สรรพสามิตจับบุหรี่เถื่อน 3.5 หมื่นซอง สูญเสียภาษีกว่า 2.3 ล้าน

กรมสรรพสามิตร่วม CIB และยาสูบฯ บุกจับบุหรี่ลักลอบจากชายแดน ยึดของกลางกว่า 35,000 ซอง มูลค่าภาษีสูญเสียกว่า 2.3 ล้านบาท เดินหน้าปราบปรามเชิงรุกต่อเนื่อง

ดร. พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่าได้มอบหมายให้ว่าที่ร้อยตรี ยงยุทธ ภูมิประเทศ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ภาษีสรรพสามิต นายสุเมธ ฤทธิ์เจริญ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม และนางสาวปารณีย์ ขุนวงษ์ ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและปราบปราม 2 สั่งการให้นายกฤตย์ ธรรมพิทักษ์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและปราบปราม 6 พร้อมสายตรวจสรรพสามิต ชุดที่ 6.1 บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กองกำกับการ 2 และเจ้าหน้าที่การยาสูบแห่งประเทศไทย ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 1 ราย พร้อมของกลางบุหรี่ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศ เพื่อนบ้าน โดยของกลางประกอบด้วยบุหรี่ซิกาแรตยี่ห้อกรองทิพย์ (For Export Only) จำนวน 34,500 ซองและบุหรี่ต่างประเทศยี่ห้อ TEXAS5 จำนวน 500 ซอง รวมทั้งสิ้น 35,000 ซอง

จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาได้ลักลอบนำสินค้าดังกล่าวเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านช่องทางธรรมชาติ โดยใช้รถกระบะบรรทุกเป็นพาหนะ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569 ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 203 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ในข้อหาครอบครองสินค้าที่มิได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน และครอบครองสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีโดยไม่มีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยคิดเป็นภาษีที่รัฐสูญเสีย 2,305,198.70 บาท และประมาณการค่าปรับเป็นเงิน 23,051,987 บาท จึงได้ทำการตรวจยึดและอายัดของกลางทั้งหมดส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมสรรพสามิตได้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ภายใต้นโยบายสำคัญ “ปราบปรามเชิงรุก ยุติวงจรผิดกฎหมาย” โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานเชิงรุกผ่านการใช้ฐานข้อมูลเป็นเครื่องมือสำคัญ (Data Driven Enforcement) เพื่อพุ่งเป้าไปยังขบวนการรายใหญ่ได้อย่าง มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการยกระดับความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกมิติ ทั้งด้านการป้องกันตามแนวชายแดน การสกัดกั้นการกระจายสินค้า และการปรับปรุงกฎหมายเพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง
อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมสรรพสามิตขอยืนยันความมุ่งมั่นในการปฏิบัติภารกิจเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายด้านภาษีสรรพสามิตในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะขบวนการลักลอบนำเข้าสินค้าหนีภาษีที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศและ ความเป็นธรรมทางการค้า ทั้งนี้ ความสำเร็จในการดำเนินการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการปกป้องผลประโยชน์ของรัฐและสังคมโดยรวม.








