กรมศุลฯห่วงปมยานรก! ‘อัพ’ ป้องกันสุดเข้ม รวบ ‘หนุ่มตุรกี’ ขนโคคาอีน 12 กก.

กรมศุลกากรขานรับนโยบายรัฐบาล “ยกระดับ” มาตรการเฝ้าระวัง เพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบ ป้องกัน/ปราบปรามยาเสพติดสุดเข้มข้นในทุกช่องทางนำเข้าและส่งออก พร้อมนำเทคโนโลยีเครื่องสแกน และ K-9 ร่วมคัดกรองและตรวจพัสดุ ล่าสุด! จับ “ชายตุรกี” บินมาจากบราซิล คา สนบ.สุวรรณภูมิ เผย! พบลักลอบนำเข้าโคคาอีนกว่า 12 กก. มูลค่า 36 ล้านบาท ซุกในถุงกาแฟและโกแลต “อธิบดีฯพันธ์มอง” ห่วงสุขภาพคนไทย เตือน! ควรหลีกเลี่ยง “ภัยใหม่” หากพบแจ้งเอาผิดทันที!
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ภายใต้นโยบายเร่งด่วนของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ที่ได้กำหนดให้การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระสำคัญของประเทศ โดยมอบหมายให้ กรมศุลกากรบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ในการยกระดับการสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง ชายแดน และด่านศุลกากร เพื่อปกป้องประชาชนและสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา กรมศุลกากร โดยกองสืบสวนและปราบปรามร่วมกับชุดปฏิบัติการสกัดกั้นยาเสพติดผ่านท่าอากาศยาน (Airport Interdiction Task Force : AITF) ได้ตรวจค้นสัมภาระของ ผู้โดยสารชายสัญชาติตุรกี ซึ่งเดินทางจาก ท่าอากาศยานนานาชาติเซาเปาโล-กัวรูลฮอส สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล ผลการตรวจค้นพบโคคาอีน ซุกซ่อนอยู่ภายในถุงกาแฟและบรรจุภัณฑ์ช็อกโกแลต น้ำหนักรวมประมาณ 12 กิโลกรัม มูลค่าราว 36 ล้านบาท ซึ่ง โคคาอีนจัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 ที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อร่างกายและระบบประสาท การเสพอาจก่อให้เกิดการเสพติดอย่างรวดเร็ว เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ภาวะหลอดเลือดสมอง ความผิดปกติทางจิต และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
ดังนั้น การลักลอบนำเข้าหรือส่งออกยาเสพติดดังกล่าวเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการกระจายในกลุ่มประชาชน ถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และ ประมวลกฎหมายยาเสพติด ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 15 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,500,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ ตรวจยึดของกลางและควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลสู่เครือข่ายผู้ร่วมกระทำผิดต่อไป

อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2568 – 25 มิ.ย. 2569 กรมศุลกากรได้ตรวจยึดและจับกุมคดียาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทรวม 214 คดี ผู้ต้องหา 53 ราย คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 692 ล้านบาท โดยสามารถตรวจยึด เมทแอมเฟตามีน (Methamphetamine) หรือ ยาไอซ์ ได้เป็นอันดับหนึ่ง ทั้งในด้านคดี ปริมาณ และมูลค่า โดย ช่องทางที่ตรวจพบการกระทำความผิดมากที่สุด คือการขนส่งทางพัสดุไปรษณีย์และพัสดุเร่งด่วน โดยคิดเป็นร้อยละมากถึง 76.6 ของคดีทั้งหมด
นอกจากนี้ ยังพบแนวโน้มการลักลอบนำเข้าวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทชนิดใหม่ เช่น ZOPICLONE (ยานอนหลับ) และ เอโทมิเดต เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพและส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยนับเป็นภัยอันตรายในรูปแบบใหม่ที่ต้องให้ความสำคัญและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น กรมศุลกากรจึงได้ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ ด้วยการนำเทคโนโลยีเครื่องสแกน และสุนัขตรวจค้น (K-9) มาใช้ประกอบการคัดกรองและตรวจพัสดุอย่างเข้มงวดมากขึ้น มุ่งเน้นการบูรณาการข่าวกรอง เทคโนโลยีและความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ และบูรณาการสอบสวนขยายผลการจับกุม ในทุก ๆ กรณี เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้เข้าสู่ประเทศ ตัดวงจรเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
“ขอเน้นย้ำประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาททุกประเภท และสามารถร่วมกันแจ้งเบาะแส เมื่อพบเห็นการกระทำความผิด เพื่อร่วมกันปกป้องสังคมไทยจากภัยยาเสพติดอย่างยั่งยืน” อธิบดีฯพันธ์ทอง กล่าว.







