DITP ปลื้มหนังไทยโกอินเตอร์ เจรจาคานส์ทะลุ 1,082 ล้านบาท

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เผยความสำเร็จนำผู้ประกอบการไทยร่วมงาน Marché du Film – Cannes Film Festival 2026 สร้างมูลค่าเจรจาการค้ากว่า 1,082 ล้านบาท จาก 296 นัดหมาย ตอกย้ำศักยภาพอุตสาหกรรมภาพยนตร์และคอนเทนต์ไทยบนเวทีโลก

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ประสบความสำเร็จในการนำผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงาน Marché du Film – Cannes Film Festival 2026 ระหว่างวันที่ 12 – 20 พฤษภาคม 2569 ณ เมืองคานส์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยสามารถสร้างมูลค่าการเจรจาการค้ารวมกว่า 1,082 ล้านบาท หรือประมาณ 32.79 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากการนัดหมายเจรจาการค้ารวม 296 นัดหมาย สะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และคอนเทนต์ไทยที่ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อ นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจจากทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ มูลค่าการเจรจาการค้าดังกล่าว ประกอบด้วยมูลค่าการซื้อขายทันที 27.89 ล้านบาท มูลค่าคาดการณ์ภายใน 1 ปี จำนวน 202.06 ล้านบาท และมูลค่าคาดการณ์ภายใน 2 – 5 ปี จำนวน 852.23 ล้านบาท โดยประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ อินเดีย ไต้หวัน เวียดนาม และรัสเซีย
งาน Marché du Film ถือเป็นตลาดภาพยนตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกด้านการซื้อขายลิขสิทธิ์ การร่วมผลิต และการลงทุนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ โดยในปี 2569 มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 16,000 คน จากกว่า 140 ประเทศ และมีผู้เข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์รวมกว่า 40,000 คน นอกจากนี้ ภายในงานยังมีผู้ซื้อกว่า 1,700 ราย บริษัทจัดแสดงกว่า 600 บริษัท การฉายภาพยนตร์และโปรเจกต์กว่า 1,500 รายการ และกิจกรรมในอุตสาหกรรมกว่า 250 กิจกรรม รวมถึงการประชุมสัมมนากว่า 100 หัวข้อ สะท้อนบทบาทของงานในฐานะศูนย์กลางสำคัญขออุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก ทั้งในด้านการค้า การลงทุน และการสร้างเครือข่ายธุรกิจระดับนานาชาติ

การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันภาพลักษณ์ประเทศไทยภายใต้แนวคิด “Reimagining Thailand” ซึ่งมุ่งนำเสนอประเทศไทยในมิติใหม่ของประเทศเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ที่มีศักยภาพทั้งด้านคอนเทนต์ บุคลากร ความคิดสร้างสรรค์ และบริการด้านภาพยนตร์ครบวงจร พร้อมยกระดับบทบาทของประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์และคอนเทนต์ของภูมิภาคในสายตานานาชาติ
นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ซีรีส์ แอนิเมชัน และบริการที่เกี่ยวเนื่อง ที่สามารถตอบโจทย์ตลาดโลกได้ทั้งในด้านคุณภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และมาตรฐานการผลิต รวมถึงแสดงให้เห็นถึงโอกาสของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการผลิตและบริการภาพยนตร์ของภูมิภาค

สำหรับผลการเจรจาการค้าที่โดดเด่นในครั้งนี้ บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด ได้เจรจากับผู้จัดจำหน่ายจากสหรัฐอเมริกา เพื่อนำภาพยนตร์เรื่อง “โกฮัง” เข้าฉายในสหรัฐอเมริกา ซึ่งการเจรจามีแนวโน้มที่ดีและมีความเป็นไปได้สูงที่จะบรรลุข้อตกลงทางธุรกิจ ขณะที่บริษัท เอ็ม ดิสทริบิวชั่น จำกัด ได้รับความสนใจจากบริษัทสหรัฐอเมริกาในการนำภาพยนตร์เรื่อง “ธี่หยด ภาค 1” ไปรีเมค และอยู่ระหว่างการเจรจาที่มีแนวโน้มเชิงบวก รวมถึงยังอยู่ระหว่างการเจรจากับบริษัทจากประเทศญี่ปุ่นที่สนใจซื้อสิทธิ์ภาพยนตร์เรื่อง “คำสารภาพของหมอผี (Confessions of a Shaman)” ซึ่งหากสำเร็จจะถือ
เป็นครั้งแรกที่บริษัทสามารถนำภาพยนตร์ไทยเข้าฉายในประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งยังสามารถปิดดีลขายสิทธิ์ภาพยนตร์เรื่อง “ของแขก 2” ให้แก่คู่ค้าจากประเทศรัสเซียได้ภายในงาน

ด้านบริษัท ฟิล์ม เฟรม โปรดักชั่นส์ จำกัด สามารถปิดดีลขายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์เรื่อง “สังเวย (The Resident)” ให้แก่ผู้จัดจำหน่ายจากสหรัฐอเมริกา ครอบคลุมสิทธิ์การเผยแพร่ในสหรัฐอเมริกา ยุโรป ลาตินอเมริกา และญี่ปุ่น ภายในปีนี้ ขณะที่บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด สามารถปิดดีลขายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์เรื่อง “เทอม 4 (Haunted Universities 4)” และ “ผีเข้า (The Possessed)” ให้แก่คู่ค้าจากไต้หวัน และยังอยู่ระหว่างการเจรจาขายภาพยนตร์“เทอม 4” ให้แก่คู่ค้าจากประเทศเวียดนามเพิ่มเติม
นอกจากนี้ บริษัท โมโน สตรีมมิ่ง จำกัด ได้เจรจากับพันธมิตรจากประเทศเกาหลีใต้และญี่ปุ่น เพื่อร่วมลงทุนสร้างภาพยนตร์ไทยร่วมกันประเทศละ 1 เรื่อง ซึ่งมีแนวโน้มที่ดีในการต่อยอดสู่ความร่วมมือในระยะยาว ขณะที่บริษัท ณวลาร์ท นิมิต จำกัด ได้เจรจากับบริษัทจากประเทศอังกฤษเพื่อร่วมลงทุนผลิตภาพยนตร์ไทย และบริษัท ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด ได้ขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ตลาดอินเดีย ผ่านการเจรจากับสถานีโทรทัศน์จากประเทศอินเดียเกี่ยวกับการซื้อขายแอนิเมชันและซีรีส์
ในส่วนของธุรกิจบริการด้านการผลิต บริษัท เซคคันด์ สกิน สตูดิโอ จำกัด ได้พบลูกค้าจากประเทศอังกฤษที่มีแผนเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์แนวสัตว์ประหลาดในประเทศไทยในปีหน้า โดยให้ความสนใจใช้บริการออกแบบและผลิตสัตว์ประหลาดสำหรับการถ่ายทำ ขณะที่บริษัท เบนีโทน ฟิล์มส์ จำกัด ได้เจรจากับผู้กำกับภาพยนตร์จากสหรัฐอเมริกาที่มีแผนเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยภายในปีหน้า ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเกิดความร่วมมือทางธุรกิจในอนาคต
“ผลลัพธ์จากการเข้าร่วมงานครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์และคอนเทนต์ไทยยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านคุณภาพคอนเทนต์ บุคลากร และศักยภาพด้านการผลิต ซึ่งจะเป็นแรงสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทยในตลาดนานาชาติ” อธิบดีสุนันทากล่าว
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศยังคงเดินหน้าผลักดันผู้ประกอบการไทยเข้าสู่เวทีการค้าระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ ขยายตลาดส่งออก และยกระดับอุตสาหกรรมคอนเทนต์และบริการด้านภาพยนตร์ของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดโลก พร้อมเสริมสร้างบทบาทของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์และคอนเทนต์ของภูมิภาค
สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์โทร. 1169 หรือเว็บไซต์ www.ditp.go.th และติดตามโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศผ่านแพลตฟอร์ม THAITRADE.COM คิดจะส่งออก นึกถึง DITP.






