BAM เร่งเกมรุก! หวังพลิกเครดิตเกิน A-

BAM เชื่อมั่นภาพรวมบริษัทแข็งแกร่ง เผย! “ทริสเรทติ้ง” คงอันดับเครดิตระดับเดิมที่ “A-” แนวโน้มอันดับเครดิต “Negative” หรือ “ลบ” สะท้อนงประสบการณ์และความเป็นผู้นำในตลาดบริหารสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ พร้อมเร่งเครื่องปรับเกมธุรกิจ ดัน “3 ฟันเฟือง” เพิ่มสภาพคล่อง-เร่งขายทรัพย์ ลุ้นพลิกเครดิตจากลบกลับสู่เสถียรภาพ

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยถึง รายงานการจัดอันดับเครดิตของทริสเรทติ้ง ว่า ยังคงให้อันดับเครดิตของ BAM อยู่ที่ A- ซึ่งผลการดำเนินงานในปี 2568 ที่ผ่านมา BAM สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยสามารถสร้างผลเรียกเก็บเพิ่มขึ้นเป็น 1.79 หมื่นล้านบาท จาก 1.52 หมื่นล้านบาท ในปี 2567 ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 1.8 พันล้านบาท จาก 1.6 พันล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

ในขณะที่ สถานะทางธุรกิจของ BAM ยังอยู่ในระดับที่ “แข็งแรง” โดยมี ปัจจัยสนับสนุนจากการเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 45% ตามขนาดของสินทรัพย์ในปี 2568 ที่มีอยู่เป็นจำนวน 1.36 แสนล้านบาท โดยมี สินทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การบริหารรวมทั้งสิ้นจำนวน 1.30 แสนล้านบาท ความแข็งแกร่งดังกล่าวมาจากประสบการณ์ในธุรกิจมากกว่า 27 ปี ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ความเชี่ยวชาญในการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ และความสัมพันธ์ระยะยาวกับสถาบันการเงินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของบริษัทอย่างต่อเนื่อง

ดร.รักษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับแนวโน้มอันดับเครดิต “Negative” หรือ “ลบ” นั้น จะวางกลยุทธ์เพื่อให้ผลการดำเนินงานของ BAM มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและชัดเจน เพื่อให้แนวโน้มอันดับเครดิตกลับมา เป็น “Stable” หรือ “คงที่” ด้วยการสร้างยอดผลเรียกเก็บทั้งทางด้าน NPL จากการแบ่งลูกหนี้ออกเป็น S M L โดยใช้แนวทางการอนุมัติไว รวมถึงการทำ Partnership ในขณะที่ NPA จะใช้การขายตรง พร้อมทั้งการออกผลิตภัณฑ์และแคมเปญทางการตลาด

อีกทั้ง การทำ Partnership อย่างต่อเนื่อง ผ่านกลยุทธ์ “3 ฟันเฟือง” สำหรับฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ ได้แก่…

ฟันเฟืองที่ 1 : การบริหาร NPL&NPA อย่างเข้มข้น ได้แก่ การกำหนดราคาที่เป็นธรรม เป็นปัจจุบัน และแข่งขันได้, ลดระยะ Holding Period ของ NPA, เร่ง Cash Conversion Cycle รวมทั้งลดการตั้งสำรองที่ไม่จำเป็น

ฟันเฟืองที่ 2 : การลงทุนในระบบเพื่ออนาคต พร้อมกับการเสริมด้วย e-Marketplace

และ ฟันเฟืองที่ 3 : การสร้างคนด้วยการสร้าง Hybrid Talent ทั้งนี้ กลยุทธ์ดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญที่ผลักดันให้ BAM สามารถสร้างผลงานได้ตามเป้าหมาย ที่วางไว้และเกิดการเติบโตของผลการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง

ในมุมของ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เชื่อว่า…การที่ BAM ยังคงได้รับอันดับเครดิตระดับ A- จาก TRIS Rating แม้แนวโน้มยังเป็น “Negative” สะท้อนภาพสำคัญ 2 ด้าน คือ “ความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้าง” กับ “ความท้าทายเชิงวัฏจักรเศรษฐกิจ”

โดยในเชิงกลยุทธ์ถือว่า BAM ยังยืนอยู่บนฐานธุรกิจที่ได้เปรียบจากขนาด (Scale Advantage) และฐานข้อมูลลูกหนี้ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็น Barrier to Entry ที่คู่แข่งใหม่เข้ามาแข่งขันได้ยาก

ในมุม เชิงรุก! กลยุทธ์ “3 ฟันเฟือง” ถือเป็น การปรับโมเดลธุรกิจจาก Asset Holding ไปสู่ “Asset Turnover & Monetization” มากขึ้น โดยเฉพาะ การเร่ง Cash Conversion Cycle และลด Holding Period ของ NPA สะท้อนความพยายามเพิ่ม “สภาพคล่อง” และ “ความเร็วในการทำกำไร”

ซึ่งเป็น Key Driver สำคัญในภาวะดอกเบี้ยสูงและเศรษฐกิจชะลอ

อีกประเด็นที่น่าสนใจ นั่นคือ…การใช้ “Segmentation Strategy” แบ่งลูกหนี้ NPL เป็น S-M-L พร้อมกระบวนการอนุมัติที่เร็วขึ้น

เพราะนี่คือ…การเปลี่ยนจาก Mass Recovery ไปสู่ “Precision Recovery” หรือการบริหารหนี้แบบเจาะลึกเฉพาะกลุ่ม ซึ่งจะช่วยเพิ่ม Recovery Rate และลดต้นทุนในการติดตามหนี้ในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างยังคงอยู่ โดยเฉพาะ คุณภาพลูกหนี้และกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งทั้งหมด ถือเป็น…ปัจจัยภายนอกที่ BAM ควบคุมไม่ได้

ดังนั้น ทิศทางเครดิตจะกลับเป็น “Stable” ได้หรือไม่? ก็น่าจะขึ้นอยู่กับ…ความสามารถในการ “แปลงสินทรัพย์เป็นเงินสด” ได้ต่อเนื่อง และการรักษา Margin ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง นั่นเอง.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password