คต. เตือนส่งออกไทยรับมือ CBAM EU เร่งคำนวณคาร์บอน ลดต้นทุนพุ่ง

กรมการค้าต่างประเทศแนะผู้ส่งออกไทยเตรียมข้อมูลปล่อยก๊าซเรือนกระจก หลัง EU ใช้มาตรการ CBAM เต็มรูปแบบ ชี้หากใช้ค่ามาตรฐานแทนข้อมูลจริง เสี่ยงต้นทุนเพิ่ม กระทบขีดแข่งขันระยะยาว

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ(คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นมา สหภาพยุโรป (European Union: EU) ได้บังคับใช้มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) ตามกฎระเบียบ EU 2023/956 อย่างเต็มรูปแบบ ครอบคลุมสินค้า 6 รายการ ได้แก่ เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม ซีเมนต์ ปุ๋ย ไฮโดรเจน และไฟฟ้า โดยกำหนดให้ผู้นำเข้าสินค้าดังกล่าว ที่มีปริมาณเกิน 50 ตันต่อปีต่อราย ต้องซื้อใบรับรอง (CBAM Certificates) เพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Embedded Emissions) ของสินค้าที่นำเข้า

ทั้งนี้ การคำนวณค่าชดเชยการปล่อยก๊าซฯ สามารถทำได้ 2 วิธี คือ (1) การคำนวณจากข้อมูลกระบวนการผลิตจริงของสินค้า (Actual Emissions) ซึ่งต้องได้รับการทวนสอบจากหน่วยงานที่ EU รับรอง หรือ (2) การใช้ค่ามาตรฐานอ้างอิง (Default Values) ตามที่ EU กำหนดไว้ ภายใต้มาตรา 7 ของกฎระเบียบดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 EU ได้เผยแพร่กฎระเบียบเพิ่มเติม (EU 2025/2621) เพื่อกำหนดค่ามาตรฐานฯ แยกตามรายประเทศและรายสินค้า โดยอ้างอิงจากค่าเฉลี่ยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโรงงานที่มีการปล่อยสูงสุดร้อยละ 10 เพื่อใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงในกรณีที่ผู้ส่งออกสินค้า CBAM ไม่สามารถคำนวณค่าปล่อยก๊าซที่แท้จริง หรือไม่สามารถรับการทวนสอบได้ ซึ่งในกรณีดังกล่าว ผู้ส่งออกจะต้องใช้ค่ามาตรฐานฯ ในการคำนวณค่าชดเชยการปล่อยก๊าซฯ เพื่อประเมินภาษีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำหรับการนำเข้าสินค้าไปยังตลาดของ EU

นางอารดาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสินค้าเหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม และไฮโดรเจนจากประเทศไทย EU กำหนดให้มีการปรับเพิ่ม (Mark-up) ค่ามาตรฐานฯอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ปี 2569 เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ปี 2570 เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 และปี 2571 เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 ขณะที่สินค้าปุ๋ยของไทย กำหนดให้ปรับเพิ่มค่ามาตรฐานฯ ร้อยละ 1 ต่อปี เพื่อจูงใจให้ผู้ผลิตเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่แท้จริง ทั้งนี้ หากยังไม่สามารถคำนวณค่าปล่อยก๊าซที่แท้จริง และยังคงใช้ค่ามาตรฐานฯ แทน ผู้ส่งออกจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นตามอัตราของค่ามาตรฐานฯ ที่กำหนด โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบเก่าที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง เนื่องจากการปรับเพิ่มค่ามาตรฐานฯ ดังกล่าว จะทำให้ค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ใช้ในการคำนวณสูงขึ้น และส่งผลให้ต้องซื้อใบรับรองเพิ่มขึ้น

นางอารดาฯ เน้นย้ำว่า ผู้ประกอบการไทยควรเร่งเตรียมความพร้อม โดยจัดเก็บข้อมูลและเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทานอย่างถูกต้องครบถ้วน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในระยะยาว ควบคู่กับการติดตามข่าวสารและกฎระเบียบอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อันจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาด EU ได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการ CBAM ตาม QR Code ด้านล่าง หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มงานบริหารสินค้าสองทาง กองบริหารสินค้าข้อตกลงและมาตรการการค้า โทร. 02 547 4735 หรือ สายด่วน 1385.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password