ระบอบสีน้ำเงิน! สงครามวาทกรรมใหม่ จ่อเขย่า ‘ระบบอำนาจ’ การเมืองไทย!

ศึกการเมือง…“เท้ง” ณัฐพงษ์ กับ “89 สว.” อาจไม่ใช่เพียงศึกวิวาทะธรรมดา แต่พัฒนาไปสู่ “สงครามนิยามอำนาจ” ครั้งใหม่! ของสังคมไทย กับวลี “ระบอบสีน้ำเงิน” ที่ถูกโยงถึงโครงสร้างอำนาจหลัง รธน.ปี 2560 น่าจับตา!…เกมการเมืองที่ไม่ได้จำกัดวงเฉพาะพรรคภูมิใจไทย หรือวุฒิสภาอีก น่าสนใจว่า… “ใครกำลังครอบครองความหมายของอำนาจรัฐ?” ในยุคการเมืองเปลี่ยนผ่านเช่นนี้
สถานการณ์การเมืองไทยยามนี้ กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง! ภายหลัง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และ ผู้นำฝ่ายค้าน ออกมาใช้คำว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” เพื่ออธิบาย…โครงสร้างอำนาจทางการเมืองที่เขามองว่าไม่ยึดโยงกับประชาชน และเป็นผลพวงจากรัฐธรรมนูญปี 2560
คำกล่าวดังกล่าว ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นในทางการเมืองทันที!!!
เหตุเพราะไม่ได้เป็นเพียง…โจมตีพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง? แต่เป็นการ “ตั้งชื่อใหม่” ให้กับเครือข่ายอำนาจทางการเมืองที่ดำรงอยู่หลังการรัฐประหาร และยังคงมีอิทธิพลผ่านกลไกของรัฐ องค์กรอิสระ และวุฒิสภา
ความน่าสนใจของกรณีนี้อยู่ตรงที่ “หัวหน้าเท้ง” ไม่ได้กล่าวหาตรงๆ ว่า…ใคร? คือเจ้าของระบอบสีน้ำเงิน
แต่กลับ อธิบายเชิงโครงสร้าง ว่า…เป็นระบบอำนาจที่สามารถกำหนดทิศทางการเมืองไทยได้ แม้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง
พร้อมทั้งระบุด้วยว่า…พรรคภูมิใจไทย อาจเป็นเพียง “เอเจนต์” หรือด่านหน้าทางการเมืองของระบอบดังกล่าว เท่านั้น
ทันทีที่คำนี้ถูกเผยแพร่ออกไป สมาชิกวุฒิสภาจำนวน 89 คน นำโดย นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ ได้ออกมาแถลงตอบโต้รุนแรง!!?? โดยระบุว่า…คำกล่าวดังกล่าวเป็นการบิดเบือน ใส่ร้าย และบ่อนทำลายวุฒิสภา
พร้อมยื่นคำขาดให้…หัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาขอโทษภายใน 3 วัน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาท
การตอบโต้ของ สว. กลายเป็นประเด็นสำคัญทางการเมืองในทันที! เพราะแทนที่ สังคมไทยจะถกเถียง กันแค่ว่า “ระบอบสีน้ำเงินมีอยู่จริงหรือไม่?” กลับกลายเป็นภาพของ “กลุ่มอำนาจที่รวมตัวกันปกป้องตัวเอง”
จนยิ่งทำให้…คำดังกล่าวมีพลังทางการเมืองมากขึ้น!!!
ในทางยุทธศาสตร์ นี่คือ…เกมวาทกรรมที่คล้ายกับการเมืองในอดีต ที่เคยมีคำว่า “ระบอบทักษิณ” ถูกใช้โจมตีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ในครั้งนี้ พรรคประชาชนกำลังพยายามพลิกเกม ด้วยการสร้างคำใหม่เพื่ออธิบาย “โครงสร้างอำนาจอนุรักษนิยม” ที่ดำรงอยู่หลังปี 2557
สิ่งสำคัญคือ คำว่า “สีน้ำเงิน” ไม่ได้เป็นเพียงสีประจำพรรคภูมิใจไทย เท่านั้น แต่ยังมี…ความหมายทางสัญลักษณ์ในบริบทของธงชาติไทย ซึ่งอาจถูกนำไปเชื่อมโยงกับ…บางสถาบันได้
นี่เอง ที่ทำให้…ฝ่ายวุฒิสภาพยายามตั้งคำถามกลับ ว่า…หัวหน้าพรรคประชาชนกำลังพาดพิงถึงใครกันแน่!!??
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีพรรคการเมืองใหญ่ หรือนักกฎหมายมหาชนชื่อดัง ออกมากล่าวหาตรงๆ ว่า นายณัฐพงษ์ มีพฤติกรรมในลักษณะที่เข้าข่าย…“ก้าวล่วง” หรือ “ละเมิด…” สถาบันหลักแต่อย่างใด
นั่นเพราะ…การกล่าวหาในระดับนั้น ถือเป็น…เกมการเมืองที่อ่อนไหวอย่างยิ่ง! และอาจทำให้สถานการณ์ลุกลามเกินควบคุมได้!!!
ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้จึงเป็น “สงครามการตีความ” มากกว่าสงครามทางกฎหมาย ฝ่ายหนึ่งพยายามนิยามว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” คือ…เครือข่ายอำนาจที่ไม่ยึดโยงประชาชน ขณะที่อีกฝ่ายพยายามตั้งคำถามว่า…คำดังกล่าวกำลังพาดพิงถึงสัญลักษณ์ของชาติหรือไม่?
ขณะเดียวกัน แกนนำพรรคภูมิใจไทย อย่าง…นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ต้องรีบออกมาปฏิเสธว่า…ไม่มี “ระบอบสีน้ำเงิน” ตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมระบุว่า…พรรคประชาชนกำลังสร้างวาทกรรมเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นทางการเมืองและปลุกกระแสในสังคม
แต่ในทางกลับกัน! ยิ่งมีการปฏิเสธมากเท่าไร คำว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” ก็ยิ่งถูกพูดถึงมากขึ้นเท่านั้น!
เพราะในทางการเมือง “วาทกรรม” จะมีพลังทันทีเมื่อฝ่ายตรงข้ามรู้สึกจำเป็นต้องรีบออกมาปกป้องตัวเอง!!??
สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้ คือ…คำดังกล่าวจะถูกนำไปใช้เชื่อมโยงกับประเด็นอื่นๆ หรือไม่? โดยเฉพาะ…เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ อำนาจของวุฒิสภา บทบาทองค์กรอิสระ รวมถึง การจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า
หากพรรคประชาชนสามารถทำให้สังคมไทยเชื่อได้ ว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” คือปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศจริง!
วาทกรรมนี้ อาจกลายเป็น…เครื่องมือทางการเมืองที่ทรงพลังอย่างมากในอนาคต!!!
แต่ในอีกด้านหนึ่ง หากฝ่ายอนุรักษนิยม สามารถดึงประเด็นนี้เข้าสู่กรอบ “ความมั่นคงของชาติ” หรือ “การพาดพิงสัญลักษณ์ของรัฐ” ได้สำเร็จ
เกมก็อาจเปลี่ยนจาก…สงครามวาทกรรม ไปสู่สงครามทางกฎหมายและความชอบธรรมทางการเมืองทันที เช่นกัน!!!
สุดท้ายแล้ว ปรากฏการณ์ “ระบอบสีน้ำเงิน” อาจไม่ใช่แค่เรื่องของ…สีทางการเมือง? หากแต่สะท้อนให้เห็นในทำนอง…สังคมไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของการต่อสู้เชิงความหมาย ที่แต่ละฝ่ายต่างพยายามนิยาม ว่า…
“ประชาธิปไตย” “อำนาจรัฐ” และ “ความชอบธรรม” ควรเป็นของใคร? กันแน่! ในอนาคตของประเทศนี้.






