DITP ชี้เทรนด์เม็กซิโก ดันอาหารไทยโต

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เผยผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคเม็กซิโกปี 2569 ที่หันนิยมอาหารเพื่อสุขภาพ พร้อมรับประทาน และอาหารจากพืชมากขึ้น ชี้เป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการไทยในการส่งออกอาหารแปรรูป อาหารพร้อมทาน และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ พร้อมแนะปรับสูตรและชูจุดขายด้านสุขภาพควบคู่ความยั่งยืน

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆ ทำการสำรวจลู่ทางการค้า และโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ ตามนโยบายนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ล่าสุดได้รับรายงานจากนางสาวกรรณิกา กะการดี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเม็กซิโก ประเทศเม็กซิโก ถึงผลการสำรวจเทรนด์อาหารเม็กซิโก ปี 2569 ที่เน้นสุขภาพ พร้อมทาน ประหยัดเวลา และโอกาสในการขยายตลาดส่งออกสินค้าอาหารของไทยไปยังเม็กซิโก โดยทูตพาณิชย์ได้รายงานข้อมูลประกอบว่า ปัจจุบันเม็กซิโกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารและพฤติกรรมผู้บริโภค โดยตลาดอาหารของประเทศเริ่มขยับจากการแข่งขันด้านราคาไปสู่การแข่งขันด้าน “สุขภาพ คุณภาพ และความสะดวก” มากขึ้น สะท้อนจากการเติบโตของสินค้าในกลุ่มอาหารพร้อมรับประทาน (Ready-to-Eat) ผักผลไม้พร้อมบริโภค และอาหารจากพืช (Plant-Based) ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2569

ทั้งนี้ เทรนด์ดังกล่าว เป็นที่นิยมโดยเฉพาะในเขตเมืองขนาดใหญ่ เช่น กรุงเม็กซิโก มอนเตร์เรย์ และกวาดาลาฮารา ที่มีประชากรวัยทำงานจำนวนมากและมีวิถีชีวิตเร่งรีบ ส่งผลให้ผู้บริโภคมองหาอาหารที่สามารถรับประทานได้สะดวก แต่ยังคงตอบโจทย์คุณค่าทางโภชนาการไปพร้อมกัน เช่น สลัดพร้อมทานผักผลไม้ตัดแต่งพร้อมทาน อาหารแช่แข็งเพื่อสุขภาพ และอาหารที่ใช้วัตถุดิบธรรมชาติ ในขณะเดียวกัน ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าปลีกในเม็กซิโกเริ่มเพิ่มพื้นที่จำหน่ายสินค้าในกลุ่มดังกล่าวมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและการใช้ชีวิตที่รวดเร็วมากขึ้น

อีกหนึ่งแนวโน้มสำคัญ คือ การขยายตัวของสินค้า Plant-Based และการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคจากการรับประทานเนื้อสัตว์เป็นหลัก ไปสู่รูปแบบ Flexitarian หรือ การลดปริมาณการบริโภคเนื้อสัตว์ลงและเพิ่มสัดส่วนอาหารจากพืชมากขึ้น โดยสมาคมวีแกน (Asociación de Emprendedores Veganos de México) มองว่าคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ การควบคุมน้ำหนัก และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทำให้ผู้ผลิตอาหารและร้านค้าจำนวนมาก เริ่มพัฒนาสินค้า Plant-Based ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งอาหารพร้อมทาน เครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว และผลิตภัณฑ์ทดแทนเนื้อสัตว์ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังเริ่มให้ความสำคัญกับรายละเอียดของสินค้าเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นส่วนผสม แหล่งที่มาของวัตถุดิบ วิธีการผลิต และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ผู้ผลิตหลายรายต้องเร่งปรับสูตรสินค้า ลดการใช้วัตถุกันเสีย ใช้วัตถุดิบธรรมชาติ และพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ในระยะยาว

นางสาวสุนันทากล่าวว่า “เทรนด์ดังกล่าว ทำให้การแข่งขันในตลาดอาหารสุขภาพไม่ได้อยู่เพียงเรื่องรสชาติ แต่รวมถึงเรื่องภาพลักษณ์ ความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และแนวคิดด้านความยั่งยืนควบคู่กันไป ส่งผลให้ผู้ผลิตอาหารทั้งในประเทศและต่างประเทศต้องเร่งพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่มากขึ้น เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดเม็กซิโกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยในส่วนของผู้ประกอบการไทย มีโอกาสในการส่งออกอาหารแปรรูป อาหารพร้อมรับประทาน อาหารแช่แข็ง เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ผลไม้แปรรูป และสินค้าอาหารจากพืช เนื่องจากอาหารไทยมีจุดแข็งด้านวัตถุดิบธรรมชาติ สมุนไพร และรสชาติที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคเม็กซิกันที่เริ่มมองหาอาหารที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ”

นอกจากนี้ ตลาดเม็กซิโกยังมีแนวโน้มเปิดรับอาหารเอเชียเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทำให้สินค้าไทยสามารถต่อยอดเข้าสู่ตลาดอาหารพร้อมทานระดับพรีเมียมได้ เช่น อาหารไทยพร้อมอุ่นรับประทาน ซุปและแกงสำเร็จรูป อาหารแช่แข็งเพื่อสุขภาพ หรือสินค้า Plant-Based ที่ใช้วัตถุดิบจากมะพร้าว ข้าว หรือผลไม้อบแห้งจากไทย อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยสามารถพิจารณาปรับสูตรสินค้าให้เหมาะกับรสนิยมผู้บริโภคเม็กซิโก รวมถึงให้ความสำคัญกับการสื่อสารจุดขายด้านสุขภาพและความยั่งยืนมากขึ้น เช่น ใช้วัตถุดิบธรรมชาติ ลดน้ำตาลและโซเดียม ใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และออกแบบฉลากสินค้าให้เข้าใจง่าย เนื่องจากผู้บริโภคเม็กซิโกเริ่มให้ความสำคัญกับรายละเอียดของสินค้าและภาพลักษณ์ของแบรนด์มากขึ้นอย่างชัดเจนในปัจจุบัน

สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โทร. 1169 หรือเว็บไซต์ www.ditp.go.th และติดตามโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศผ่านแพลตฟอร์ม THAITRADE.COM คิดจะส่งออก นึกถึง DITP.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password