Thailand FastPass

(รัฐบาลยังพูด ‘ภาษานักลงทุน’ แต่นาทีนี้…คนไทยยังคงรอฟัง ‘ภาษาของชีวิต’)

คนไทยอาจไม่ตื่นเต้นเหมือนนักลงทุน กับเม็ดเงินลงทุนกว่า 2.23 แสนล้านบาท สิ่งที่สนใจ ไม่พ้น…จำนวนงานที่เกิดขึ้นจริง! รายได้ที่เพิ่มขึ้นจริง! อนาคตที่จับต้องได้จริง! จากแนวคิด Thailand FastPass ของ “รัฐบาลอนุทิน” ทำไง? คนไทยจะมีชีวิตที่เดินหน้าเร็วขึ้น! เร็วไปพร้อมกับการลงทุนของประเทศ

รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กำลัง “เดินเกม” เศรษฐกิจ 2 ด้านพร้อมกัน ด้านหนึ่ง…โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” หวังจะประคองกำลังซื้อและลดภาระค่าครองชีพในระยะสั้น

อีกด้าน…เร่งรัดการลงทุนผ่าน Thailand FastPass เพื่อสร้าง “แรงส่ง” ทางเศรษฐกิจในระยะยาว!!??

ในเชิงนโยบาย การเดินเดม 2 ด้าน ถือเป็น…แนวคิดที่น่าสนใจ เพราะรัฐบาลกำลังพยายามตอบโจทย์ทั้ง “วันนี้” และ “วันข้างหน้า” ไปพร้อมกัน

ประเด็นไม่ได้อยู่ที่…Thailand FastPass ดีหรือไม่ดี? แต่เป็น…“รัฐบาลอนุทิน” กำลังสื่อสารเรื่องนี้ ได้ถูกทางแค่ไหน???

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากคำอธิบาย ของ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อช่วงสายของวันนี้ (29 พ.ค.2569) จะเห็นว่า…รัฐบาลมีภาพใหญ่ทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างชัดเจน!

โดยเธอชี้แจ้งว่า…โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” จะช่วยประคองกำลังซื้อของประชาชนในระยะสั้น ขณะที่ มาตรการลงทุนผ่าน Thailand FastPass จะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ และเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

โฆษกรัฐบาล ยังย้ำด้วยว่า…รัฐบาลต้องเดินหน้าทั้ง 2 ด้านควบคู่กัน เพื่อให้เศรษฐกิจไทยมีแรงส่งต่อเนื่อง ประชาชนมีงานทำ มีกำลังซื้อ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

หาก “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” มองใน เชิงยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ ต้องยอมรับว่า…นี่เป็นแนวทางที่มีเหตุผลรองรับอย่างชัดเจน

เพราะ ปัญหาของประเทศไทยในวันนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่เรื่อง…ค่าครองชีพ หรือกำลังซื้อที่อ่อนแรง เท่านั้น

แต่ยังรวมถึง…การแข่งขันดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ การสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และการเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของโลกในอีกหลายปีข้างหน้า???

Thailand FastPass จึงไม่ใช่เพียงเครื่องมืออำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุน แต่เป็นความพยายามของรัฐบาลในการเร่งให้เม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเร็วขึ้น เกิดการจ้างงานเร็วขึ้น และสร้างโอกาสใหม่ให้กับประเทศ

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความท้าทายสำคัญ ก็อาจไม่ได้อยู่ที่ตัวนโยบาย ทว่ามันควรจะอยู่ที่…การสื่อสารนโยบาย ด้วย!!!

ตลอดหลายวันที่ผ่านมา สิ่งที่…ประชาชนคนไทย มักจะได้ยินเสียงของรัฐบาล นั่นก็คือ…

25 โครงการ, 223,216 ล้านบาท, BOI, FastPass, EEC, MRO ฯลฯ

ทั้งหมดล้วนเป็น “คำศัพท์” ที่…นักลงทุนเข้าใจ นักวิเคราะห์เศรษฐกิจเข้าใจ และตลาดทุนเข้าใจ

แต่สำหรับ…คนไทยส่วนใหญ่ที่เดินกันขวักไขว่อยู่ในตลาดสด คนขับรถรับจ้าง พนักงานบริษัท คนหาเช้ากินค่ำ หรือ “เด็กจบใหม่” ฯลฯ หลายคนยังไม่เข้าใจว่า…เรื่องเหล่านี้เกี่ยวข้องกับชีวิตของพวกเขาอย่างไร???

แม้ภาคธุรกิจจะมองเห็นโอกาสจากเม็ดเงินลงทุน แต่คนไทยส่วนใหญ่ ก็ยังจะรอคำอธิบายที่เชื่อมโยงกับภาพใหญ่ทางเศรษฐกิจ “เข้ากับ” ชีวิตประจำวันของตนเอง

รัฐบาลจึงอาจต้อง “เปลี่ยนวิธีเล่าเรื่อง!” จาก…“มีเม็ดเงินลงทุน 223,216 ล้านบาท” ไปเป็นประโยคที่คนไทยส่วนไทยส่วนใหญ่ อยากจะฟังนั่นคือ…

“จะเกิดการจ้างงานกี่ตำแหน่ง?”

“คนไทยจะมีรายได้เพิ่มขึ้นกี่ครัวเรือน?”

“เด็กจบใหม่จะมีโอกาสทำงานในอุตสาหกรรมใหม่มากขึ้นอย่างไร?”

“จังหวัดใดจะได้รับประโยชน์จากการลงทุนเหล่านี้?”

เพราะสุดท้ายแล้ว! คนไทย…ไม่ได้ลงคะแนนเสียงให้ตัวเลขการลงทุน แต่ลงคะแนนเสียงให้กับความคาดหวังในชีวิตจริงของตนเอง

บทเรียนทางการเมืองทั่วโลก ชี้ให้เห็นตรงกันว่า…นโยบายเศรษฐกิจจะได้รับการยอมรับอย่างแท้จริง ก็ต่อเมื่อประชาชนรู้สึกว่านโยบายนั้นกำลังเปลี่ยนชีวิตของพวกเขา!!??

แนวคิด Thailand FastPass อาจเป็นนโยบายที่ถูกต้องในทางเศรษฐกิจ แต่ในทางการเมือง อาจไม่ได้วัดกันที่ความถูกต้องเพียงอย่างเดียว หากแต่วัดกันที่…ความเข้าใจของประชาชน

“รัฐบาลอนุทิน” อาจยังต้องทำการบ้านอีกมาก??

เพราะคนไทย ไม่ได้รอฟังว่า…ประเทศจะมีเงินลงทุนเพิ่มขึ้นอีกกี่แสนล้านบาท หากแต่กำลังรอฟังว่า…

“ลูกหลานของพวกเขาจะมีงานทำเมื่อไร?”

“รายได้ของครอบครัวจะเพิ่มขึ้นอย่างไร?”

“และชีวิตความเป็นอยู่จะดีขึ้นได้จริงหรือไม่?”

นั่นคือ “ภาษาของชีวิต” ที่ประชาชนคนไทย…กำลังรอฟังจาก “รัฐบาลอนุทิน!!!”

และนี้…อาจเป็นบททดสอบสำคัญที่สุด! ของแนวคิด Thailand FastPass ในวันที่…ตัวเลขการลงทุนเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอที่จะสร้างความเชื่อมั่นทางการเมือง! ได้อีกต่อไป!!??.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password