• พุธ 12 สิงหาคม 2569 เวลา 20:07 น.

กมธ.การเงินฯ ลุยสอบเส้นเงิน Forex

BREAKING NEWS HEADLINE NEWS POLITICAL

(ขีดเส้น 2 สัปดาห์สรุปผลสอบ เร่งช่วยผู้เสียหาย จี้ดันสินเชื่อพยุงเอสเอ็มอี สกัดต่างด้าว ‘ฮุบ!’ กิจการไทย)

ประธาน กมธ.การเงินฯ ฝั่ง สส. เดินหน้าตรวจสอบเส้นทางการเงินและธุรกรรม Forex หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหาย พร้อมกำหนดกรอบสรุปผลภายใน 2 สัปดาห์ ควบคู่เร่งผลักดันมาตรการสินเชื่อช่วยผู้ประกอบการรายย่อยฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ ป้องกันธุรกิจไทยถูกต่างชาติเทกโอเวอร์

เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน นายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก พรรคภูมิใจไทย ในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงิน และตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมาธิการ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม ผ่านการเสนอของ นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะ ประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ เพื่อขอให้ตรวจสอบตลาดซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex) และเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้อง หลังพบประชาชนจำนวนมากตกเป็นเหยื่อโบรกเกอร์ผิดกฎหมาย ขณะที่ยังไม่มีมาตรการทางกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน

นายจุติ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการจะพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน ทั้งกรณีการฉ้อโกงประชาชนในและนอกตลาดทุน ปัญหาผู้ถือหุ้นรายย่อยไม่ได้รับความเป็นธรรม รวมถึงผู้ถือหุ้นกู้ที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา พร้อมกำหนดกรอบเวลาสรุปผลการศึกษาภายใน 2 สัปดาห์ ก่อนนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมาธิการ

เรายึดหลักว่าการแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนต้องมาก่อน” นายจุติ กล่าว

ปธ.กมธ.การเงินฯ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้หารือกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐในสังกัดกระทรวงการคลัง เพื่อหาแนวทางสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะ ร้านอาหาร โรงแรม และธุรกิจที่มีบทบาทต่อการจ้างงาน ซึ่งกำลังประสบปัญหาสภาพคล่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

พร้อมเสนอให้ธนาคารของรัฐทำหน้าที่มากกว่าการปล่อยสินเชื่อ แต่ควรเป็น “พี่เลี้ยง” ให้คำปรึกษาทั้งด้านการเงิน การบริหาร และการตลาด เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถประคองกิจการต่อไปได้ และลดความเสี่ยงที่ธุรกิจไทยจะถูกนักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อกิจการ

นายจุติ กล่าวทิ้งท้ายว่า…สิ่งที่คณะกรรมาธิการให้ความสำคัญคือ การทำให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่าย สะดวก และรวดเร็วมากขึ้น หากผู้ประกอบการหรือประชาชนประสบปัญหา สามารถร้องเรียนมายังคณะกรรมาธิการได้โดยตรง เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและหาแนวทางช่วยเหลือเชิงรุก

ทั้งนี้ เพื่อรักษาการจ้างงาน ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง กำลังซื้อภายในประเทศที่ชะลอตัว และภาคการท่องเที่ยวที่ยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มศักยภาพ.