คต. ปลื้มผู้ส่งออกข้าวรายย่อยโกยออเดอร์ 515 ล้านบาท จากเวทีการค้าระดับโลก

กรมการค้าต่างประเทศ เผยความสำเร็จการนำผู้ส่งออกข้าวไทยรายย่อย 18 ราย ร่วมงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 ภายใต้คูหา Thai Rice Pavilion สร้างยอดขายและคำสั่งซื้อคาดการณ์ภายใน 1 ปี รวมกว่า 515 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของตลาดโลกต่อคุณภาพข้าวไทย และเปิดโอกาสขยายตลาดสู่ผู้ซื้อจากหลายประเทศทั่วโลก

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ(คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การเข้าร่วมงานในปีนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการผลักดันผู้ประกอบการรายย่อยให้ก้าวสู่ตลาดสากล โดยกรมฯ ได้นำผู้ประกอบการค้าข้าวคุณภาพดีที่มีศักยภาพในการส่งออก 18 ราย จาก 15 จังหวัด ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวสำคัญของประเทศ มาร่วมจัดแสดงสินค้าข้าวหลากหลายชนิด ทั้งข้าวหอมมะลิไทยคุณภาพสูง ข้าวขาว ข้าวอินทรีย์ ข้าวสีเพื่อสุขภาพ และข้าวพรีเมียมจากชุมชนต่างๆ ของไทย ภายในคูหา Thai Rice Pavilion ที่ตอกย้ำภาพลักษณ์ที่ดีของข้าวไทยภายใต้คอนเซ็ปต์ Think Rice Think Thailand และมีกิจกรรมสร้างประสบการณ์ให้ผู้เข้าชมอย่างครบครัน ทั้งการจัดนิทรรศการข้อมูลข้าวไทย การสาธิตการทำอาหารจากข้าวไทยโดยเชฟชื่อดัง และการสาธิตการตรวจสอบมาตรฐานข้าวไทย ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้นำเข้าและผู้ซื้อจากต่างประเทศ

โดยเฉพาะกิจกรรม Business Matching ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้เจรจาการค้ากับคู่ค้าจากหลายภูมิภาค ส่งผลให้เกิดคำสั่งซื้อจำนวนมาก คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 515 ล้านบาท ประกอบด้วย คำสั่งซื้อภายในงานทันทีมูลค่า 11 ล้านบาท และคาดว่าจะมีคำสั่งซื้อภายในระยะเวลา 1 ปี มูลค่าประมาณ 504 ล้านบาท จากผู้ซื้อ ผู้นำเข้า ผู้ประกอบการร้านอาหาร จากนานาประเทศ เช่น จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ซาอุดีอาระเบีย และฝรั่งเศส รวมถึงไทย ให้ความสนใจสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก สำหรับข้าวที่ได้รับความสนใจมากที่สุดภายในคูหากรมการค้าต่างประเทศ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิไทย ข้าวขาว และข้าวเหนียว

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้สถานการณ์การส่งออกข้าวไทยในช่วงต้นปี 2569 จะได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่แนวโน้มความต้องการข้าวเพื่อความมั่นคงทางอาหารในหลายประเทศยังคงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียและแอฟริกา ทำให้การนำเสนอข้าวไทยในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 ซึ่งได้ยกระดับการจัดงานให้ใหญ่ขึ้น ดีขึ้น เข้มข้นขึ้น (BIGGER BETTER BOLDER) จึงเป็นโอกาสสำคัญในการขยายตลาดและสร้างคู่ค้าใหม่ให้กับผู้ประกอบการค้าข้าวรายย่อยของไทย ความสำเร็จของการเข้าร่วมงานในครั้งนี้จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะแหล่งผลิตข้าวคุณภาพระดับโลก โดยกรมการค้าต่างประเทศพร้อมเดินหน้าส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึงตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมข้าวไทยในระยะยาว.








