บสย. ดัน SMEs ซื้อกระบะ สู้พลังงานแพง

บสย. ผนึก “ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง” หนุนเอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อรถกระบะ ชูมาตรการ “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” ลดภาระต้นทุนธุรกิจ รับเทรนด์ EV และวิกฤตราคาพลังงานพุ่ง

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและแรงกดดันจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ภายใต้การนำของ ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป ได้เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกเพื่อประคับประคองผู้ประกอบการ SMEs โดยเฉพาะกลุ่มขนส่ง เกษตรกร และอาชีพอิสระ ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ที่เพิ่มสูงขึ้น

ความร่วมมือระหว่าง บสย. และ ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง รวมถึงพันธมิตรในอุตสาหกรรมยานยนต์ สะท้อนแนวคิดการบูรณาการระหว่างภาคการเงินและภาคอุตสาหกรรม เพื่อเปิดโอกาสให้ SMEs สามารถเข้าถึงสินเชื่อเช่าซื้อรถกระบะเชิงพาณิชย์ได้ง่ายขึ้น ผ่านมาตรการ “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อลดข้อจำกัดด้านหลักประกัน และเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อในช่วงที่สถาบันการเงินยังคงเข้มงวด

ดร.สิทธิกร ระบุว่า มาตรการดังกล่าวไม่เพียงช่วยให้ SMEs เข้าถึง “เครื่องมือทำมาหากิน” อย่างรถกระบะได้มากขึ้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะในบริบทของงาน Bangkok International Motor Show 2026 ที่กลายเป็นเวทีสำคัญในการผลักดันกำลังซื้อและสร้างความเชื่อมั่น

ภายใต้วงเงินค้ำประกันรวม 3,500 ล้านบาท และสิทธิประโยชน์ที่ผ่อนปรน เช่น ฟรีค่าธรรมเนียม 3 ปีแรก และค้ำประกันสูงสุด 7 ปี บสย. ตั้งเป้าช่วยเหลือ SMEs ให้สามารถเข้าถึงรถกระบะเชิงพาณิชย์มากกว่า 6,000 คัน ครอบคลุมทั้งรถสันดาปและรถกระบะไฟฟ้า (EV) ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์สำคัญในยุคพลังงานแพง

นอกจากนี้ แนวโน้มการเติบโตของรถกระบะไฟฟ้า (EV) ยังถูกมองว่าเป็น “ทางเลือกเชิงกลยุทธ์” สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ในการลดต้นทุนระยะยาว ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ผันผวน โดย บสย. พร้อมสนับสนุนเต็มรูปแบบผ่านยุทธศาสตร์ 3-Prompt” หรือ “พร้อมค้ำ-พร้อมช่วย-พร้อมพลัส+” เพื่อให้ SMEs สามารถปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ได้อย่างยั่งยืน

ด้าน นายวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวเสริมว่า ตลาดรถกระบะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาอยู่ในภาวะซบเซาอย่างมาก โดยมีปัจจัยสำคัญจากสถานการณ์หนี้ครัวเรือนและหนี้เสีย (NPL) อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้สถาบันการเงินเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าสถานการณ์จะเริ่มปรับตัวดีขึ้นอย่างช้าๆ ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ต้นปี 2568 ที่ผ่านมา อีซูซุได้ร่วมกับ บสย. ในการสนับสนุนมาตรการ “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” ซึ่งถือเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ เนื่องจากช่วยให้ลูกค้าที่มีศักยภาพสามารถเข้าถึงสินเชื่อเพื่อซื้อรถกระบะได้สะดวกขึ้น ตอบโจทย์นโยบายของรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงรถยนต์เพื่อการทำงานและสร้างรายได้ ตลอดจนช่วยเสริมความมั่นใจให้สถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ จนปัจจุบันสามารถช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้แล้วหลายพันราย และกว่าครึ่งหนึ่งเป็นลูกค้าของอีซูซุ

“เราเชื่อมั่นว่ามาตรการฯ นี้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถเข้าถึงสินเชื่อรถกระบะซึ่งถือเป็น “เครื่องมือทำมาหากิน” ที่สำคัญของผู้ประกอบการได้ง่ายยิ่งขึ้น ช่วยให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น เป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจรากหญ้าที่สำคัญของไทย” นายวิชัย กล่าว

ความสำเร็จของมาตรการ “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” ยังมีส่วนช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไทยให้มั่นคงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากรถกระบะนับเป็นกระดูกสันหลังของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เพราะมีการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศในระดับที่สูงมาก ก่อให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องและการจ้างงานมากมาย สอดคล้องกับแนวคิดการดำเนินธุรกิจของอีซูซุในการสร้างคุณค่าทางสังคมนั่นคือ Isuzu Trusted Buddy…อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย”

ในมิติของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ความเชื่อมโยงระหว่าง บสย. และตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง ถือเป็นตัวอย่างของการสร้าง Ecosystem ทางการเงินและอุตสาหกรรม” ที่ตอบโจทย์ทั้ง Supply และ Demand โดยฝั่งหนึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านเครดิต ขณะที่อีกฝั่งช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินค้าและบริการที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ

เมื่อมองในเชิงโอกาส ความร่วมมือดังกล่าวจะเปิดประตูให้เกิดโมเดลการสนับสนุน SMEs แบบครบวงจรมากขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อข้อมูลเครดิต การใช้ Digital Platform หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ ที่สอดรับกับพฤติกรรมผู้ประกอบการยุคใหม่ ซึ่งต้องการทั้งความรวดเร็ว ความยืดหยุ่น และต้นทุนที่เหมาะสม

สำหรับผู้บริโภคและผู้ประกอบการ SMEs ประโยชน์ที่ได้รับไม่ใช่เพียงแค่ “เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น” แต่ยังรวมถึงการลดภาระต้นทุน การมีเครื่องมือสร้างรายได้ และโอกาสในการปรับตัวสู่พลังงานสะอาด ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

ท้ายที่สุด ผลลัพธ์ในระดับมหภาคคือการเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจฐานราก กระตุ้นอุตสาหกรรมยานยนต์ และสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนท่ามกลางความท้าทายของโลกยุคใหม่

สำหรับ SMEs ที่ต้องการซื้อรถกระบะเพื่อประกอบอาชีพ เป็นเครื่องมือทำมาหากิน สามารถติดต่อที่โชว์รูมรถยนต์อีซูซุใกล้บ้าน และยื่นขอสินเชื่อกับ “ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง” โดยให้ บสย. ค้ำประกัน หรือ ลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการฯ ได้ที่ LINE OA : @tcgfirst ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password