‘กับดักการเมือง’ ท้าท้าย…พลังสุดแกร่ง! ของ ‘ผู้ว่าฯชัชชาติ?’

เมื่อ 2 สำนักโพลใหญ่ ยกให้ “ชัชชาติ” นำห่างคู่แข่ง? แต่ “ศึกผู้ว่าฯ กทม.” ปี 2569 อาจไม่ใช่แค่การเลือกคนบริหารเมือง หากกำลังเป็น “สนามวัดอนาคต” การเมืองระดับชาติ! ท่ามกลางคำถามสำคัญว่า…ผู้ว่าฯ ที่แข็งแรงที่สุด! กำลัง “ติดกับดัก” อำนาจและแรงดึง! จากทุกขั้วการเมืองหรือไม่?

แม้ สนามเลือกตั้ง “ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร” ปี 2569 (28 มิถุนายน 2569) จะยัง ไม่ “เปิดฉาก” เต็มรูปแบบ! แต่…บรรยากาศทางการเมืองในเมืองหลวง เริ่มกลับมาร้อนมากขึ้นทุกวัน

โดยเฉพาะ “หลังผลสำรวจ” ของ 2 สำนักโพลใหญ่ “สวนดุสิตโพล – พระปกเกล้าโพล” ที่ต่างสะท้อนตรงกัน ในท่วงทำนอง…นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ “ผู้ว่าฯกทม.” คนปัจจุบัน ยังคงเป็น “ตัวเต็ง” อันดับหนึ่ง ทิ้งห่างคู่แข่งแบบไม่ติดฝุ่น

อย่างน้อย…ก็ในห้วงเวลาที่ บรรดา “สื่อใหญ่” ยังไม่ได้จัดเวที “ดีเบต” ของกลุ่มผู้สมัครระดับแกนนำ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจ อาจไม่ใช่เพียงคำถามเพียงแค่ว่า…“ใครจะชนะเลือกตั้ง?” หากแต่เป็นคำถามที่ลึกและซับซ้อนกว่านั้น นั่นคือ…

“ผู้ว่าฯกทม. ที่ดูแข็งแรงที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองกรุงเทพฯ กำลังเผชิญ “ข้อจำกัด” ทางอำนาจมากที่สุด! ด้วยหรือไม่?”

ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา นายชัชชาติ ได้สร้าง “ภาพจำ” ของ…ผู้บริหารเมืองที่ทำงานหนัก ลงพื้นที่จริง สื่อสารกับประชาชนเก่ง และรักษา “คะแนนนิยม” ไว้ได้ในระดับสูง! แม้กรุงเทพฯ ยังคงต้องเผชิญกับปัญหาเดิมๆ จำนวนมาก

ทั้งปัญหา…รถติด ฝุ่น PM2.5 น้ำท่วม ความปลอดภัย ทางเท้า และคุณภาพชีวิตของคนเมือง!!!

ผลโพลล่าสุดสะท้อนตรงกันว่า…คนกรุงเทพฯ ยังมองเห็น “การจราจรและระบบขนส่ง” คือ…ปัญหาเร่งด่วนอันดับหนึ่ง ตามด้วยฝุ่น มลพิษ และ ความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน

มุมสะท้อนเหล่านี้ แปลความได้ว่า…แม้ประชาชนคนเมืองหลวง ยังคงนิยมในตัว “ผู้ว่าฯชัชชาติ” แต่สังคมคนกรุงฯ นับจากนี้ จะเริ่มเข้าสู่โหมด “ตรวจผลงาน” มากกว่า “คลื่นศรัทธา” แบบการเลือกตั้งครั้งก่อนอย่างแน่นอน!!??

ปัญหาคือ…หลายเรื่องที่ คนกรุงเทพฯส่งเสียงเรียกร้องนั้น มันกลับ “ไม่ใช่…อำนาจเต็ม” ของ “ผู้ว่าฯ กทม.”  ทั้งหมด

รถไฟฟ้าเกี่ยวพันกับรัฐบาลกลาง กระทรวงคมนาคม และเอกชนสัมปทาน

ปัญหาฝุ่นเชื่อมโยงทั้งประเทศ

ระบบน้ำเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน

ขณะที่ เรื่อง…ความปลอดภัย ก็ยังมี ตำรวจเป็นกลไกหลัก

“ผู้ว่าฯ กทม.” จึงเป็นตำแหน่งที่ดูเหมือนมีอำนาจมาก แต่ในความจริงแล้ว กลับเต็มไปด้วย “ข้อจำกัด” ทางโครงสร้างอำนาจที่แท้จริง!!!

พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ…มีตำแหน่ง แต่ไม่ได้มี “อำนาจเต็ม” ในการแก้ไขหลายๆ ปัญหาที่คนกรุงเทพได้รับในทุกวันนี้!!!

นั่น…อาจทำให้ สมัยที่ 2 ของ นายชัชชาติ หากเกิดขึ้นจริง? อาจไม่ใช่เรื่อง “บริหารต่อเนื่อง” อย่างที่หลายคนคิด แต่จะเป็นช่วงเวลาที่ยากกว่าเดิม เพราะความคาดหวังที่มีของคนกรุงเทพฯ มันเพิ่มสูงขึ้น!

ตรงกันข้ามกับ…พื้นที่ทางการเมืองที่ดูจะคับแคบลง!!!

ยิ่งเมื่อ “สภา กทม.” มี ส.ก.จำนวนมากมาจาก…พรรคประชาชน “สมการทางอำนาจ” ก็ดูจะยิ่งซับซ้อนขึ้นทันที!!!

นั่นเพราะ…แม้หลายฝ่ายจะสนับสนุนแนวคิดเมืองสมัยใหม่และความโปร่งใส แต่ในอีกด้านหนึ่ง “ผู้ว่าฯกทม.” ก็จะต้องบริหาร “สมดุล” ระหว่าง…อุดมการณ์ทางการเมือง ความคาดหวังของประชาชน และข้อจำกัดเชิงบริหารที่มี…ไปพร้อมๆ กัน

ขณะเดียวกัน พรรคเพื่อไทย เอง ก็กำลังอยู่ในสถานะที่น่าสนใจ เพราะแม้ นายชัชชาติ จะลงในนามอิสระ แต่ก็เป็นที่รับรู้กันดีว่า…เขาเคยเติบโตจาก “รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” และมีสายสัมพันธ์ทางการเมืองกับเครือข่ายเพื่อไทยมาก่อน

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “เพื่อไทยจะสนับสนุนชัชชาติหรือไม่?” เพราะในทางการเมือง หลายคนมองว่า… ความสัมพันธ์ดังกล่าวมีอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ ก็เท่านั้น

แต่คำถามที่น่าสนใจมากยิ่งกว่า นั่นก็คือ…พรรคเพื่อไทย เลือกจะวางยุทธศาสตร์ในสนาม กทม. เอาไว้อย่างไร?

เพราะหากส่ง…ผู้สมัครผู้ว่าฯ แข่งตรงๆ ก็มีความเสี่ยงสูง! ที่จะตัดฐานเสียงกันเอง และอาจกลายเป็นการเปิดทางให้ฝ่ายอื่นได้ประโยชน์ ดังนั้น สิ่งที่หลายฝ่ายจับตา คือ พรรคเพื่อไทยอาจเลือกเน้นเกม “สภา ส.ก.” มากกว่าเกมผู้ว่าฯ เพื่อรักษาฐานการเมืองในเมืองหลวง และสร้างกลไกสนับสนุนเชิงนโยบายในอนาคต

แต่ปัญหาของ พรรคเพื่อไทย นั่นก็คือ…วันนี้สนาม กทม. ไม่ได้เหมือนอดีตอีกต่อไป เพราะฐานเสียงชนชั้นกลางและคนรุ่นใหม่จำนวนมากไหลไปยังพรรคประชาชน ทำให้การแย่งพื้นที่ในเมืองหลวงกลายเป็นโจทย์ยากขึ้นทุกวัน!!!

ในอีกด้านหนึ่ง พรรคประชาธิปัตย์ เอง ก็กำลังใช้สนามนี้เป็น…พื้นที่ฟื้นพรรค และเรียกคืนฐานเสียงเมือง โดยเฉพาะหลังจากที่ “แกนนำพรรคฯ” อย่าง…นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ออกมาตั้งคำถามที่น่าสนใจทางการเมือง ที่ว่า…

นายชัชชาติ ในสมัย 2 จะเป็นเพียง “ผู้ว่าฯกทม.” หรือกำลังใช้ตำแหน่งนี้เป็น “สปริงบอร์ด” ไปสู่การเมืองระดับชาติในอนาคต

นี่คือ…คำถามที่เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ในหมู่นักการเมือง และคนติดตามสถานการณ์ เพราะ นายชัชชาติไม่ใช่นักการเมืองธรรมดา? แต่เขามีทั้ง…ฐานคะแนนนิยม ภาพลักษณ์การบริหาร และ ศักยภาพในการเป็น “ทางเลือกใหม่” ของการเมืองระดับประเทศ

หากวันหนึ่ง เขาตัดสินใจก้าวออกจาก…ศาลาว่าการ กทม.!!??

ดังนั้น ศึกผู้ว่าฯ กทม. ปี 2569 จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันของผู้สมัครแต่ละคน หากแต่เป็นการต่อสู้ของหลายสมการพร้อมกัน ทั้ง…สมการอำนาจเมือง สมการพรรคการเมือง และสมการอนาคตการเมืองระดับชาติ

เพราะท้ายที่สุดแล้ว คนกรุงเทพฯ อาจไม่ได้กำลังตัดสิน แค่ว่า…ใครเหมาะจะเป็นผู้ว่าฯ มากที่สุด!

แต่อาจกำลังตัดสินไปพร้อมๆ กันว่า…เมืองหลวงแห่งนี้ ควรเดินต่อไปภายใต้ “นักบริหารมืออาชีพ” หรือ “นักการเมืองแห่งอนาคต”

และ โจทย์ใหญ่ของ นายชัชชาติ ในปี 2569 อาจไม่ใช่…การชนะเลือกตั้ง แต่คือการพิสูจน์ที่ว่า…เขาในวัย 60 ปี ณ วันที่ 24 พฤษภาคม 2569 หรืออีก 9 วันข้างหน้า...

หากบวกไปอีก 4 ปี อายุหลังสิ้นสุด…เก้าอี้ “ผู้ว่าฯ กทม. – สมัยที่ 2” ก็แค่…64 ปี เท่านั้น

นายชัชชาติ คนนี้…กำลังทำงานเพื่อกรุงเทพฯ หรือกำลังเตรียมตัวสำหรับการเมืองสนามใหญ่ กันแน่!!!.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password