สสว. ยกระดับทักษะ SME สู่ธุรกิจสีเขียว ส่งเสริมเชิงลึก ลดต้นทุน หนุนนวัตกรรม

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้จัดกิจกรรมอบรมเชิงสัมมนาธุรกิจสีเขียว (Green Business) ภายใต้ “โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ SME ตามแนวทางธุรกิจสีเขียว (Green Business) ประจำปีงบประมาณ 2569” ครบถ้วนทั้ง 7 รุ่นทั่วประเทศ ซึ่งได้รับความสนใจอย่างท่วมท้นจากผู้ประกอบการภาคการผลิตและภาคบริการ เข้าร่วมรับการพัฒนาทักษะและความรู้รวมทั้งสิ้น 246 ราย เกินกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 225 ราย สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและการปรับตัวครั้งสำคัญของภาควิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSME) ไทย ในการเผชิญหน้ากับกติกาการค้าโลกใหม่ในยุคปัจจุบัน

ปัจจุบัน บริบทการดำเนินธุรกิจทั่วโลกกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงจนเข้าสู่ภาวะโลกเดือด ส่งผลให้หลายภูมิภาคบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายที่เข้มงวดขึ้น อาทิ สหภาพยุโรปได้กำหนดมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) ควบคู่กับการประกาศใช้ข้อบังคับต่อต้านการฟอกเขียว (EU Greenwashing Directive) ที่ห้ามใช้คำกล่าวอ้างกำกวม เช่น คำว่า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-friendly) โดยไม่มีหลักฐานพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์รองรับ ซึ่งมีบทลงโทษปรับขั้นต่ำถึงร้อยละ 4 ของรายได้ต่อปี ขณะเดียวกัน ในภาคการท่องเที่ยวและการบริการ กลุ่มประเทศตะวันออกกลางก็ได้ริเริ่มข้อตกลงร่วม Unified Eco-Pact เพื่อแสดงคะแนน “Eco-Pact Scores” บนแพลตฟอร์มจองโรงแรมออนไลน์อย่างโปร่งใส แรงกดดันเหล่านี้ประกอบกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ยินดีจ่ายราคาส่วนเพิ่ม (Sustainability Premium) สูงขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 9.7 เพื่อสนับสนุนสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้การปรับเปลี่ยนกระบวนการทำธุรกิจไปสู่ธุรกิจสีเขียว ไม่ใช่ทางเลือกเพื่อการกุศลอีกต่อไป แต่กลายเป็นกลยุทธ์หลักเพื่อความอยู่รอดและการสร้างแต้มต่อทางการค้าในเวทีระดับสากล
ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า “ภารกิจสำคัญของ สสว. คือการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ MSME ไทย ให้สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดด้านเงินลงทุนและองค์ความรู้ เพื่อให้พร้อมรับมือกับกฎระเบียบการค้าโลกและร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยที่กำลังจะมาถึง สสว. จึงได้ริเริ่มโครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ SME ตามแนวทางธุรกิจสีเขียว เพื่อเร่งบ่มเพาะและเสริมสมรรถนะให้ผู้ประกอบการยกระดับสู่กระบวนการผลิตสีเขียวอย่างแท้จริง ผ่านระบบการประเมินศักยภาพ Green SME Index การเข้าร่วมอบรมและได้รับคำปรึกษาเชิงลึกในครั้งนี้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถถอดบทเรียนเพื่อปรับมุมมองใหม่ว่า ‘Green = Lean’ หรือการรักษ์โลกคือการลดต้นทุน โดยเริ่มต้นจากแผนปฏิบัติการที่ทำได้ทันที (Quick Wins) อุดรอยรั่วไหลทางการเงินและความสิ้นเปลืองในกระบวนการผลิตเพื่อสร้างเป็นผลกำไรทางบัญชี ซึ่งความสำเร็จในการจัดอบรมผู้ประกอบการได้ครบถ้วนเกินเป้าหมายในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวแรกที่แข็งแกร่งในการสร้างระบบนิเวศธุรกิจสีเขียวที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของประเทศได้อย่างยั่งยืน”
สำหรับรายละเอียดกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการระยะเวลา 2 วัน ทั้ง 7 รุ่นที่ผ่านมานั้น ผู้เข้าร่วมอบรมได้รับการพัฒนาองค์ความรู้ที่เข้มข้นและครบครัน โดยมุ่งเน้นนวัตกรรมที่ไม่ใช่เพียงแค่วัสดุแต่คือการเปลี่ยนพฤติกรรม (Behavior Innovation) ตามหลักส่วนผสมการตลาดสีเขียว (Green Marketing Mix: 4Ps) นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังได้ฝึกฝนเครื่องมือประเมินกระบวนการธุรกิจของตนเองผ่านระบบ Green SME Index ครบทั้ง 4 มิติ ได้แก่ การจัดการความยั่งยืน ห่วงโซ่คุณค่า ระบบบริหารจัดการ และนวัตกรรม รวมถึงเรียนรู้เกณฑ์มาตรฐานสิ่งแวดล้อมสากลและการจัดทำรายงานเพื่อเตรียมขอรับรองมาตรฐานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) และคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ตลอดจนหลักเกณฑ์มาตรฐาน Green Hotel, Green Hotel Plus และ Green Production จากกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ซึ่งช่วยอุดรอยรั่วจากความสูญเสียในกระบวนการผลิต (Waste Audit)
ในก้าวต่อไปของโครงการ สสว. จะดำเนินกิจกรรมส่งเสริมเชิงลึกอย่างต่อเนื่อง โดยทำการคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีความพร้อมจำนวน 225 ราย จากผู้ผ่านการอบรม เพื่อเข้ารับการให้คำปรึกษาเชิงลึก และ คัดเลือกจำนวนไม่น้อยกว่า 40 ราย เพื่อสนับสนุนการทวนสอบข้อมูล ขอรับรองมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสากลข้างต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ยิ่งไปกว่านั้น ยังพร้อมมอบโอกาสการต่อยอดและเชื่อมโยงคู่ค้าในรูปแบบ Business Matching ร่วมกับหน่วยงานตรวจรับรองและสถาบันการเงินเพื่อเข้าถึงแหล่งทุนสีเขียว รวมถึงการสนับสนุนฟรีค่าบูธแสดงสินค้าเพื่อขยายช่องทางการตลาดในงาน Grand HALAL Bangkok 2026 ช่วงเดือนกรกฎาคม และงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 79 ช่วงเดือนสิงหาคม 2569 นี้ เพื่อสร้างโอกาสเติบโตทางธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อโลกในระยะยาวสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) สืบไป.






