KNOCKOUT ดึงยาว ‘แสนชัย’ พรีเซนเตอร์ ลุยดันเครื่องดื่มไทยสู่ตลาดโลก ปักธง 500 ลบ.

ปลุกพลังมวยไทยเขย่ามาร์เก็ตติ้งโลก! เปิดตัวเครื่องดื่มทางเลือกแบรนด์ไทย “KNOCKOUT” พร้อมสร้าง “บิ๊กเซอร์ไพรส์” กลางเวที THAIFEX – Anuga Asia 2026 ประกาศจับมือ “แสนชัย มวยไทยยิม” สุดยอดไอคอนหมัดมวยระดับตำนาน นั่งแท่น “พรีเซนเตอร์” ทางการ นาน 5 ปี จ่อต่อยอดแคมเปญในหลายมิติ ด้านกลุ่มผู้บริหาร “แท็กทีม” พันธมิตร หอการค้าเนเธอร์แลนด์ และทูตมาดากัสการ์ ลงนาม MOU ปูพรมกระจายสินค้าทั้งในและต่างประเทศ ผ่านเครือข่ายแท็กซี่ทั่วไทย และลุยส่งออกสู่เวทีโลก ตั้งเป้ากวาดรายได้ทะลุ 500 ล้านบาท
ท่ามกลางสมรภูมิเครื่องดื่มที่ทวีความรุนแรงในยุคปัจจุบัน การสร้างความแตกต่างและการเข้าถึงใจผู้บริโภคไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่คุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์หรือรสชาติ เท่านั้น หากแต่คือ…การส่งต่อ “คุณค่า” และ “พลังงานเชิงบวก” ที่สามารถขับเคลื่อนวิถีชีวิตของผู้คนได้อย่างแท้จริง

บันทึกหน้าใหม่วงการเครื่องดื่มไทย:
การเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ของ…แบรนด์ KNOCKOUT (น็อกเอ้าท์) ภายใต้การผนึกกำลังครั้งสำคัญของ “2 ยักษ์ใหญ่” ด้านอุตสาหกรรมอาหารและการสร้างสรรค์คอนเทนต์ อย่าง De Smit Food International และ Jimjam Thailand ภายในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 ณ อิมแพค เมืองทองธานี เมื่อวันอังคารที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา จึงกลายเป็น “จุดตัด!” ครั้งประวัติศาสตร์ที่น่าจับตามองที่สุดของปี
การปรากฏตัวของคณะผู้บริหารระดับสูง นำโดย เออร์วิน เดอ สมิท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ วิชาดา เดอสมิท ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดิ สมิธ ฟู้ด อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ร่วมด้วย “เคนโด้” เกรียงไกรมาศ พจนสุนทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ อธิราช ชูเรือง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด จาก Jimjam Thailand พร้อมด้วย ผกามาศ เกนหิรัญ ผู้บริหาร แสนชัยดีน่า ยิม ไม่เพียงแต่เป็นแค่…การประกาศตัวตนของแบรนด์ KNOCKOUT ในฐานะเครื่องดื่มทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหาพลังงานและความสดชื่นในชีวิตประจำวันเท่านั้น
แต่ยังเป็นการปักหมุดหมายครั้งสำคัญในการนำพาสินค้าไทยก้าวขึ้นสู่ทำเนียบ “Global Brand” อย่างเป็นทางการ อีกด้วย

“หัวใจหลัก” ของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในครั้งนี้ นั่นก็คือ…การเปิดตัว “แสนชัย มวยไทยยิม” ยอดมวยไทยผู้เป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เข้ามานั่งแท่นพรีเซนเตอร์หลัก
ซึ่ง แสนชัยเปรียบเสมือนตัวแทนของความมุ่งมั่น ความแข็งแกร่ง และชัยชนะอันเป็นดีเอ็นเอเดียวกันกับที่แบรนด์ KNOCKOUT ต้องการส่งต่อให้แก่ผู้บริโภคในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็น…การทำงาน การเล่นกีฬา หรือการฝ่าฟันอุปสรรคในชีวิตประจำวัน
‘หมัดฮุก’ ชนะใจ ‘ยอดมวยไทย’:
ท่ามกลางกระแสข่าว การเปิดตัวพรีเซนเตอร์ทั่วไปในท้องตลาด สิ่งที่ทำให้การร่วมมือระหว่าง KNOCKOUT และแสนชัย ในครั้งนี้ มีความพิเศษและแปลกใหม่ จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในวงการการตลาด คงไม่พ้น…“เบื้องลึกของข้อตกลงและเงื่อนไขสัญญา” ที่ไม่เคยมีแบรนด์ใดทำได้มาก่อน
ทั้งนี้ เป็นที่ทราบกันดีในวงการเอเจนซี่โฆษณาว่า แสนชัย เป็นหนึ่งในคนดังระดับประเทศที่ค่อนข้างเข้มงวดและปฏิเสธการรับเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับแบรนด์สินค้าต่างๆ มาโดยตลอด หากแบรนด์นั้นไม่มีอัตลักษณ์ที่ชัดเจน หรือมีแนวคิดที่ไม่สอดคล้องกับคุณค่าในตัวตนของเขา

ทว่า KNOCKOUT สามารถสร้างปรากฏการณ์ “ชนะใจยอดมวยโลก” ได้สำเร็จ! ทั้งนี้ มีรายงานจากข่าววงในแจ้งว่า แสนชัย พร้อมเซ็นสัญญาระยะยาวถึง 5 ปีเต็ม (พร้อมออปชันในการขยายอายุสัญญาเพิ่มเติมในอนาคต) สิ่งนี้…สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่แสนชัย มีต่อวิสัยทัศน์ของผู้บริหารและความมั่นคงของแบรนด์นี้
ดังนั้น ดีลนี้จึงไม่ใช่แค่…การจ้างงานแบบฉาบฉวยรายปี แต่เป็นการร่วมเดินทางในฐานะ “พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว”
วิชาดา เดอสมิท ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดิ สมิธ ฟู้ด อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เผยถึงความภาคภูมิใจในดีลประวัติศาสตร์นี้ว่า…“แสนชัย ไม่ได้เป็นเพียงนักมวยที่เก่งกาจ แต่เขายังเป็นไอคอนที่มีพลังบวกและเป็นที่รักของแฟนหมัดมวยทั่วโลก การที่เขามาเป็นพรีเซนเตอร์ให้ KNOCKOUT จะช่วยให้เราเชื่อมโยงกับผู้บริโภคได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และเป็นแรงส่งสำคัญในการผลักดันให้ KNOCKOUT กลายเป็นเครื่องดื่มที่คนทั่วโลกนึกถึง โดยตั้งเป้ามูลค่าการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งในไทยและทั่วโลกไว้ที่ 500 ล้านบาท”
ทลายกรอบมาร์เก็ตติ้งแบบเดิม:
นอกเหนือจากระยะเวลาสัญญาข้างต้นแล้ว รายงานยังระบุด้วยว่า ในอนาคตอาจมีความเป็นไปได้สูงที่จะนำ “จุดเด่นและจุดแข็ง” ของ แสนชัย ไปใช้เป็น…โมเดลต่อยอดธุรกิจในรูปแบบอื่นๆ ที่อ้างอิงเทคโนโลยี AI ในอนาคตอันใกล้ รวมถึงการทำกิจกรรมพิเศษอื่นๆ

ด้าน “เคนโด้” เกรียงไกรมาศ พจนสุนทร CEO Jimjam Thailand กล่าวเสริมด้วยความตื่นเต้นถึงแผนงานด้านสื่อและนวัตกรรม ว่า…”เตรียมพบกับแคมเปญสุดพิเศษ แฟนๆ และผู้บริโภคเตรียมพบกับภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ที่แสนชัยจะมาโชว์ลีลาแม่ไม้มวยไทยอันเป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานกับความสดชื่นของ KNOCKOUT ซึ่งจะเริ่มออกอากาศพร้อมกันทั่วประเทศและผ่านช่องทางออนไลน์เร็วๆ นี้ พร้อมกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษจากแสนชัยอีกมากมาย”
กลยุทธ์กระจายสินค้า 2 มิติ:
การจะนำพาแบรนด์ไปสู่เป้าหมายยอดขาย 500 ล้านบาท จำเป็นต้องมีระบบการกระจายสินค้า (Distribution Channel) ที่แข็งแกร่งและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ ซึ่งภายในงานเปิดตัว ณ บูธ TT27 ฮอลล์ 11 นั้น
แบรนด์ KNOCKOUT ได้แสดงให้เห็นถึงการวางหมากขับเคลื่อนการตลาดเชิงรุกอย่างชาญฉลาด ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ในมิติตลาดภายในประเทศ, KNOCKOUT ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ วรพล แกมขุนทด นายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ เพื่อร่วมกันกระจายสินค้าผ่านเครือข่ายคนขับรถแท็กซี่ทั่วประเทศไทย ซึ่งถือเป็น “กลยุทธ์ปูพรม” ที่เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการพลังงาน ความตื่นตัว และความสดชื่นในระหว่างการทำงานบนท้องถนนโดยตรง อีกทั้งยังเป็นการสร้างอาชีพและรายได้เสริมให้กับกลุ่มผู้ขับขี่รถสาธารณะอีกด้วย

ในมิติตลาดต่างประเทศ, แบรนด์ที่มี แสนชัย เป็นพรีเซ็นเตอร์นี้ ได้สร้างความตื่นตะลึงด้วย การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ทางธุรกิจการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มไทย ระหว่าง…ผู้บริหาร บริษัท ดิ สมิธ ฟู้ด อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กับ อิอาโระ ราซานาโกโตะ (The Honorary Consulate of Madagascar) สถานกงสุลกิตติมศักดิ์มาดากัสการ์ ประจำประเทศไทย เพื่อเป็น “ประตูบานแรก” ในการส่งออกสินค้าสู่ทวีปแอฟริกา
พร้อมทั้งยังได้รับเกียรติจาก ฮานส์ ฟาน เดน บอร์น (Executive Director Netherlands-Thai Chamber of Commerce) หอการค้าเนเธอร์แลนด์-ไทย และพันธมิตรจากหลากหลายภาคส่วน มาร่วมเป็นสักขีพยาน
ด้าน อธิราช ชูเรือง Marketing Director Jimjam Thailand ได้อธิบายถึง ทิศทางและกลยุทธ์มาร์เก็ตติ้งเชิงรุก! ในครั้งนี้ว่า…“เป้าหมาย 500 ล้านบาทของเราไม่ใช่ตัวเลขที่ตั้งขึ้นมาลอยๆ แต่เกิดจากการคำนวณสัดส่วนการตลาดที่เราวางแผนไว้แบบปูพรม ในประเทศเราเข้าถึงรากหญ้าและคนทำงานผ่านเครือข่ายแท็กซี่ ส่วนในต่างประเทศ เราใช้ฐานแฟนคลับของแสนชัยที่มีอยู่หนาแน่นทั้งในยุโรป อเมริกา และเอเชีย เป็นตัวนำทาง
ประกอบกับการเซ็น MOU ร่วมกับกงสุลมาดากัสการ์ในวันนี้ คือจุดเริ่มต้นของการขยายตลาดเชิงรุกอย่างเป็นรูปธรรม เราเตรียมจัดแคมเปญการตลาดทั้งสื่อออนไลน์ สื่อ ณ จุดขาย และกิจกรรม On-ground ที่จะพาแบรนด์ไปสัมผัสกับกลุ่มผู้บริโภคในต่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ ในตลอดปีนี้ครับ”

‘แสนชัย’ ทูตวัฒนธรรมและความสดชื่น:
การเดินทางของ เครื่องดื่มทางเลือก แบรนด์ KNOCKOUT ในก้าวแรกนี้ ถือเป็นการ…ประกาศศักดาความพร้อมของแบรนด์ไทยที่จะไปเติบโตในเวทีโลกอย่างมีศักดิ์ศรี โดยมี “แสนชัย” ทำหน้าที่เป็นทั้งพรีเซนเตอร์และทูตวัฒนธรรมที่จะนำพาชื่อเสียงของมวยไทยและเครื่องดื่มไทยไปสู่สายตาชาวโลกในทุกๆ พื้นที่
โดย แสนชัย นักมวยไทย ขวัญใจชาวไทยและชาวโลก ได้กล่าวทิ้งท้ายถึงความมุ่งมั่นและความรู้สึกในฐานะ “พรีเซนเตอร์” ของแบรนด์ ว่า… “ผมภูมิใจมากที่จะได้เป็นตัวแทนในการนำมวยไทยและเครื่องดื่มไทยแบรนด์นี้ ไปเผยแพร่และสร้างชื่อเสียงในทุกประเทศทั่วโลกที่ผมเดินทางไปแข่งขันและทำกิจกรรมครับ มาร่วมเชียร์และก้าวไปสู่ชัยชนะพร้อมๆ กับพวกเรานะครับ”
สำหรับผู้ที่สนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย หรือติดตามข่าวสารและกิจกรรมล้ำสมัยของ เครื่องดื่มทางเลือก แบรนด์ KNOCKOUT สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียหลัก www.jimjamthailand.com และ Facebook: Knockout-Thailand.






