และความร่วมมือกับภาคเอกชนเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินของรัฐอย่างยั่งยืน

ก้าวสู่ยุคใหม่ของกรมธนารักษ์ :

จากภาพรวมของแผนงานทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่า…กรมธนารักษ์กำลังเปลี่ยนผ่านจากหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดูแลและจัดเก็บรายได้จากที่ราชพัสดุ ไปสู่การเป็น “ผู้บริหารทรัพย์สินของแผ่นดิน” อย่างเต็มรูปแบบ

ผ่านการ “เปิดโอกาส” ให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมพัฒนาโครงการบนที่ดินศักยภาพสูง การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ในการบริหารข้อมูล และการสร้างสมดุลระหว่างการเพิ่มรายได้ของรัฐกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว ซึ่งนับเป็น…อีกหนึ่งก้าวสำคัญของการปฏิรูประบบบริหารทรัพย์สินภาครัฐของประเทศไทยในยุคดิจิทัล!!!.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password