ธนารักษ์เปิดขาย ‘เหรียญที่ระลึก 100 ปี ร.8′ – เผย! ‘เหรียญสิบ’ หายไปจากระบบเยอะมาก

อธิบดีกรมธนารักษ์ ยอมรับ! เหรียญ 10 บาทย หายจากระบบเยอะมาก เหตุจากการปิดด่านชายแดนและพฤติกรรมการใช้เงินที่เปลี่ยนไป สร้างแรงกระเพื่อมต่อระบบเหรียญไทยอย่างมีนัยสำคัญ เผย! ต้นทุนที่สูงขึ้น กระทบcผนผลิตเหรียญกษาปณ์ หลังพบต้นทุนโลหะพุ่ง ดันราคาเหรียญที่ระลึก 100 ปี ร.8 สูงเกือบแตะแสน พร้อมเดินหน้าปรับราคาประเมินที่ดินและบริหารทรัพย์สินรัฐ รับโจทย์เศรษฐกิจใหม่

นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ พร้อม คณะผู้บริหารกรมธนารักษ์ ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวเหรียญเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเนื่องในโอกาส วันพระบรมราชสมภพ ครบ 100 ปี พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร เมื่อวานนี้ (7 เมษายน 2569) เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของพสกนิกรชาวไทย ในห้วงเวลาที่ประเทศชาติมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ
“พระองค์ทรงมีพระราชหฤทัยอันมุ่งมั่น ในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อความผาสุกของพสกนิกร และด้วยพระราชจริยวัตรอันงดงามเปี่ยมด้วยพระเมตตาเป็นที่เคารพรัก พระองค์ทรงอยู่ในความทรงจำของพสกนิกรชาวไทย ตราบจนปัจจุบัน เพื่อเทิดพระเกียรติและเผยแพร่พระเกียรติคุณของพระองค์ท่านให้เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนและเยาวชนรุ่นหลังสืบไป”
สำหรับการจัดทำ เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 100 ปี วันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร 20 กันยายน 2568 จำนวน 3 ชนิด ประกอบด้วย
1.เหรียญกษาปณ์ทองคำ ประเภทขัดเงา ทองคำร้อยละ 99 ชนิดราคา 30,000 บาท ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 26 มิลลิเมตร น้ำหนัก 15 กรัม จำหน่ายราคาเหรียญละ 99,999 บาท (ผลิตไม่เกิน 800 เหรียญ)
2.เหรียญกษาปณ์เงิน ประเภทขัดเงา เงินร้อยละ 92.5 ชนิดราคา 1,000 บาท ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 35 มิลลิเมตร น้ำหนัก 22 กรัม จำหน่ายราคาเหรียญละ 3,000 บาท (ผลิตไม่เกิน 5,000 เหรียญ)
3.เหรียญกษาปณ์โลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล) ประเภทธรรมดา
นิกเกิลร้อยละ 25 ทองแดงร้อยละ 75 ชนิดราคา 20 บาท ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 32 มิลลิเมตร น้ำหนัก 15 กรัม จ่ายแลกราคาเหรียญละ 20 บาท (ผลิตไม่เกิน 250,000 เหรียญ)

โดยการออกแบบเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกนั้น จะมีลวดลาย ดังนี้
เหรียญกษาปณ์ทองคำ ประเภทขัดเงา ชนิดราคา 30,000 บาท
ด้านหน้า กลางเหรียญมี พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศจอมทัพ ทรงสายสะพายและสายสร้อยแห่งเครื่อง ขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ ภายในวงขอบเหรียญเบื้องล่างมีข้อความว่า “พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร”
ด้านหลัง กลางเหรียญมี อักษรพระปรมาภิไธย “อปร” อยู่ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ เบื้องล่างมีข้อความบอกราคาว่า “๓๐๐๐๐ บาท” ภายในวงขอบเหรียญเบื้องบนมีข้อความว่า “๑๐๐ ปี วันพระบรมราชสมภพ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๘” เบื้องล่างมีข้อความว่า “ประเทศไทย” โดยมีลายไทยประดิษฐ์คั่นระหว่างข้อความเบื้องบนกับเบื้องล่างทั้งสองข้าง
เหรียญกษาปณ์เงิน ประเภทขัดเงา ชนิดราคา 1,000 บาท
ด้านหน้าและด้านหลัง มีลวดลายเช่นเดียวกับลวดลายของเหรียญกษาปณ์ทองคำ เว้นแต่มีข้อความบอกราคาว่า “๑๐๐๐ บาท”
เหรียญกษาปณ์โลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล) ประเภทธรรมดา ชนิดราคา 20 บาท
ด้านหน้าและด้านหลัง มีลวดลายเช่นเดียวกับลวดลายของเหรียญกษาปณ์ทองคำ เว้นแต่มีข้อความบอกราคาว่า “๒๐ บาท”
ผู้ที่ประสงค์จะขอแลกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกดังกล่าว สามารถติดต่อขอแลกได้ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ตามช่องทางดังนี้
ส่วนกลาง:
กองบริหารเงินตรา ถนนพหลโยธิน จังหวัดปทุมธานี โทร. 0 2565 7944
หน่วยรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ ถนนจักรพงษ์ กรุงเทพมหานคร โทร. 0 2282 4109

หน่วยจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพมหานคร โทร. 0 2618 6340
ส่วนภูมิภาค:
สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ 76 พื้นที่ทั่วประเทศ
ช่องทางออนไลน์:
www.treasury.go.th (e-Commerce ระบบบริการจำหน่ายเหรียญและผลิตภัณฑ์เหรียญ)
แอปพลิเคชัน TRD e-Commerce สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS (App Store) และ Android (Play Store) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
โดยการสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ ผู้สั่งซื้อเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในการจัดส่ง
ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กองบริหารเงินตรา โทร. 0 2565 7944 และ Call Center กรมธนารักษ์ โทร. 0 2059 4999
อธิบดีกรมธนารักษ์ ยอมรับว่า การผลิตเหรียญกษาปณ์ในปัจจุบัน ได้รับผลกระทบจากราคาต้นทุนวัตถุดิบทีสูงขึ้น ตามราคาพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง
“ต้นทุนโลหะที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะทองคำ ได้ส่งผลโดยตรงต่อการกำหนดราคาเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก ซึ่ง ล่าสุด กรมธนารักษ์ได้เปิดจำหน่ายเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 100 ปี วันพระบรมราชสมภพ รัชกาลที่ 8 โดยเหรียญทองคำถูกกำหนดราคาจำหน่ายที่ 99,999 บาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากระดับเดิม โดยยังคงน้ำหนักและคุณลักษณะเท่าเดิม” นายอัครุตม์ ระบุ

ไม่เพียงแค่นั้น ภายใต้แรงกดดันจากต้นทุนโลหะในตลาดโลก เมื่อรวมกับพฤติกรรมการใช้เงินที่เปลี่ยนไป ทำให้กรมธนารักษ์กำลังเผชิญความท้าทายในการบริหารระบบเงินตราและทรัพย์สินของรัฐ โดยเฉพาะสถานการณ์ “เหรียญ 10 บาท” ที่เริ่มตึงตัวในระบบอย่างมีนัยสำคัญ
อธิบดีกรมธนารักษ์ยอมรับว่า…เป็นผลพวงจากทั้งการขยายตัวของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มตู้หยอดเหรียญและผลกระทบจากการปิดด่านชายแดนในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เหรียญ 10 บาทที่เคยไหลออกไปใช้งานนอกระบบหรือในพื้นที่ชายแดน ไม่สามารถไหลกลับเข้าสู่ประเทศได้ตามปกติ
ส่งผลให้ปริมาณเหรียญ 10 บาทในระบบลดลงอย่างชัดเจน และจำเป็นต้องเพิ่มการผลิตเพื่อรองรับความต้องการที่ยังคงสูง โดยเฉพาะในธุรกิจเครื่องบริการอัตโนมัติ เช่น ตู้ซักผ้า ตู้จำหน่ายสินค้า และเครื่องจำหน่ายเครื่องดื่ม ซึ่งกลายเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เหรียญยังคงมีบทบาทในเศรษฐกิจ
อธิบดีกรมธนารักษ์ ยอมรับว่า แม้การชำระเงินแบบดิจิทัลจะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกัน เหรียญขนาดเล็กอย่าง 1 บาทและ 2 บาท กลับมีความต้องการลดลงต่อเนื่อง สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างชัดเจน
“การปรับราคาเป็นไปตามต้นทุนจริงในตลาดโลก และไม่ได้มุ่งหวังกำไรสูงสุด แต่ต้องการให้ราคาอยู่ในระดับที่เหมาะสมและประชาชนสามารถเข้าถึงได้ ขณะที่เหรียญเงินได้รับผลกระทบจากต้นทุนในระดับจำกัด และเหรียญหมุนเวียนทั่วไปยังคงสามารถตรึงต้นทุนไว้ได้ในระยะสั้นจากสต็อกวัตถุดิบที่มีอยู่” อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม มีการประเมินว่าภายใน 1–2 ปีข้างหน้า ต้นทุนโลหะที่เพิ่มขึ้นอาจเริ่มส่งผลต่อระบบมากขึ้น ซึ่งทำให้กรมธนารักษ์ต้องพิจารณาปรับรูปแบบการผลิต โดยอยู่ระหว่างศึกษาการใช้วิธีจ้างผลิตจากต่างประเทศควบคู่กับการผลิตภายใน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพด้านต้นทุน โดยเฉพาะในเหรียญที่มีความต้องการลดลง เช่น เหรียญ 1 บาท ที่ปัจจุบันมีสต็อกจำนวนมาก
นอกจากการบริหารเงินตราแล้ว กรมธนารักษ์ยังอยู่ระหว่างการปรับกลยุทธ์ด้านทรัพย์สิน โดยเฉพาะราคาประเมินที่ดิน ซึ่งปัจจุบันยังต่ำกว่าราคาตลาดจริงเฉลี่ยประมาณ 30–40% โดยแนวทางในรอบการประเมินใหม่จะพยายามปรับให้สะท้อนราคาตลาดมากขึ้น แต่ยังต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อภาระของประชาชนเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ การปรับราคาประเมินดังกล่าวมีกำหนดมีผลในปี 2570 และถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพรายได้ของรัฐทั้งในมิติภาษีและการใช้ประโยชน์จากที่ดิน
ส่วน กรณีความคืบหน้าของ “โครงการศูนย์ที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุแบบครบวงจร (Senior Complex) รามาธิบดี-ธนารักษ์” ร่วมกับโรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญด้านการลงทุน ยังอยู่ในภาวะชะลอตัว จากปัญหาผู้รับเหมาของฝั่งโรงพยาบาล แม้ในส่วนของกรมธนารักษ์จะมีความพร้อมดำเนินการแล้วก็ตาม

อธิบดีฯอัครุตม์ ระบุว่า โครงการทั้ง 2 ส่วนต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน เนื่องจากความเชื่อมั่นของผู้จองขึ้นอยู่กับความชัดเจนของโครงการโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม ความต้องการในโครงการยังคงมีอยู่ในระดับสูง และมีผู้จองสิทธิมากกว่าจำนวนหน่วยที่เปิดให้สิทธิ
ในมิติของการสร้างรายได้จากทรัพย์สินรัฐ กรมธนารักษ์ยังคงเดินหน้าเปิดประมูลที่ราชพัสดุในทำเลศักยภาพอย่างต่อเนื่อง เช่น พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแปลงที่ดินในเขตเศรษฐกิจสำคัญ แม้ว่าบางโครงการจะยังไม่สามารถปิดการขายได้ตามเป้าหมาย แต่มีแผนทบทวนราคาและเงื่อนไขเพื่อให้สอดคล้องกับภาวะตลาด และเปิดประมูลใหม่ในระยะถัดไป เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างรายได้เข้ารัฐ
ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของภาครัฐในยุคเศรษฐกิจเปลี่ยนผ่าน ซึ่งต้องรับมือกับทั้ง “ต้นทุนโลก” ที่ผันผวน พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของระบบเดิม โดยเฉพาะกรณี “เหรียญ 10 บาทหายจากระบบ” จากผลกระทบของการปิดด่านชายแดน
ซึ่งไม่ใช่เพียงปัญหาด้านเงินทอน แต่เป็นสัญญาณสำคัญของความเชื่อมโยงระหว่างเศรษฐกิจชายแดน เทคโนโลยีการชำระเงิน และโครงสร้างระบบเงินตราของประเทศที่กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญในระยะต่อไป.






