ซ้ำแล้วซ้ำเล่า!!??

(‘รมว.พลังงาน’ มั่นใจ! มีน้ำมันพอใช้ 107 วัน สั่งเร่งอุดช่องโหว่กักตุนทั้งระบบ : แนะทำใหม่โครงสร้างพลังงานไทย”
รัฐยัน! น้ำมันไทยยังพอใช้กว่า 100 วัน แม้ราคาผันผวน เผย! สั่งคุมเข้ม “สต็อก-ขนส่ง” พ่วงเร่งสกัดกักตุนผิดกฎหมายทุกเส้นทาง “อรรถพล” ยืนยัน! สั่งเร่งนำเข้า-กระจายเชื้อเพลิง รับสงกรานต์ทั่วประเทศ แนะปรับโครงสร้างพลังงานสู่ความหลากหลาย ลดการพึ่งพาน้ำมัน และสร้างระบบที่โปร่งใสตรวจสอบได้จริง ป้องกันเหตุทำนองเกิดขึ้นอีกในอนาคต
ย้อนกลับไปเมื่อวานนี้ (28 มีนาคม 2569) ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล บนเวที Meet the Press ที่รัฐบาล ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ “ทีมเศรษฐกิจ” ของรัฐบาล นัดหมายสื่อมวลชนและอินฟลูเอนเซอร์ ร่วมงาน ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทย ในโลกที่ไม่เหมือนเดิม”
โดยเฉพาะปม…ปริมาณน้ำมันสำรองของไทย และเป็น นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ที่ย้ำหนักแน่น ว่า แม้สถานการณ์ราคาน้ำมันโลกยังอยู่ในระดับสูงและผันผวน แต่ประเทศไทยยังมีความมั่นคงด้านพลังงาน โดยมีปริมาณสำรองรองรับการใช้งานได้กว่า 100 วัน และยังมีแผนนำเข้าน้ำมันต่อเนื่องถึงเดือนพฤษภาคม
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานได้ดำเนินมาตรการควบคุมหลายด้าน ทั้งการระงับส่งออกบางส่วน การตรวจสอบสต็อกผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมาย การเพิ่มกำลังการผลิตของโรงกลั่น และการผ่อนคลายเกณฑ์สำรองเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบ รวมถึง การเปิดเผยข้อมูลราคาและสต็อกอย่างโปร่งใส

ด้าน การกระจายเชื้อเพลิง…ได้ปรับลดสัดส่วนการสำรองสำหรับน้ำมันนำเข้าเหลือ 1% เพื่อจูงใจการนำเข้า พร้อมติดตามการผลิตรายวัน และเร่งกระจายน้ำมันผ่านผู้ค้าส่งไปยังสถานีบริการ โดยเฉพาะพื้นที่ขนาดเล็ก เพื่อลดความแออัด
ขณะเดียวกัน รัฐบาลเพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบการกักเก็บน้ำมันผิดกฎหมาย โดยประสานงานกับ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกระทรวงมหาดไทย เพื่อติดตามรถขนส่งน้ำมันทุกคันและตรวจสอบแหล่งเก็บให้เป็นไปตามเงื่อนไข
ในด้าน ราคา…แม้น้ำมันปรับขึ้นราว 6 บาท แต่ยังถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียน โดยรัฐบาลยึดกลไกตลาดเป็นหลัก พร้อมตั้งคณะทำงานร่วมกับกระทรวงการคลังและพาณิชย์ เพื่อตรวจสอบโครงสร้างราคา และศึกษาการจัดเก็บภาษีลาภลอย
ส่วน กองทุนน้ำมันยังติดลบกว่า 38,000 ล้านบาท และมีภาระไหลออกต่อเนื่อง ขณะที่ การเตรียมพร้อมช่วงสงกรานต์ ได้เพิ่มการกระจายน้ำมันวันละราว 7 ล้านลิตร พร้อมให้ประชาชนตรวจสอบสถานะน้ำมันผ่านแอป Fuel-Now และเตรียมจุดบริการสำหรับรถสาธารณะทั่วประเทศ

มองในมุมของ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เชื่อว่า…สถานการณ์น้ำมันในครั้งนี้สะท้อนภาพ “ความมั่นคงเชิงปริมาณ” ที่รัฐพยายามสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน แต่ในอีกมิติหนึ่ง กลับสะท้อน “ความเปราะบางเชิงโครงสร้าง” ของระบบพลังงานไทย ที่ยังต้องพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก
การมีน้ำมันสำรอง 107 วันจึงเป็นเพียงกันชนระยะสั้น ไม่ใช่คำตอบในระยะยาว!!!
มาตรการต่าง ๆ ที่ออกมา เช่น การลดสัดส่วนสำรองเพื่อจูงใจนำเข้า หรือการเพิ่มกำลังการกลั่น ล้วนเป็นเครื่องมือเชิงบริหารสถานการณ์ มากกว่าการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง
สะท้อนว่า…รัฐกำลัง “ซื้อเวลา” มากกว่าการ “เปลี่ยนเกม” ในระบบพลังงาน!!!
อีกประเด็นที่น่าสนใจ ก็คือ…การเข้มงวดตรวจสอบการกักตุนและเส้นทางขนส่ง มันบ่งชี้ว่า…ปัญหาที่แท้จริงอาจไม่ได้อยู่แค่ราคาน้ำมันโลก แต่รวมถึง “กลไกภายในประเทศ” ที่มีช่องโหว่ให้เกิดการเก็งกำไรหรือบิดเบือนระบบได้ หากควบคุมไม่ทั่วถึง
ในระยะยาว…ความท้าทายสำคัญจึงไม่ใช่แค่การรักษาระดับสต็อก!
แต่คือ…การปรับโครงสร้างพลังงานไปสู่ความหลากหลาย ลดการพึ่งพาน้ำมัน และสร้างระบบที่โปร่งใสตรวจสอบได้จริง
มิฉะนั้น ในทุก ๆ วิกฤตที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมันโลก สิ่งนี้ ก็จะยังคงสะเทือนเศรษฐกิจไทย…ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่มีที่สิ้นสุด!!!.






