เวทีทดสอบ ‘รบ.อนุทิน!!!’

(วิกฤตโลกครบเดือน : เส้นแบ่งบางๆ ‘อุ้มประชาชน VS คุมเสถียรภาพเศรษฐกิจ’)

ท่ามกลางแรงกดดันจากวิกฤตตะวันออกกลาง ทำราคาพลังงานและค่าครองชีพทั่วโลกผันผวน เวที “Meet the Press” ที่รัฐบาลนัดหมายหารือกับสื่อเศรษฐกิจ พรุ่งนี้ (28) อิงครบรอบ 1 เดือน จึงเป็น “เวทีสอบ” ทีมเศรษฐกิจ จะบริหารเส้นแบ่งบางๆ ระหว่าง…บรรเทาภาระคนไทย กับรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจและวินัยการคลัง ในวันที่โลกไม่เหมือนเดิมอย่างไร???
การปะทุของความขัดแย้งในตะวันออกกลางตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ได้ส่งแรงสั่นสะเทือนผ่านราคาพลังงานไปยังเศรษฐกิจโลกอย่างรวดเร็ว
ผลกระทบที่เกิดขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงต้นทุนน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น แต่ยังลุกลามไปสู่…ภาวะเงินเฟ้อ ต้นทุนภาคการขนส่ง และความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจในหลายประเทศ
สำหรับ ประเทศไทย ซึ่งยังพึ่งพา “การนำเข้า” พลังงานเป็นหลัก ความผันผวนดังกล่าว จึงหมายถึงแรงกดดันซ้อน ทั้งในระดับมหภาคและระดับครัวเรือน
สิ่งที่เกิดขึ้น! จึงไม่ใช่เพียง…วิกฤตราคา หากแต่เป็นวิกฤตความไม่แน่นอนที่ทดสอบศักยภาพของรัฐในการบริหารความเสี่ยง
ในบริบทดังกล่าว การที่รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายรัฐมนตรี พร้อม “ทีมเศรษฐกิจ” ของรัฐบาล อาทิ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ และนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ มีกำหนดการ นัดหมายสื่อมวลชนสายเศรษฐกิจ มาร่วมพูดคุยถึงสถานการณ์และแนวทางการรับมือของภาครัฐ
หลังผ่าน 1 เดือนของวิกฤตตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและค่าครองชีพทั่วโลก
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลเชิญชวนประชาชนร่วมติดตามเวที “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” พร้อมเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และตอบทุกคำถามตามข้อเท็จจริง ในวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 12.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยจะทำการ ถ่ายทอดสด ผ่านเพจ “ไทยคู่ฟ้า” และ NBT
สำหรับ นัดหมายพูดคุยกับสื่อมวลชนสายเศรษฐกิจ ในครั้งนี้ มันได้สะท้อน…ความพยายามในการสื่อสารและสร้างความเชื่อมั่นต่อทิศทางนโยบาย
แต่ทว่า…ในอีกด้านหนึ่ง เวทีลักษณะนี้ มักจะถูกจับตามองในฐานะ “พื้นที่ตรวจสอบ” ว่า…รัฐบาลมีกรอบคิดเชิงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนเพียงใด? ในการรับมือกับวิกฤตที่มีความซับซ้อนมากขึ้น!
การประกาศ 7 มาตรการด้านพลังงานและค่าครองชีพของรัฐบาล ก่อนหน้าการหารือกับสื่อเพียงหนึ่งวัน อาจช่วยบรรเทาแรงกดดันในระยะสั้นได้ในระดับหนึ่ง แต่คำถามสำคัญยังคงอยู่ที่ว่า…
มาตรการเหล่านี้ เป็นเพียงเครื่องมือชะลอแรงกระแทก หรือเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว!!??
ในเชิงนโยบาย…มาตรการอุดหนุนหรือตรึงราคามักมีข้อจำกัด เพราะแม้จะช่วยลดภาระได้ทันที แต่ก็แลกมากับภาระทางการคลังที่เพิ่มขึ้น! หากขาดกรอบเวลาที่ชัดเจนและกลไกการถอนมาตรการอย่างเป็นระบบ ก็มีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นเพียงการซื้อเวลา โดยไม่ได้สร้างความยั่งยืนให้กับระบบเศรษฐกิจ
“หัวใจ” ของโจทย์เศรษฐกิจไทย ในช่วงเวลานี้ จึงอยู่ที่…การบริหารความสมดุลระหว่างการลดค่าครองชีพของประชาชน การรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ และการคงไว้ซึ่งวินัยการคลัง
ซึ่งทั้ง 3 เป้าหมายนี้ แม้ล้วนมีความสำคัญ แต่กลับมีความขัดแย้งกันในทางปฏิบัติ!!!
การอัดฉีดงบประมาณเพื่อบรรเทาภาระประชาชน อาจกระทบต่อฐานะการคลัง ขณะที่ การยึดวินัยการคลังอย่างเข้มงวด ก็อาจจำกัดขีดความสามารถของรัฐในการดูแลประชาชนในช่วงวิกฤต
ด้วยเหตุนี้ คำถามเชิงยุทธศาสตร์ที่เวทีพบปะสื่อมวลชนควรตอบให้ชัดเจน จึงไม่ใช่เพียงว่า…รัฐบาลมีมาตรการเพิ่มเติมหรือไม่? แต่คือ…รัฐบาลมีกรอบตัดสินใจอย่างไรในการกำหนด “เส้นแดงทางการคลัง” ว่าจะสามารถอัดฉีดช่วยเหลือได้ถึงระดับใด???
และ…เมื่อใดที่ต้องปรับทิศทางนโยบายเพื่อไม่ให้เสถียรภาพเศรษฐกิจโดยรวมสั่นคลอน???
ขณะเดียวกัน วิกฤตครั้งนี้…ยังเปิดโอกาสให้ประเทศไทยทบทวนโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็น…
การลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า
การเร่งพัฒนาพลังงานทางเลือก
หรือแม้แต่…การยกระดับศักยภาพในห่วงโซ่อาหารโลก
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านดังกล่าว…จำเป็นต้องอาศัยวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ และนโยบายที่มีความต่อเนื่อง มากกว่าการพึ่งพามาตรการระยะสั้นเพียงอย่างเดียว
ท้ายที่สุด เวที “Meet the Press” ที่จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” จึงเป็นมากกว่า…การสื่อสารเชิงนโยบาย
หากแต่เป็น เวทีที่สะท้อน “วิธีคิด” ของรัฐบาลในการนำพาเศรษฐกิจไทยผ่านช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ว่า…
สิ่งนี้…จะเป็นเพียงการประคองสถานการณ์ในระยะสั้น หรือเป็นจุดเริ่มต้นของการวางยุทธศาสตร์ใหม่ที่ตอบโจทย์โลกยุคถัดไปอย่างแท้จริง!!!.






