Beyond Housing Bank

(โจทย์ใหญ่ ธอส. ยุคใหม่! เดินหน้าสินเชื่อบ้าน คุมหนี้เสีย พยุงเศรษฐกิจอสังหาฯอย่างสมดุล)

โจทย์ใหญ่ของ ธอส. ในยุค Beyond Housing Bank ไม่ใช่เพียงการปล่อยกู้ให้คนไทยมีบ้าน แต่ต้องรักษาบ้านของลูกค้า คุมหนี้เสียให้อยู่ในระดับบริหารจัดการได้ พ่วงเป็นฟันเฟืองสำคัญ…พยุงภาคอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจของประเทศไปพร้อมกัน ประกาศมุ่งบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ รักษาเสถียรภาพทางการเงินขององค์กรในระยะยาว

ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังเผชิญความไม่แน่นอน! จาก…ปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทยที่เชื่อมโยงกับการจ้างงาน การลงทุน และคุณภาพชีวิตของประชาชนจำนวนมาก

ในฐานะ…สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จึงไม่ได้มีบทบาทเพียงเป็นผู้ปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่กำลังปรับตัวสู่บทบาทใหม่ภายใต้แนวคิด Beyond Housing Bank” หรือการเป็น…ธนาคารที่ก้าวข้ามกรอบการปล่อยกู้บ้าน ไปสู่การเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างรอบด้าน

ภายใต้การบริหารของ ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการ ธอส. ภาพของธนาคารในอนาคตจึงไม่ใช่เพียงสถาบันการเงินที่ช่วยให้คนไทยมีบ้าน แต่ต้องเป็นองค์กรที่ช่วยให้ประชาชน “รักษาบ้าน” ที่มีอยู่ได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการประคับประคองภาคอสังหาริมทรัพย์ให้เดินหน้าต่อไปได้ในช่วงเวลาที่ท้าทาย

บ้านหลังแรกยังเป็นภารกิจหลัก :

แม้บริบทเศรษฐกิจจะเปลี่ยนไป? แต่พันธกิจสำคัญของ ธอส. ยังคงเป็นการ…สนับสนุนให้คนไทยเข้าถึงที่อยู่อาศัยในราคาที่เหมาะสม โดยเฉพาะ กลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง ซึ่งยังคงเป็น ฐานลูกค้าหลักของธนาคาร

ที่ผ่านมา ธอส. มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้คนไทยจำนวนมากสามารถเป็นเจ้าของบ้านได้ ผ่านผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ตอบโจทย์แต่ละกลุ่มเป้าหมาย พร้อมมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม การขยายโอกาสให้ประชาชนมีบ้านในปัจจุบัน จำเป็นต้องดำเนินควบคู่ไปกับการรักษาคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ เพื่อไม่ให้ปัญหาหนี้เสียหรือ NPL กลายเป็นภาระต่อทั้งลูกค้าและองค์กรในอนาคต

เป้าหมายไม่ใช่แค่ปล่อยกู้ แต่ต้องปล่อยกู้อย่างยั่งยืน :

ปี 2569 ธอส. ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ไว้ที่ 246,795 ล้านบาท โดย ณ วันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา สามารถปล่อยสินเชื่อได้แล้วกว่า 95,000 ล้านบาท และช่วยให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองเพิ่มขึ้นกว่า 100,000 บัญชี

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า…ความต้องการมีบ้านของประชาชนยังคงมีอยู่ แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัวหรือเผชิญปัจจัยลบจากภายนอกประเทศก็ตาม อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญไม่ได้อยู่ที่การปล่อยสินเชื่อให้ได้ตามเป้าเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การรักษาสมดุลระหว่างการขยายสินเชื่อกับคุณภาพหนี้ในระบบ

เพราะหากปล่อยสินเชื่อโดยไม่คำนึงถึงความสามารถในการชำระหนี้ ย่อมเสี่ยงต่อการเพิ่มขึ้นของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ซึ่งอาจกลายเป็นปัญหาต่อทั้งธนาคารและประชาชนในระยะยาว

ด้วยเหตุนี้ ธอส. จึงกำหนดเป้าหมายควบคุม NPL ให้อยู่ในระดับประมาณ 5% ควบคู่ไปกับการขยายตัวของสินเชื่อ โดยใช้มาตรการเชิงรุกในการติดตามลูกหนี้และช่วยเหลือก่อนที่ปัญหาจะลุกลาม

REIC กำลังยกระดับสู่ศูนย์กลางข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ของประเทศ :

อีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ ธอส. ให้ความสำคัญภายใต้แนวคิด Beyond Housing Bank นั่นคือ…การยกระดับบทบาทของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ให้เป็นหน่วยงานหลักด้านข้อมูลเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ของประเทศ โดยมีเป้าหมายให้ข้อมูลที่จัดทำขึ้นได้รับการยอมรับและถูกนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลกลางสำหรับการวางแผน การดำเนินธุรกิจ และการตัดสินใจของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาคอสังหาริมทรัพย์

ในอนาคต REIC จะไม่ได้เป็นเพียงแหล่งรวบรวมข้อมูลตลาดที่อยู่อาศัย เท่านั้น แต่จะทำหน้าที่เป็น “เข็มทิศข้อมูล” ของภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย เพื่อให้…หน่วยงานภาครัฐ ผู้กำหนดนโยบาย สถาบันการเงิน ไปจนถึง ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งสามารถ นำข้อมูลไปวิเคราะห์ความต้องการที่แท้จริงของตลาด ลดปัญหาการพัฒนาโครงการที่ไม่สอดคล้องกับกำลังซื้อ

ขณะที่ ภาคประชาชนและผู้ซื้อที่อยู่อาศัย ก็สามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อันจะนำไปสู่การพัฒนาตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยที่มีเสถียรภาพ โปร่งใส และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ทั้งนี้ กก.ผจก.ธอส. คาดหมายว่า…ในช่วงต้นปีหน้า (2570) การขับเคลื่อนบทบาทของ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ จะเริ่มเห็นเด่นชัดเป็นรูปธรรมมากขึ้น สามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงประกอบการตัดสินใจของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้อย่างแน่นอน

Data และ AI เครื่องมือใหม่ของธนาคารรัฐ :

หนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของ ธอส. ยุคใหม่ คือ การนำข้อมูล (Data) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการตัดสินใจและออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงิน

กก.ผจก.ธอส. ย้ำชัดว่า…ธนาคารมีฐานข้อมูลด้านที่อยู่อาศัยและข้อมูลลูกค้าจำนวนมหาศาล ซึ่งสามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อให้เข้าใจพฤติกรรม ความต้องการ และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าได้แม่นยำมากขึ้น

แนวคิดดังกล่าวจะช่วยให้ธนาคารสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบ Personalization หรือ ออกแบบสินเชื่อให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น…คนรุ่นใหม่ ผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการเฉพาะด้าน

ในอีกด้านหนึ่ง Data และ AI ยังถูกนำมาใช้ในการเฝ้าระวังความเสี่ยง เพื่อให้ธนาคารสามารถเข้าไปช่วยเหลือลูกค้าก่อนที่สถานะบัญชีจะเปลี่ยนจากลูกหนี้ปกติไปสู่การเป็นหนี้เสีย ซึ่งถือเป็นการบริหารความเสี่ยงเชิงรุกมากกว่าการแก้ปัญหาหลังเกิดเหตุ

เปิดโอกาสให้คนกลุ่มใหม่เข้าถึงสินเชื่อ :

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน ทำให้คนจำนวนมากไม่ได้อยู่ในระบบเงินเดือนแบบเดิมอีกต่อไป

ปัจจุบันมี ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ ผู้ค้ารายย่อย และแรงงานรูปแบบใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่คนกลุ่มนี้มักประสบปัญหาในการเข้าถึงสินเชื่อ เนื่องจากไม่มีเอกสารรายได้หรือหลักฐานทางการเงินในรูปแบบที่สถาบันการเงินคุ้นเคย

ดังนั้น ธอส. จึงตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนลูกค้าอาชีพอิสระจากระดับ 8-9% ให้มากกว่า 10% และในอนาคตอาจขยับไปถึง 15% โดยอาศัยระบบ Alternative Credit Scoring ที่นำข้อมูลพฤติกรรมทางการเงินและข้อมูลทางเลือกอื่นมาประกอบการพิจารณาสินเชื่อ

โดยแนวทางนี้ สะท้อนบทบาทของธนาคารรัฐที่ไม่ได้มองเพียงตัวเลขผลกำไร แต่พยายามสร้างโอกาสให้ประชาชนที่มีศักยภาพแต่ขาดช่องทางเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มีโอกาสเป็นเจ้าของบ้านเช่นเดียวกับคนกลุ่มอื่น

Green Finance กับบ้านแห่งอนาคต :

อีกหนึ่งทิศทางสำคัญ นั่นก็คือ…การสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

ปี 2569 ธอส. จัดสรรกรอบวงเงิน 32,000 ล้านบาท สำหรับสินเชื่อ Green Loan และสินเชื่อเพื่อติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อส่งเสริมบ้านประหยัดพลังงาน ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้า และสอดคล้องกับนโยบายพลังงานของรัฐบาล

แนวคิดดังกล่าวไม่เพียงตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการลดภาระค่าครองชีพระยะยาวให้กับประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาพลังงานยังมีความผันผวนจากสถานการณ์โลก

จาก “ทำให้มีบ้าน” สู่ “รักษาบ้าน และพยุงเศรษฐกิจ” :

สิ่งที่น่าสนใจที่สุด! ในการ ปรับบทบาทของ ธอส. ก็คือ…การขยายพันธกิจจากการช่วยให้ประชาชนมีบ้าน ไปสู่การรักษาความมั่นคงของที่อยู่อาศัยและระบบเศรษฐกิจโดยรวม

ด้วยส่วนแบ่งตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยราว 40% และพอร์ตสินเชื่อคงค้างกว่า 1.9 ล้านล้านบาท จึงทำให้ ธอส. ถือเป็นผู้เล่นสำคัญที่สุดรายหนึ่งในตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยของประเทศ!!!

นั่นหมายความว่า…ทุกการตัดสินใจของธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ การปรับเกณฑ์สินเชื่อ หรือการช่วยเหลือลูกหนี้ ล้วนส่งผลต่อทั้งประชาชน ผู้ประกอบการ และทิศทางเศรษฐกิจในภาพรวม

ในมุมนี้ แนวคิด Beyond Housing Bank จึงไม่ได้เป็นเพียงคำขวัญทางการตลาด แต่เป็นความพยายามยกระดับบทบาทของ ธอส. ให้เป็น “ศูนย์กลาง” ของระบบนิเวศด้านที่อยู่อาศัยของประเทศ

สมดุลระหว่างพันธกิจและความยั่งยืน :

เมื่อ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” ถามถึงการถ่วงน้ำหนักระหว่าง…ภารกิจช่วยให้คนไทยมีบ้าน กับการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลและเป้าหมายการพัฒนาประเทศในระยะยาว ตามกรอบแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี คำตอบที่ได้รับจาก ดร.มหัทธนะ คือ…

ธอส.ต้องถ่วงดุลอย่างเหมาะสมตามสถานการณ์!!!

คำตอบดังกล่าวอาจเป็นประโยคสั้น ๆ แต่สิ่งนี้ มันได้…สะท้อนโจทย์สำคัญที่สุด! ของธนาคารรัฐในยุคปัจจุบัน

นั่นเพราะ…หาก ธอส.ยังคงมุ่งปล่อยสินเชื่อ จนละเลยคุณภาพหนี้ ย่อมสร้างปัญหาในอนาคต แต่หากเข้มงวดจนเกินไป ประชาชนจำนวนมากก็อาจสูญเสียโอกาสในการมีที่อยู่อาศัย ได้เช่นกัน

ดังนั้น ความสำเร็จของ ธอส. ในยุค Beyond Housing Bank จึงไม่ได้วัดจากยอดสินเชื่อเพียงอย่างเดียว! แต่จะถูก “วัด” จากความสามารถในการสร้างสมดุล ระหว่าง…

การขยายโอกาสให้ประชาชน

การรักษาเสถียรภาพทางการเงิน

และ การสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศให้เดินหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

แหล่ะนั่นคือ…โจทย์ใหญ่ที่สุดของ ธอส. ในวันนี้ และอาจเป็น “บทพิสูจน์สำคัญ” ของธนาคารรัฐในอนาคตด้วยเช่นกัน!!!.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password