‘ดีพร้อม สมาร์ท มูฟ’ ซอฟต์แวร์ใหม่ช่วย SMEs ไทย บริหารต้นทุนโลจิสติกส์ เปิดใช้ฟรี ก.ย. นี้

นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ได้เร่งขับเคลื่อนการยกระดับผู้ประกอบการไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งปัญหาสำคัญที่ผู้ประกอบการ SMEs ไทยกำลังเผชิญ อยู่ในขณะนี้ คือ ไม่สามารถเข้าถึงระบบบริหารจัดการโลจิสติกส์สมัยใหม่ที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ส่วนใหญ่มีราคาสูงตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลักล้านบาท รวมถึงมีค่าใช้จ่ายสำหรับเซิร์ฟเวอร์ และค่าบำรุงรักษาระบบต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กจำนวนมากยังใช้วิธีบริหารจัดการแบบดั้งเดิม เช่น การวางแผนเส้นทางด้วยมือ การใช้สเปรดชีตพื้นฐาน หรือการสั่งงานผ่านโทรศัพท์ ซึ่งอาจทำให้ความแม่นยำในการดำเนินงาน และบริหารจัดการน้อยลง ส่งผลให้เกิดต้นทุนแฝงจนไม่สามารถวิเคราะห์ต้นทุนที่แท้จริงได้อย่างแม่นยำ

ดีพร้อมจึงได้เริ่มโครงการ “DIPROM SMART Move” ภายใต้โครงการฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs) เพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์บริหารจัดการโลจิสติกส์สำเร็จรูป เพื่อผู้ประกอบการสามารถดาวน์โหลดและใช้งานได้ฟรี ผ่านระบบ DIPROM E-Service โดยโครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างเร่งพัฒนาเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถใช้งานได้ในเดือนกันยายน 2569 นี้
        
สำหรับระบบ DIPROM SMART Move ถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย รองรับทั้งระบบ Online และ Offline ผ่านเทคโนโลยี Cloud และ No-Server Infrastructure ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี และรองรับการใช้งานในพื้นที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่เสถียร โดยประกอบด้วย 4 โมดูลหลัก ได้แก่ ระบบวิเคราะห์ต้นทุนขนส่งล่วงหน้า (Smart Cost) ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการทราบต้นทุนที่แท้จริงในแต่ละเที่ยววิ่ง ทั้งต้นทุนเชื้อเพลิง ค่าแรง และต้นทุนคงที่ พร้อมฟังก์ชันแนะนำการรวมเที่ยวขนส่งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบรรทุกและลดต้นทุนเชื้อเพลิงต่อหน่วย ระบบวางแผนและบริหารเส้นทางขนส่งอัจฉริยะ (Smart Route) ที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบแผนที่ดิจิทัล ช่วยวางเส้นทางขนส่งได้อย่างแม่นยำ ลดระยะเวลาการเดินทาง และสามารถมอบหมายงานไปยังสมาร์ทโฟนของพนักงานขับรถได้ทันที ระบบติดตามสถานะรถและสินค้าแบบเรียลไทม์ (Smart Alert)ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบตำแหน่งรถ สถานะการขนส่ง และระยะเวลาการจอดรอได้ตลอดเวลา พร้อมระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อเกิดความผิดปกติ และ ระบบบริหารจัดการซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน (Smart Maintenance) ที่ช่วยติดตามประวัติการซ่อมและแจ้งเตือนกำหนดตรวจสภาพรถตามระยะเวลา เพื่อลดความเสี่ยงจากการเสียฉุกเฉินระหว่างการขนส่ง
           
นางสาวณัฏฐิญา กล่าวต่อว่า ดีพร้อมยังผลักดันการประยุกต์ใช้ AI และ Smart Logistics เพื่อยกระดับกระบวนการบริหารจัดการของ SMEs อย่างครบวงจร ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลและพยากรณ์ความต้องการสินค้า (Data Analytics & Forecasting) การคำนวณระดับสินค้าคงคลังที่เหมาะสม การวางแผนเส้นทางขนส่งอัจฉริยะ (AI Smart Routing) การบริหารคลังสินค้าอัตโนมัติ ไปจนถึงการตรวจจับความผิดปกติและแจ้งเตือนล่วงหน้าเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำ ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

ทั้งนี้ โครงการ DIPROM SMART Move ตั้งเป้าช่วยให้สถานประกอบการที่เข้าร่วมสามารถเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ได้เฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ลดต้นทุนด้านพลังงานและการขนส่ง รวมถึงยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการโลจิสติกส์ของ SMEs ไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ซึ่งจะนำไปสู่การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบซัพพลายเชนและภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว“การแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต จะไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องต้นทุนแรงงานอีกต่อไป แต่จะเป็นการแข่งขันด้วยข้อมูล เทคโนโลยี ความเร็วในการตัดสินใจ และการปรับตัวสู่ดิจิทัล ผู้ประกอบการที่สามารถบริหารจัดการต้นทุน วางแผนโลจิสติกส์และเชื่อมโยงข้อมูลได้อย่างแม่นยำ จะเป็นผู้ที่ได้เปรียบทางการแข่งขันได้ในระยะยาว พร้อมลดความสูญเสียจากความไม่แน่นอน และต่อยอดสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในเศรษฐกิจอุตสาหกรรมยุคใหม่ โดยดีพร้อมตั้งเป้าหมายว่าจะมีผู้ประกอบการนำระบบ DIPROM SMART Move ไปใช้กว่า 100 ราย ภายในสิ้นปี 2570 ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการบริหารจัดการด้านการขนส่งได้กว่า 10 ล้านบาท” นางสาวณัฏฐิญา กล่าว.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password